mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

งานวิจัยเอคเซนเชอร์ชี้“วัฒนธรรมแห่งความเสมอภาค”เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดนวัตกรรมในองค์กร

มองอนาคตปี 2028: การเปิดโอกาสให้พนักงานสร้างนวัตกรรมจะช่วยเพิ่มจีดีพีโลกได้ 8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ งานวิจัยชิ้นใหม่ของเอคเซนเชอร์ (ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก: ACN) ระบุว่า วัฒนธรรมแห่งความเสมอภาคในสถานที่ทำงาน เป็นปัจจัยเร่งอันทรงพลังที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมและสร้างการเติบโตให้แก่องค์กร

 นายนนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในยุคที่มีการดิสรัปชั่นในหลายวงการ ธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ จำต้องรับมือกับนวัตกรรมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องให้ได้ ถึงจะประสบความสำเร็จ งานวิจัยของเราแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การดึงพลังวัฒนธรรมของที่ทำงานออกมาใช้ให้ได้ จะเป็นหัวใจของการเปิดศักยภาพ ขับเคลื่อนนวัตกรรมให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร

 งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ชัดว่า ผู้บริหารส่วนใหญ่ทั่วโลกยอมรับถึงความสำคัญของการมีนวัตกรรมต่อเนื่อง โดยร้อยละ 95 มองว่านวัตกรรมมีความสำคัญต่อการสร้างความสามารถในการแข่งขันและความอยู่รอดของธุรกิจ และวัฒนธรรมแห่งความเสมอภาคจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนแนวคิดด้านนวัตกรรม (innovation mindset) ได้อย่างทรงพลัง เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งกว่าปัจจัยอื่นใดที่ทำให้องค์กรต่างกันไป เช่นด้วยลักษณะอุตสาหกรรม ประเทศ หรือลักษณะของกำลังแรงงาน จากการสำรวจกับกลุ่มคนทุกเพศ เพศสภาพ อายุ และเชื้อชาติ พบว่าผู้ที่มีแนวคิดเชิงส่งเสริมนวัตกรรมจะมาจากที่ทำงานที่มีวัฒนธรรมเสมอภาคกันมากกว่า

 งานวิจัยใหม่ของเอคเซนเชอร์ได้ข้อมูลจากการสำรวจผู้ที่อยู่ในสาขาอาชีพต่าง ๆ กว่า 18,000 คนใน 27 ประเทศ ซึ่งรวมถึง 1,400 คนในสหรัฐอเมริกา การสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารในระดับสูง (C-Suite) อีกกว่า 150 คนใน 8 ประเทศ รวมถึงใช้โมเดลที่รวมเอาผลสำรวจจากพนักงานกับข้อมูลด้านแรงงานที่เปิดเผยมาประมวล งานวิจัยชิ้นนี้ต่อยอดมาจากงานวิจัยในปี 2018 ของเอคเซนเชอร์ที่ระบุปัจจัยในที่ทำงาน 40 ประการที่เอื้อต่อการสร้างวัฒนธรรมแห่งความเสมอภาค และจัดแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง ได้แก่ ภาวะผู้นำที่เด็ดเดี่ยว (Bold Leadership) ปฏิบัติการที่เบ็ดเสร็จ (Comprehensive Action) และสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาส (Empowering Environment)

 งานวิจัยที่จัดทำปีนี้บ่งชี้ชัดว่า “สภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาส” เป็นปัจจัยสนับสนุนวัฒนธรรมความเสมอภาคที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาแนวคิดด้านนวัตกรรม ซึ่งเป็นแนวคิดที่ประกอบด้วยองค์ประกอบ 6 ด้าน คือ จุดมุ่งหมาย (purpose) ความเป็นอิสระ (autonomy) ทรัพยากร (resource) แรงบันดาลใจ (inspiration) การร่วมมือ (collaboration) และ การทดลอง (experimentation) หากสภาพแวดล้อมในที่ทำงานเปิดโอกาสให้แสดงความสามารถมาก ก็จะได้คะแนนแนวคิดเชิงนวัตกรรมมากขึ้นด้วย ตัวอย่างเช่น พนักงานสหรัฐฯ จากที่ทำงานที่มีวัฒนธรรมเสมอภาคกันอย่างเข้มข้น มีแนวโน้มจะยอมรับว่า ไม่มีสิ่งใดมาหยุดยั้งไม่ให้พวกเขาสร้างนวัตกรรม มากกว่าที่อื่นถึง 7 เท่า (ร้อยละ 44 ในกลุ่มที่มีวัฒนธรรมเสมอภาคกันมากที่สุด เปรียบเทียบกับ ร้อยละ 6 ในกลุ่มที่มีวัฒนธรรมเสมอภาคกันน้อยที่สุด)

