mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ทีเอ็มบีโชว์กำไรสุทธิไตรมาส2ที่1,917ล้านบาทเพิ่มขึ้น21%

ทีเอ็มบี หรือธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย แจ้งผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2562 ซึ่งนายปิติ ตัณฑเกษม CEO กล่าวถึงภาพรวมผลการดำเนินงานว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 1 โดยธนาคารมีกำไรจากการดำเนินก่อนหักสำรองฯ 4,720 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% ปัจจัยหนุนหลักมาจากทั้งรายได้ดอกเบี้ยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ดีขึ้น ประกอบกับการจัดการด้านประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดี ในส่วนของคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารยังคงดูแลอย่างใกล้ชิดและดำเนินการปรับปรุงคุณภาพพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้ในไตรมาส 2 มีการตั้งสำรองฯ เป็นจำนวน 2,490 ล้านบาท หลังจากหักค่าใช้จ่ายสำรองฯ และภาษี กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,917 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากไตรมาสก่อนหน้า”

นายปิติ กล่าวต่อว่า “ทางด้านการเติบโตงบดุลนั้น ธนาคารให้ความสำคัญกับการขยายฐานเงินฝากจากกลุ่มลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก เน้นเลือกปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างรอบคอบ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงคุณภาพพอร์ตปัจจุบัน เพื่อเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รองรับดีลการรวมกิจการที่อาจจะเกิดขึ้น”

โดยในรายละเอียดนั้น  พบว่า เงินฝากลูกค้ารายย่อยซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย ยังคงเติบโตได้ดีและภาพรวม 6 เดือนแรกของปี เงินฝากจากฐานลูกค้ารายย่อยเติบโตได้ที่ 3.4 พันล้านบาท หรือ +0.8% จากสิ้นปีที่แล้ว นำโดยผลิตภัณฑ์เงินฝากหลักหรือ Flagship deposit ได้แก่ เงินฝากเพื่อการทำธุรกรรม All Free  เงินฝาก No-Fixed และเงินฝากรูปแบบดิจิทัล ME Save by TMB เติบโตได้ดีที่ +3.3%, +1.7%, +4.8% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี เนื่องจากเงินฝากฐานลูกค้าธุรกิจลดลง 4.2 พันล้านบาท หรือ -2.1% ทำให้เงินฝาก ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 6.49 แสนล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับ 6.50 แสนล้านบาท ณ สิ้นปีที่แล้ว

สำหรับสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 6.80 แสนล้านบาท ลดลงจาก 6.86 แสนล้านบาท ณ สิ้นปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากการชำระคืนหนี้ของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งผลจากการดำเนินการปรับปรุงคุณภาพสินเชื่อกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดกลาง ขณะที่สินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยยังคงขยายตัวได้ต่อจากไตรมาสที่แล้ว ส่งผลให้โดยรวม 6 เดือนแรก สินเชื่อรายย่อยขยายตัวได้ที่ 6.4% ซึ่งสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวได้ที่ 7.7% สำหรับการให้สินเชื่อเอสเอ็มอีขนาดเล็กรายใหม่ ยังให้ภาพการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นผลจากการที่ธนาคารเลือกปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง

ทางด้านรายได้ที่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้านั้น ทีเอ็มบีมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 6,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากไตรมาส 1 และส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย หรือ NIM อยู่ที่ 2.90% จาก 2.89% ในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 2,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% ตามการฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมการขายกองทุนรวม ทำให้รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 8,892 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 4,210 ล้านบาท ลดลง 11.1%  จากไตรมาส 1 ที่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายสำรองสำหรับเงินชดเชยโครงการผลประโยชน์พนักงานหลังออกจากงานเมื่อเกษียณอายุ (Employee Retirement Benefit) ตามพรบ.คุ้มครองแรงงานฉบับแก้ไขใหม่ จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ลดลง ส่งผลให้มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ ที่ 4,720 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% ซึ่งหลังจากหักสำรองฯ จำนวน 2,490 ล้านบาท และภาษี ธนาคารมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,917 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.4%

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารมีสัดส่วน NPL อยู่ที่ 2.74% ลดลงจาก 2.81% จากไตรมาสก่อน และอัตราส่วนสำรองฯ ต่อหนี้เสีย ซึ่งสะท้อนความสามารถในการรองรับความเสี่ยงอยู่ที่ 140% โดยยังคงเป้าหมายปี 2562 ให้สัดส่วน NPL อยู่ในระดับต่ำกว่า 2.9% และคงอัตราส่วนสำรองฯ ต่อหนี้เสียให้สูงกว่า 140% 

ท้ายสุดในส่วนของระดับความเพียงพอของเงินกองทุน อัตราส่วน CAR และ Tier I ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 21.1% และ 13.9% เป็นไปตามเกณฑ์ Basel III และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 11.0% และ 8.5% ตามลำดับ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News