mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

สกต.จัดเวทีสาธารณะหาทางออกต่อทิศทางการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิทำกินในรูปแบบโฉนดชุมชน

เปิดข้อมูลการครอบครองที่ดินจังหวัดสุราษฏร์ธานี พบนายทุน 10 ตระกูลถือครองที่ดินสปก.อื้อ ขณะที่ สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ จัดสร้างอนุสรณ์สถานรำลึก 4 ศพเซ่นการต่อสู้เพื่อได้สิทธิในที่ดินทำกิน  พร้อมจัดเวทีสาธารณะหาทางออกแก้ปัญหาการจัดสรรที่ดินให้ชาวบ้านอย่างเป็นธรรม ด้านตัวแทนชาวบ้านแฉ สปก.เตรียมขับไล่ชาวบ้านออกนอกพื้นที่  ขณะที่อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนระบุ รัฐจัดสรรและปฏิรูปที่ดินล้มเหลว เอื้อเฉพาะนายทุน

 

ที่ชุมชนคลองไทรพัฒนา ตำบลไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฏร์ธานี สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ได้จัดพิธีเปิดอนุสรณ์สถานนักต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน เพื่อรำลึกถึงการเสียชีวิตของเกษตรที่ร่วมต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิในที่ดินทำกินเป็นของตนเอง พร้อมทั้งจัดเวทีสาธารณะเพื่อร่วมกันถกปัญหาและหาทางออกต่อทิศทางการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิทำกินในรูปแบบโฉนดชุมชนของประชาชนในพื้นที่

โดยนายสุรพล สงฆ์รัก กรรมการบริหารสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้กล่าวถึงความหมายของอนุสรณ์สถานที่ได้จัดสร้างขึ้นว่า อนุสรณ์สถานที่เราจัดทำขึ้นนี้ก็เพื่อรำลึกถึงเกษตรกรที่เสียชีวิตจากการถูกลอบสังหารจำนวน 4 คน ได้แก่นายสมพร พัฒภูมิ เสียชีวิตเมื่อปี 2553 จากการถูกลอบยิงภายในหมู่บ้าน นางปราณี บุญรักษ์ และนางมณฑา ชูแก้ว เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2555  โดยการถูกลอบยิงที่บริเวณสวนปาล์มในพื้นที่พิพาท และนายใช่ บุญทองเล็ก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2558 ด้วยการถูกลอบยิงในพื้นที่หมู่บ้านเช่นเดียว

นอกจากการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คนแล้ว รูปแบบของอนุสรณ์สถานยังมีความหมายถึงการต่อสู้ของเกษตรกรที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย โดยลักษณะของขดลวดสปริงนั้น ได้ออกแบบมาเป็นวงกลม เพื่อให้เห็นถึงการยกระดับเป็นที่ละขั้นของเกษตรกร โดยประวัติศาสตร์การต่อสู้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก โดยรวมตัวกันเป็นเครือข่าย และในระหว่างการต่อสู้ได้ถูกข่มขู่คุกคามมีผู้เสียชีวิตหลายคนอนุสรณ์สถานครั้งนี้จึงเปรียบเสมือน อนุสรณ์สถานมีชีวิต ที่รำลึกถึงถึงจิตวิญญานการต่อสู้ที่จะยังคงอยู่กับทุกคนที่ยังคงร่วมต่อสู้ในทุกวันนี้ นอกจากนี้บนขดลวดสปริงยังประกอบไปด้วยดวงดาว 3 ดวง โดยดาวสีแดงหมายถึงเลือดเนื้อชีวิตที่ต้องสูญเสียไปจากการต่อสู้ในสิทธิที่ดินทำกิน ดาวสีเหลืองหมายถึงคุณธรรมที่ทุกการต่อสู้เรียกร้องจะต้องประกอบไปด้วยคุณธรรม และดาวสีเขียวหมายถึงภาคเกษตรกรและความอุดมสมบูรณ์

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีเปิดอนุสรณ์สถานแล้วได้มีการจัดเวทีสาธารณะเพื่อร่วมถกปัญหาและหาทางออกต่อทิศทางการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิทำกินในรูปแบบโฉนดชุมชนของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้โดยมีตัวแทนจากเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ สมัชชาคนจนเขื่อนปากมูล สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม  สหกรณ์การเกษตรโฉนดชุมชนป่าซาง เครือข่ายปฏิรูปสังคมและการเมือง  เครือข่ายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมอันดามัน  กลุ่มอนุรักษ์เขาเหล่าใหญ่-ผาจันไดตำบลดงมะไฟ  ตัวแทนภาครัฐและเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการจัดการสิทธิที่ดินทำกินของเกษตรกรเข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ด้วย

