mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ศูนย์วิจัย ธ.ก.ส.คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตร เดือนกรกฎาคม2562

ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตร เดือนกรกฎาคม 2562 ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ น้ำตาลทรายดิบ ยางพาราแผ่นดิบ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน สุกร กุ้งขาวแวนนาไม มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น ด้านข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเจ้า มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง

นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงการคาดการณ์ราคาสินค้าเกษตร เดือนกรกฎาคม 2562 ที่จัดทำโดย ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. พบว่าสินค้าเกษตรที่จะมีราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.89-2.22 อยู่ที่ราคา 11,709-11,863 บาท/ตัน เนื่องจากภาวะภัยแล้งทำให้ผลผลิตข้าวเหนียวนาปรังลดลง ประกอบกับมีความต้องการนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารมากขึ้น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.50-0.80 อยู่ที่ราคา 7.82-7.84 บาท/กก. เนื่องจากอยู่ในช่วงปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูฝน (ปลูกตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม) ทำให้ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตลาดมีน้อย ขณะที่ความต้องการใช้เพื่อผลิตอาหารสัตว์ยังคงมีต่อเนื่อง  น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 3 - 5 อยู่ที่ราคา 13.13-13.39 เซนต์/ปอนด์ (8.95-9.12 บาท/กก.) โดยคาดการณ์ว่า การผลิตน้ำตาลของอินเดียในปี 2562/63 จะลดลงร้อยละ 15 จากภาวะภัยแล้งและฤดูมรสุมล่าช้า ประกอบกับรายงานผลผลิตน้ำตาลของบราซิลฤดูการผลิต 2562/63 ที่ปรับตัวลดลง 11.96 และแนวโน้มราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปรับลดสัดส่วนการผลิตน้ำตาลลง ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยโลกปรับลดลง ยางพาราแผ่นดิบ คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 2.42 – 6.33  อยู่ที่ราคา 51.27 – 53.23 บาท/กก. เนื่องจากการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ปรับรูปแบบตลาดยางพาราในทุกพื้นที่เป็นเครือข่ายตลาดกลางยางพารา ทำให้เกษตรกรจำหน่ายยางพาราได้ในราคาที่สูงขึ้น ประกอบกับมาตรการสนับสนุนการใช้ยางพาราภายในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยทำให้ราคายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้น มันสำปะหลัง คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.60 - 9.75  อยู่ที่ราคา 1.65 -1.80 บาท/กก. เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ประกอบกับคาดว่าในเดือนกรกฎาคม 2562 ปริมาณฝนจะลดลงต่ำกว่าปกติร้อยละ 10 ส่งผลให้คุณภาพหัวมันสำปะหลังและราคารับซื้อเพิ่มขึ้น ปาล์มน้ำมัน คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.75 – 2.27 อยู่ที่ราคา 2.66 - 2.70 บาท/กก.  เนื่องจากผลผลิตปาล์มน้ำมันมีปริมาณลดลงตามรอบการผลิต ประกอบกับนโยบายรัฐบาลในการเพิ่มกำลังการบริโภคน้ำมันปาล์มดิบในประเทศ โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2562 ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันปาล์มดิบในประเทศเพิ่มขึ้น และสุกร คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 1.50 – 3.00 อยู่ที่

ราคา 72 – 74 บาท/กก. เนื่องจากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกา (ASF) ในประเทศเพื่อนบ้านและการปลดแม่พันธุ์สุกร ทำให้ปริมาณสุกรออกสู่ตลาดลดลง และกุ้งขาวแวนนาไม คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.48 – 1.92  อยู่ที่ราคา 140 – 142 บาท/กก. เนื่องจากเกษตรกรลดปริมาณการปล่อยลูกกุ้ง ทำให้ปริมาณกุ้งที่จะออกสู่ตลาดลดลง และส่งผลให้ราคากุ้งขาวแวนนาไม ปรับเพิ่มขึ้น

                                ด้านสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% คาดว่า ราคาจะลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 0.21-0.60 อยู่ที่ราคา 7,734 -7,751 บาท/ตัน เนื่องจากผลกระทบสงครามการค้าระหว่างประเทศจีนและประเทศสหรัฐฯ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าชะลอตัว ประกอบกับคาดว่า ประเทศฟิลิปปินส์จะลดความต้องการนำเข้าข้าวลง จากที่ได้นำเข้าข้าวจากเวียดนามในช่วงที่ผ่านมาสะสมในสต็อกเพิ่มขึ้น และข้าวเปลือกหอมมะลิ คาดว่า ราคาจะลดลงขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.45-0.60  อยู่ที่ราคา 15,697-15,721 บาท/ตัน เนื่องจากราคาส่งออกของไทยมีแนวโน้มสูงกว่าคู่แข่งจากการที่เงินบาทที่แนวโน้มแข็งค่า ทำให้ลูกค้าหันไปซื้อข้าวหอมจากเวียดนามและกัมพูชาที่มีราคาถูกกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News