mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กูรูทิสโก้หวั่นนักลงทุนผิดหวัง-ตลาดหุ้นปรับฐาน

 กูรูทิสโก้ชี้หุ้นทั่วโลกอาจปรับฐานหากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แสดงท่าทีปรับลดดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาด ชี้มีโอกาสน้อยที่จะลดดอกเบี้ยมากถึง 4 ครั้ง เพราะจะทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ และไม่ช่วยเพิ่มอุปสงค์ให้เพิ่มขึ้นได้เหมือนในอดีต

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr.Komsorn Prakobphol, Head of Economic Strategy Unit, TISCO Economic Strategy Unit : TISCO ESU) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน จะยังไม่มีทิศทางผ่อนคลายลง ทั้งนี้ หากพิจารณาจากดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เป็นตัวแทนตลาดหุ้นทั่วโลก จะพบว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนดัชนีกลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 2,945.83 จุด แค่เพียง 2% เท่านั้น โดยปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา คือ นักลงทุนมีความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะกลับมาลดดอกเบี้ยลง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า

“ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ความกังวลในประเด็นสงครามการค้าปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน ล้มเหลว และสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มอัตราภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเดิมที่อัตรา 10% เพิ่มเป็น 25% และขู่ว่าจะขึ้นภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีนในรายการที่เหลือที่มีมูลค่ารวม 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีกด้วย ความขัดแย้งยังขยายวงไปสู่บริษัทเอกชน หลังจากสหรัฐฯ ประกาศแบนหัวเหว่ย บริษัทคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน ความกังวลนี้ทำให้นักลงทุนพุ่งเป้าว่า Fed จะปรับลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” นายคมศรกล่าว

โดยนักลงทุนคาดหวังว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ในระหว่างปี 2562 - 2563 แต่ TISCO ESU มองว่า Fed อาจไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยได้มากถึง 4 ครั้งตามที่นักลงทุนคาดหวังไว้ เพราะปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำเพียง 2.5% และอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2% ซึ่งหาก Fed ลดดอกเบี้ยลงอีกเพียง 2 ครั้ง หรือประมาณ 0.5% ก็จะทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (อัตราดอกเบี้ยนโยบายลบด้วยเงินเฟ้อ) กลับไปใกล้ศูนย์หรือติดลบ ดังนั้น เชื่อว่า Fed คงจะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ หากเศรษฐกิจยังไม่มีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย

นอกจากนี้ แม้ว่าในปี 2538 - 2539 Fed จะเคยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ซึ่งผลก็คือสามารถช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในปัจจุบันการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเช่นนั้นอาจไม่ได้ส่งผลบวกเหมือนในอดีต เนื่องจากช่วงนี้เศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในช่วงปลายวัฏจักร (10 ปีหลังเกิด Subprime Crisis) และอัตราการว่างงานได้ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 50 ปี ดังนั้น การลดดอกเบี้ยจึงอาจไม่ส่งผลกระตุ้นอุปสงค์ได้มากนัก ประเด็นสุดท้ายคือ ในรอบนี้ Fed ขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ช้ากว่าปกติเป็นอย่างมาก โดย Fed ใช้เวลาถึง 3 ปีในการปรับขึ้นดอกเบี้ยจาก 0.25% ในปี 2558 มาอยู่ที่ 2.5% ในปัจจุบัน แต่ในปี 2537 Fed ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 3% ภายในระยะเวลาเพียง 15 เดือน (จากระดับ 3% ณ ต้นปี 2537 เป็น 6% ในไตรมาส 1/2538)

ดังนั้น จึงคาดว่าในการประชุม Fed วันที่ 19 มิถุนายน 2562 นี้ Fed อาจไม่ได้ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยมากเท่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ ประกอบกับกำไรบริษัทจดทะเบียนของหุ้นทั่วโลกในปีนี้อาจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าที่ส่อแววยืดเยื้อ จึงประเมินว่าโอกาสในการปรับขึ้น (Upside) ของหุ้นทั่วโลกมีค่อนข้างจำกัด และมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานมากขึ้นเรื่อยๆ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News