นายประทีป ระฆังทอง ตัวแทนชาวบ้านชุมชนคลองไทร กล่าวว่า เราได้เริ่มเข้ามาอยู่ในพื้นที่นี้เมื่อปี 2551 โดยมีชาวบ้านอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ 69 ครัวเรือน และได้จัดสรรพื้นที่เพื่อการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนโดยได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นแปลงเกษตรกรรม แปลงปลูกธัญพืชและพืชหมุนเวียนตามแบบแนวทางเกษตรอินทรีย์ พื้นที่สาธารณะประโยชน์ พื้นที่ปลูกป่า พื้นที่ทำปศุสัตว์ พื้นที่สร้างที่อยู่อาศัย นอกจากนี้เรายังได้รับการผ่อนผันจากคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.) ให้ทำกินในที่ดินดังกล่าว อย่างไรก็ตามยังมีบริษัทเอกชนเข้ามาใช้ประโยชน์จากที่ดินดังกล่าวนี้ด้วย โดยบริษัทเอกชนได้บุกรุกพื้นที่ในเขตป่าไม้โดยไม่ได้ขอสัมปทานจำนวน 1,952 ไร่  ต่อมาในปี 2537 ได้มีการประกาศให้พื้นที่บุกรุกดังกล่าวเป็นเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  ต่อมาปีพ.ศ. 2546 ได้มีการชุมนุมโดยเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเพื่อคนจนภาคใต้และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบพื้นนี้  ทำให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (สปก.) ได้เป็นโจทย์ยื่นฟ้องบริษัทเอกชน ให้ออกนอกพื้นที่ ที่ได้บุกรุกจนปัจจุบันชนะคดีและคดีถึงที่สุดแล้ว  แต่สปก.ก็ยังไม่มีการบังคับให้เอกชนออกนอกพื้นที่ รวมทั้งยังไม่มีการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกร แต่กลับมีคำสั่ง เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2558 ให้บริษัทเอกชน บริวาร และชาวบ้านคลองไทรพัฒนาออกนอกพื้นที่โดยให้เหตุผลว่าชาวบ้านเป็นผู้บุกรุกที่ดินของสปก. ซึ่งจากคำสั่งศาล คำว่า บริวารไม่ได้หมายถึง ชุมชนคลองไทร เพราะพวกเราอยู่ที่นี่ในฐานะเกษตรกร ที่ต้องการที่ดินทำกินเพื่อความมั่นคงทางด้านอาหารไม่ใช่ถือครองที่ดินเพื่อนำไปเป็นสินค้า เรามีการจัดสรรที่ดินทำกินที่เป็นระบบที่ใช้ประโยชน์ในรูปแบบโฉนดชุมชนไม่ใช่การเป็นเจ้าของแบบปัจเจก และตนเชื่อว่าจะเป็นต้นแบบในการจัดการที่ดินให้หลายพื้นที่ได้ ตนจึงอยากวิงวอนให้สปก.ยกเลิกคำสั่งขับไล่ชาวบ้านออกนอกพื้นที่และเร่งจัดสรรที่ดินทำกินให้กับชาวบ้านเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องการจัดสรรในที่ดินทำกินและสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับชาวบ้านอย่างแท้จริง

ด้านนายบุญ แซ่จุง เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด จ.ตรัง กล่าวว่า ตนได้ติดตามการต่อสู้ของชาวบ้านคลองไทรพัฒนามาโดยตลอด เมื่อมี่คำสั่งศาลออกมา ตนดีใจแทนชาวบ้านที่จะได้รับรองสิทธิในที่ดินทำกิน  ซึ่งมีการรับรองในมติคณะรัฐมนตรี และการประกาศใช้ออกมาชัดเจน ว่าชาวบ้านสามารถอยู่ในพื้นที่ได้ แต่เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะสปก.กลับนิ่งเฉย หนำซ้ำยังมีคำสั่งขับไล่ชาวบ้านให้ออกจากพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจของสปก.ต่อการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของชาวบ้าน นอกจากนี้จากการลงพื้นที่เก็บมูลพบว่า ในจ.สุราษฏร์ธานี มีนายทุนถือครองที่ดิน อยู่ 10 บริษัท ใน 10 ตำบล โดยมีการครอบครองที่ดินเป็นแสนไร่ และในจำนวนนี้มีที่ดิน ที่เป็นของสปก.อยู่ด้วย ในทางกลับกัน ชาวบ้านต้องใช้เลือดเนื้อในการต่อสู้เพื่อที่ดินเพียงไม่กี่สิบไร่ กลับต้องต่อสู้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรพิจารณาตัวเองในการปฏิบัติหน้าที่ และควรปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การจัดสรรที่ดินตามแนวทางโฉนดชุมชนซึ่งในมาตรา 30 ของพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมได้ให้อำนาจ สปก.สามารถจัดสรรที่ดินให้กับสถาบันเกษตรกรได้ซึ่งมีนัยยะเหมือนกันกับเรื่องโฉนดชุมชนที่มติคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยแนวทางการบริหารจัดการที่ดินตามแนวทางโฉนดชุมชนทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับชาวบ้านได้

 

