mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ภาคีวิจัยระดับโลกแนะ “ปฏิรูประบบเกษตร-อาหารไทย” บนเวทีคู่ขนาน IMF–World Bank

+รับโจทย์เศรษฐกิจโลก สู่รายได้และโอกาสที่เป็นธรรม เกษตรไทยต้องปรับตัว รับความเสี่ยงรอบด้าน ดัน 3 แนวทางเสริมพลังเกษตรกร

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (CAB-KU) คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER) สมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย  และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) จัดกิจกรรมคู่ขนานการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ในหัวข้อ “การปฏิรูประบบเกษตรและอาหารไทย: เสริมพลังเกษตรกร สร้างภูมิคุ้มกันด้วยนวัตกรรม” ณ สำนักงานใหญ่ ธ.ก.ส. และถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ โดยมุ่งเป้าเร่งแก้โจทย์วิกฤตการชะลอตัวของผลิตภาพภาคเกษตรไทย พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

หนุนภาพลักษณ์ประเทศไทยบนเวทีระดับโลก (IMF – World Bank Group 2026)

การจัดสัมมนาในครั้งนี้มีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับกรอบแนวคิดหลักของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF – World Bank Group Annual Meetings 2026 ภายใต้หัวข้อ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพของประชาชนและเกษตรกรฐานรากให้มีความยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมั่นคง

สาระสำคัญจากการประชุมระบุว่า ในช่วง 6 ทศวรรษที่ผ่านมา การเกษตรทั่วโลกได้เปลี่ยนผ่านจากการเติบโตที่พึ่งพาการใช้ทรัพยากร (Resource-led Growth) สู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity-led Growth) โดยในสองทศวรรษหลังนี้ กว่า 2 ใน 3 ของการเติบโตในภาคเกษตรโลกมาจากการเพิ่มผลิตภาพมวลรวม (Total Factor Productivity: TFP) หรือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อประหยัดทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม ภาคเกษตรและอาหารของไทยกำลังประสบปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างรุนแรงจากการติดอยู่ในกระบวนทัศน์แบบเก่า ส่งผลให้อัตราการเติบโตของ TFP ในภาคเกษตรไทยชะลอตัวลงเหลือเพียง 0.5% – 0.6% ต่อปี ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงปี 2534–2544 ที่เคยขยายตัวได้สูงถึง 2.7% ต่อปี สาเหตุสำคัญมาจาก งบประมาณการวิจัยทางการเกษตรของภาครัฐที่ลดลงอย่างน่าตกใจ จากระดับ 0.9% ของ GDP ภาคเกษตร ในช่วงกลางทศวรรษ 2530 เหลือเพียง 0.2% – 0.25% ในปี 2566–2568

นอกจากนี้ ยังเกิดปัญหาขาดแคลนนักปรับปรุงพันธุ์พืช ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบการนำเข้าเชื้อพันธุกรรมเพื่อการวิจัย และการจัดสรรทุนวิจัยในลักษณะลักษณะกระจัดกระจาย ทำให้พันธุ์พืชไทยไม่สามารถตอบโจทย์เกษตรกรได้อย่างทันท่วงที เช่น ชาวนาในภาคกลางต้องหันไปใช้พันธุ์ข้าวจากเวียดนามที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าและมีอายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่า หรือการระบาดของโรคใบด่างในมันสำปะหลังที่บั่นทอนผลผลิตของเกษตรกรอย่างหนัก ผสมผสานกับความท้าทายจากสภาวะภูมิอากาศผันผวน ทั้งปรากฏการณ์เอลนีโญ ภัยแล้ง และศัตรูพืชระบาด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ ความยากจน และความยั่งยืนของเกษตรกรไทย

ธ.ก.ส. พร้อมเป็นธนาคารเพื่อพัฒนาชนบท พร้อมยกระดับเกษตรกรตามแนวทางการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) ให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคง

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ มีความภาคภูมิใจและพร้อมสนับสนุนภารกิจของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF – World Bank Group Annual Meetings 2026) และมีความมุ่งมั่นในการเป็นสถาบันการเงินเพื่อพัฒนาชนบท

ที่พร้อมอยู่เคียงข้างเกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยพร้อมเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยง “เงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี ข้อมูล และนวัตกรรม” ตามแนวทางการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน การแปรรูป เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งร่วมสร้างระบบนิเวศการเกษตรที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ซึ่งการจัดงานเสวนาในครั้งนี้จึงนับเป็นเวทีสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคการเงิน เกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคประชาชน ได้ร่วมกันระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และถ่ายทอดประสบการณ์ ตลอดจนร่วมกันมองไปข้างหน้า เพื่อแสวงหาแนวทางการพัฒนาระบบวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมด้านเกษตรและอาหารของประเทศไทยให้สามารถตอบโจทย์ความท้าทายและความต้องการของภาคการเกษตรได้อย่างแท้จริง โดย ธ.ก.ส. เดินหน้าสร้างความยั่งยืนผ่านแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้ ESG Model เพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งมีกลไกในการดำเนินงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่