 ที่สำคัญคือ องค์กรจะต้องปิดช่องว่างสำคัญที่งานวิจัยนี้ค้นพบว่าเกิดขึ้นระหว่างผู้บริหารระดับสูง (C-Suite) และพนักงาน ขณะที่ร้อยละ 76 ของผู้บริหารระดับสูงทั่วโลกกล่าวว่า ได้เปิดโอกาสให้พนักงานได้สร้างนวัตกรรมแล้ว แต่กลับมีพนักงานเพียงร้อยละ 42 ที่เห็นไปในทางเดียวกัน มีตัวอย่างเช่น ผู้บริหารทั้งหลายมักให้ค่ากับรางวัลที่เป็นตัวเงินมากเกินไป และนำมาใช้เป็นแรงจูงใจให้พนักงานสร้างนวัตกรรม ขณะที่กลับให้ค่ากับจุดมุ่งหมาย (purpose) น้อยเกินไป ในที่ทำงานที่มีวัฒนธรรมค่อนข้างเสมอภาคกัน พบว่าปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่สุดต่อการสร้างแนวคิดเชิงนวัตกรรมนั้น จะต้องมีเรื่องการฝึกอบรมทักษะ เวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น และการเคารพสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว เข้ามาด้วย 

 ความหลากหลายเป็นองค์ประกอบสำคัญ

เพียงแค่ปัจจัยด้านความหลากหลายอย่างเดียว (อาทิ ทีมผู้บริหารที่หลากหลาย และคนทำงานเพศต่าง ๆ ที่มีสัดส่วนสมดุล) ก็มีอิทธิพลอย่างมากต่อแนวคิดด้านนวัตกรรมแล้ว หากเป็นวัฒนธรรมแห่งความเสมอภาค ก็ยิ่งเป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะส่งผลทวีคูณช่วยให้บริษัทพัฒนานวัตกรรมได้เต็มที่ งานวิจัยนี้พบว่าแนวคิดด้านนวัตกรรมของพนักงานในสหรัฐฯ นั้น จะเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า ถ้ารวมปัจจัยด้านความหลากหลายและวัฒนธรรมแห่งความเสมอภาคเข้าด้วยกัน โดยเทียบกับบริษัทที่ไม่ค่อยมีปัจจัยสองด้านนี้

 เดิมพันสูงด้านเศรษฐกิจ

งานวิจัยชิ้นใหม่ยังพบว่า แนวความคิดด้านนวัตกรรมในเศรษฐกิจที่โตเร็วหรือผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้นเร็ว จะแข็งแกร่งหรือเข้มข้นกว่าประเทศอื่น ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ดีอีกมหาศาล เอคเซนเชอร์คำนวณว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือจีดีพีในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นไปถึงระดับมากกว่า 8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ใน 10 ปีข้างหน้า ถ้าทุกประเทศมีแนวคิดด้านนวัตกรรมเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 10

 “การเร่งให้เกิดความเสมอภาคในที่ทำงานเพื่อผลักดันนวัตกรรม เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดแล้วในตอนนี้” นนทวัฒน์ กล่าว “ถ้าคนเรามีความรู้สึกร่วม มีความเป็นเจ้าของ และได้รับการเอาใจใส่จากนายจ้างตามความทุ่มเทอุตสาหะ ทัศนคติ และเงื่อนไขแวดล้อมต่าง ๆ ก็จะมีโอกาสพัฒนา เดินหน้า และกล้าใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างนวัตกรรมนั่นเอง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News