นายสถิตย์พงษ์ สุดชูเกียรติ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน กล่าวว่า กรณีที่สปก.มีการออกประกาศให้ชาวบ้านชุมชนคลองไทรออกจากพื้นที่ ถือเป็นมุมมองที่ไม่มีการเข้าใจในระบบ การบริหารทรัพยากรที่ดิน ที่เมื่อที่ดินเป็นของรัฐ ต้องรู้จักการแบ่งปัน ให้กับผู้ด้อยโอกาส ไม่ใช่การมองภาพไปในลักษณะของการเก็งกำไร เสมือนกับเป็นการเปิดโอกาสให้นายทุน มาแสวงหาผลประโยชน์ ที่มีการทำกันอย่างแพร่หลายเหมือนเช่นที่ผ่านมา

 

“สปก.ต้องปรับเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ จากเดิมทีมองในเรื่องที่ดินเป็นเรื่องของการเก็งกำไร ต้องมามองเป็นการแบ่งปันโดยมองประชาชนที่ด้อยโอกาสเป็นพวกของตัวเอง ซึ่งในส่วนของภาคประชาชนทราบมาว่ามีการจัดการที่ดีโดยอยู่ในรูปแบบของสหกรณ์ที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินร่วมกันแบ่งสรรอย่างเท่าเทียม ซึ่งในส่วนของสปก.เองก็มีหน้าที่เพียงควบคุมดูแลหรือคัดเลือกคุณสมบัติแก่ผู้ที่เหมาะสมที่จะมาถือครองที่ดิน การคำนึงถึงข้อกฎหมายเป็นหลักไม่มีการยืดหยุ่นเหมือนเช่นที่ผ่านมาก็จะเป็นการปิดโอกาสแก่คนที่ไม่มีที่ดินทำกิน และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน”นายสถิตพงษ์กล่าว

 

ด้านนางสุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวว่า ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าภาครัฐในทุกยุคทุกสมัยมีความล้มเหลวเรื่องการจัดการที่ดิน โดยเฉพาะการจัดตั้งคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดเพื่อแก้ปัญหาที่ดินของเกษตรกร ก็ไม่สามารถจัดการปัญหาที่ดินให้กับชาวบ้านได้อย่างแท้จริง ต้องเข้าใจว่าชาวบ้านไม่ได้บุกรุกที่ดินของภาคเอกชนและไม่ได้บุกรุกที่รัฐ  เจตนารมณ์หลักในการทำงานของสปก.คือการจัดหาที่ดินทำกินให้กับคนที่ด้อยโอกาส ดังนั้นสปก.เองควรส่งเสริมสิทธิของชาวบ้านไม่ใช่ไปไล่ที่ให้ชาวบ้านออกไปเหมือนที่สปก.กำลังทำอยู่

ในกรณีของชุมชนคลองไทรพัฒนาสปก.สามารถใช้อำนาจของตนเองในการแก้ปัญหาได้เลย เพราะชุมชนมีความพร้อมในหลายด้าน ทั้งในเรื่องของการรวมตัวกันอย่างเข้มแข็งภายในชุมชน การบริหารจัดการที่ดินในชุมชน การกำหนดกฏระเบียบในการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมโดยไม่มีโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินไปให้ใคร ซึ่งจะเป็นการดีต่อการทำงานของสปก.ที่จะไม่กระทบต่อการทำงานของหน่วยงานอื่น สปก.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐ มักจะใช่คำกล่าวอ้างที่ว่า ที่ดินไม่เพียงพอต่อการจัดสรรให้กับประชาชน แต่ในความเป็นจริง สปก.มีที่ดินอยู่ในมือจำนวนมาก แต่ที่ดินเหล่านั้นไม่ได้รับการจัดสรรลงมาสู่ชาวบ้าน กลับถูกให้นายทุนเช่า ซึ่งชาวบ้านต้องเรียกร้องและต่อสู้ด้วยตนเอง จนเสียเลือดเสียเนื้อกว่าจะได้ที่ดินมาทำกิน ดังนั้นหน่วยงานรัฐควรที่จะมีแนวคิดในการปฏิรูปที่ดิน ที่สามารถเป็นประโยชน์ให้กับชาวบ้านที่ไม่เป็นประโยชน์กับนายทุนเหมือนเช่นปัจจุบัน

 

ด้านนายอภิชัย เชียรศิริกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฏร์ธานี กล่าวว่า การบริหารจัดการที่ดินของชาวบ้านชุมชนคลองไทร เข้าข่ายแนวนโยบายการจัดสรรที่ดินของ คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี (คทช.) ซึ่งมีหลักเกณฑ์การพิจารณาอยู่ 3 ข้อ คือ1.ต้องมีการจัดที่ดินให้กับชาวบ้านที่ยากไร้ และไม่มีที่ดินทำกิน 2.ต้องทำให้ที่ดินที่จัดสรรเป็นกรรมสิทธิ์รวม และ3.พัฒนาระบบสาธารณูประโภคในที่ดิน ถ้าเข้าข่ายเราก็จะจัดสรรให้ได้ จึงอยากให้ชุมชนไปยื่นเรื่องที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้มีการจัดสรรที่ดิน แล้วผู้ว่าราชการจังหวัด จะพิจารณายื่นเรื่องให้สปก.กลางพิจารณา เพื่อประกาศให้ชาวบ้านมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News