  1. การสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง: ธ.ก.ส. มุ่งเน้นการสนับสนุนแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำที่เหมาะสม ควบคู่กับการเติมองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาทักษะในการสร้างแผนธุรกิจ บัญชี การบริหารจัดการเงิน และการตลาดออนไลน์ พร้อมทั้งส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่ชุมชน (Community Service Providers) เช่น บริการเครื่องจักรกลเกษตร การจัดการแปลงด้วยข้อมูลดิจิทัล การรวบรวมผลผลิต และการตลาดออนไลน์ เพื่อช่วยให้เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่เข้าถึงเทคโนโลยีในราคาย่อมเยา
  2. การยกระดับผลิตภาพด้วยสินเชื่อเทคโนโลยีและนวัตกรรม: ธนาคารมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่รองรับการลงทุนเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น ระบบการบริหารจัดการน้ำที่แม่นยำ เทคโนโลยีลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยพิจารณาจากแผนธุรกิจ อัตราผลตอบแทน ระยะเวลาคืนทุน และรายได้ของเกษตรกร พร้อมสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกร เพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกัน และสร้างความแข็งแรง เพื่อเป็นการสร้างโอกาสและรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย
  3. การสร้างภูมิคุ้มกันและสนับสนุนกระบวนการผลิตที่ยั่งยืนผ่านสินเชื่อสีเขียว (Green Credit): สนับสนุนการทำเกษตรเท่าทันภูมิอากาศ (Climate-Smart Agriculture) เพื่อให้เกษตรกรสามารถรับมือกับความผันผวนทางธรรมชาติ โดยเน้นการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพและลดการสูญเสีย เช่น

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปุ๋ย การบำรุงรักษาดิน เป็นต้น

โดย ธ.ก.ส. มุ่งหวังว่า การจัดเวทีเสวนาในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งทุกภาคส่วน และนำไปสู่การสร้างระบบเกษตรและอาหารของประเทศไทยที่มีผลิตภาพสูง มีขีดความสามารถในการแข่งขัน มีความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ธ.ก.ส. พร้อมอยู่เคียงข้างเกษตรกรไทยในการสร้างโอกาส สร้างคุณค่า สร้างนวัตกรรม และสร้างความยั่งยืนไปด้วยกัน

ข้อเสนอเชิงนโยบายต้องปฏิรูประบบวิจัย ปรับโครงสร้างห่วงโซ่คุณค่า สู่เกษตรมูลค่าสูง

ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ทางการเกษตรให้ผลตอบแทนคุ้มค่าสูงเกินกว่า 40% ต่อปี โดยเสนอแนวทางปฏิรูประบบนวัตกรรมเกษตรและอาหารของประเทศไทยใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การปฏิรูปสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัย: เพิ่มความเป็นอิสระของสถาบันวิจัยภาครัฐ จัดสรรและจัดหาแหล่งทุนวิจัยที่มั่นคงหลากหลาย พร้อมสร้างแรงจูงใจแก่นักวิจัย เช่น ตำแหน่ง “ศาสตราจารย์นวัตกรรม” ในมหาวิทยาลัย และส่งเสริมการทำวิจัยร่วมในแปลงเกษตรกรจริง

การสนับสนุนภาคเอกชนและการเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า (Farm to Fork): สร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมลงทุน R&D และพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ตอบรับเทรนด์โลกยุคใหม่ เช่น อาหารสุขภาพ สินค้าเกษตรปลอดภัย ข้าวคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Rice) และโปรตีนจากพืช (Plant-based Protein) รวมทั้งการทำสัญญาข้อตกลงซื้อขายผลผลิตที่น่าเชื่อถือ (Credible Interlinked Contracts) ระหว่างเอกชนและเกษตรกร และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ Big Data: ส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Sharing) และเทคโนโลยีการสื่อสารดิจิทัล เพื่อลดต้นทุนสารสนเทศ และส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างแม่นยำ

ในงานยังมีปาฐกถาพิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารโลก ในหัวข้อการปฏิรูปภาคเกษตรในเอเชีย: กรณีศึกษาประเทศไทย โดย Ashesh Prasann นักเศรษฐศาสตร์การเกษตรอาวุโส ธนาคารโลก และเวทีเสวนา 3 หัวข้อ ประกอบด้วย

1. เสวนา“การฟื้นฟูผลิตภาพทางการเกษตรในฐานะรากฐานของระบบความมั่นคงทางอาหารที่มีภูมิคุ้มกัน (นโยบายด้านวิจัย) โดยศ.ดร.กมล เลิศรัตน์ อดีตข้าราชการคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดร.พรรณี ชื่นนคร อาจารย์ศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

2.เสวนา “นโยบายเสริมสร้างศักยภาพการเพิ่มผลิตภาพและการปรับตัวแบบยืดหยุ่นของเกษตรกร” โดยคุณพรปวีณ์ คชภูติ ประธานเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer : YSF) จ.ฉะเชิงเทรา คุณเปรม ณ สงขลา เกษตรกรมะพร้าวน้ำหอม ปทุมธานี และคุณอภิสิทธิ์ มะพันธ์ เกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดขอนแก่น และ 3. เสวนา “นโยบายการใช้ศักยภาพของภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรอย่างยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกัน” โดยคุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มมิตรผล ประธานกิตติมศักดิ์ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คุณคมกริช นาคะลักษณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืน กลุ่มมิตรผล คุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และคุณนานา คึนเคล ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการด้านการเกษตรและอาหาร GIZ Thailand จากนั้นได้มีการสรุปประเด็นสำคัญและข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยดร.นิพนธ์ ดร.ภูมิพัฒน์ ทองอยู่ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร และดร.กรรณิการ์ ธรรมพานิชวงค์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News