mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

มูลนิธิกสิกรไทยผนึกผู้นำระดับโลกและระดับภูมิภาคในงานคู่ขนานการประชุมประจำปี IMF– World Bank Group 2026

+ ร่วมกำหนดทิศทางอนาคตการกุศลแห่งเอเชีย

มูลนิธิกสิกรไทยร่วมกับคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย จัดการประชุมระดับสูงที่กรุงเทพฯ ที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการกุศล มุ่งสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศการกุศลที่เชื่อมโยงความร่วมมือระดับประเทศสู่ระดับภูมิภาค สอดรับกับวาระสำคัญระดับประเทศของไทยทั้งทางด้านนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

มูลนิธิกสิกรไทย ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย (The Commission on Asian Philanthropy) จัดงาน “Asia’s Philanthropic Future: Catalyzing Growth and Partnership” เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ในฐานะงานคู่ขนานอย่างเป็นทางการ (Official Side Event) ของการประชุมประจำปีกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) โดยได้รับเกียรติจากผู้กำหนดนโยบายระดับสูง ผู้นำด้านการพัฒนาระดับโลก องค์กรการกุศล ตลอดจนผู้บริหารภาคธุรกิจกว่า 100 ท่าน เพื่อสนับสนุนกลไกในการขับเคลื่อนความร่วมมือของทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวรายงานฉบับเฉพาะกาล (Interim Report) ของคณะกรรมาธิการฯ  ฉบับภาษาไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งรายงานดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของเงินทุนเพื่อการกุศลในภูมิภาคที่จะช่วยสนับสนุนวาระการพัฒนาแห่งชาติ โดยจากการประมาณการของคณะกรรมาธิการ พบว่ายอดเงินบริจาคภายในเขตอำนาจรัฐภายในขอบเขตของคณะกรรมาธิการมีมูลค่ารวมสูงถึง 1.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.9 ล้านล้านบาท) ณ ปี 2567 ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเทียบเท่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 35 ล้านบาท) ภายในทศวรรษข้างหน้า นอกจากนี้ รายงานฉบับนี้ยังนำเสนอข้อมูลและแนวปฏิบัติ (playbook) ภายใต้บริบทของประเทศและเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ในภูมิภาคให้แก่ผู้กำหนดนโยบายและองค์กรการกุศลของไทย เพื่อให้การบริจาคเพื่อการกุศลสามารถสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาของประเทศได้ดียิ่งขึ้น

ในการปาฐกถาพิเศษ ฯพณฯ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำเสนอประเด็นความต้องการด้านการพัฒนาของประเทศ (Demand Side) ซึ่งเป็นด้านที่ความร่วมมือเพื่อสาธารณกุศลมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญ ได้แก่ การรักษาธรรมชาติและพัฒนาชุมชนฐานราก ซึ่งเป็นด้านที่เงินทุนภาคเอกชนที่มีความยืดหยุ่นและมุ่งสนับสนุนผลลัพธ์ในระยะยาว สามารถช่วยต่อยอดและขยายผลโครงการริเริ่มของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่า สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และหน่วยงานด้านนวัตกรรม จะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการสนับสนุนเพื่อสาธารณกุศลให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพและการสร้างแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถขยายผลได้ในวงกว้าง

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการมูลนิธิกสิกรไทย กล่าวว่า เจตนารมณ์ที่ดีจะสร้างผลลัพธ์ได้กว้างไกลยิ่งขึ้น เมื่อมีระบบที่ดีคอยสนับสนุน และจากการดำเนินงานของมูลนิธิกสิกรไทย ผสานความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย เรากำลังนำองค์ความรู้ระดับภูมิภาคเข้ามาสู่การหารือที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศ พร้อมนำศักยภาพและเครือข่ายที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน มาร่วมแก้ไขความท้าทายที่สำคัญที่สุดของสังคมไทย

ด้าน ดร. กาเบรียล เหลียง ผู้อำนวยการ Institute of Philanthropy และนายอิชิโร คาบาซาวะ กรรมการบริหาร มูลนิธินิปปอน ในฐานะประธานร่วม (Co-Convenors) ของคณะกรรมาธิการฯ ได้ร่วมเน้นย้ำถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ใช้ร่วมกันและเครือข่ายความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคที่คณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชียได้สร้างขึ้น รวมถึงแนวทางที่สิ่งเหล่านี้จะช่วยหนุนเสริมให้ความร่วมมือและการลงมือปฏิบัติทั่วเอเชียเข้มแข็งยิ่งขึ้น

ดร. เซียว ลี่หมิง เลขาธิการ Tencent Charity Foundation ได้ยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีดิจิทัลหลักมาใช้เชื่อมโยงชุมชนและลดต้นทุนของความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่นของสังคมในระยะยาว ผ่านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และองค์กรทางสังคม

ขณะที่นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคารกสิกรไทย ได้นำเสนอโมเดล “น่านแซนด์บอกซ์” (Nan Sandbox) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญของภาคธุรกิจมาสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงการฟื้นฟูผืนป่าเข้ากับการสร้างอาชีพที่ยั่งยืนของคนในพื้นที่ การศึกษาของเยาวชน และการดูแลสุขภาพของชุมชน ทั้งนี้ การดำเนินงานของโครงการน่านแซนด์ บอกซ์นับเป็นต้นแบบสำคัญในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าและการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาระดับสูง โดยได้รับเกียรติจาก นายอาร์ตูโร ฟรังโก ผู้อำนวยการสำนักงานกลยุทธ์กลุ่ม ธนาคารโลก ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) NG Boon Heong กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิเทมาเส็ก และ Siti Kamariah Ahmad Subki กรรมการผู้จัดการและทรัสตี มูลนิธิยาซัน ฮาซานาห์ ซึ่งผู้ร่วมเสวนาเห็นพ้องว่า คุณค่าที่แท้จริงของงานการกุศลนั้นไปไกลกว่าการให้ทุน โดยอยู่ที่การนำสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น เครือข่ายของภาคธุรกิจและความไว้วางใจจากชุมชน มาใช้ประสานทรัพยากรและหนุนเสริมการดำเนินงานของภาครัฐ นอกจากนี้ ผู้ร่วมเสวนายังสรุปว่า การต่อยอดโครงการนำร่องในระดับท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จไปสู่แนวทางแก้ไขในระดับระบบอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือตั้งแต่เนิ่น ๆ ระหว่างภาคเอกชน ชุมชน และภาครัฐ เพื่อวางแนวทางการจัดหาเงินทุนระยะยาวที่เป็นไปได้จริง

งานปิดท้ายด้วยการกล่าวสุนทรพจน์พิเศษโดยนายเฉิน กว่างเจ๋อ รองประธานฝ่าย Planet กลุ่มธนาคารโลก ซึ่งได้กล่าวถึงความร่วมมือสำคัญระหว่างธนาคารโลก มูลนิธิกสิกรไทย และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในการนำร่องจัดทำบัญชีทุนธรรมชาติ (Natural Capital Accounting) ในจังหวัดน่าน “งานการกุศลมีศักยภาพเฉพาะตัวในการทดลองสิ่งใหม่ บ่มเพาะความสัมพันธ์กับชุมชน และสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ที่จำเป็นต่อการดึงดูดเงินทุนจากภาครัฐและภาคเอกชนในวงกว้างยิ่งขึ้น” นายเฉินกล่าว

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News