mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ทำไมการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) ไปด้วยกัน สำคัญต่ออนาคตของ SMEs/MSMEs

    ขณะที่ภาครัฐและองค์กรเอกชนทั่วโลกเดินหน้าขับเคลื่อน การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition) เพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียวและ Net Zero ประเทศไทยซึ่งมี SMEs/MSMEs เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก กลับเป็นกลุ่มตกอยู่ในสภาวะที่กำลังกัดฟันสู้ บ้างก็หายไปจากระบบ แล้ว SMEs/MSMEs จะได้ประโยชน์ด้านไหน อย่างไร จากเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม?

            ในงานสัมมนา “ESG Symposium 2026” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ภายใต้แนวคิด “ASEAN in Action: Powering Inclusive Green Transition” ทาง SCG มุ่งเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนมาหารือ สร้างความร่วมมือ และกำหนดแนวทางก้าวสู่ความยั่งยืนไปด้วยกัน โดยหนึ่งในมุมมองสำคัญของเรื่องนี้ที่ SCG และพันธมิตรทางธุรกิจร่วมสร้างความตระหนักรู้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ

 ‘SMEs/MSMEs’ เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่าน ‘Just Transition การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม’ จึงสำคัญ

            Boston Consulting Group (BCG) และ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) ให้ข้อมูลว่า การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมเพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียว ต้องดำเนินการแบบมั่นใจได้ว่า ต้นทุนและผลประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ทำได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมต่อ ผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะ SMEs/MSMEs และชุมชน

สำหรับ SMEs/MSMEs เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนประมาณ 99% ของธุรกิจในประเทศไทยและสร้าง GDP ราว 35% ซึ่งทาง BCG และ WBCSD ระบุว่า มีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งเรื่องเงินทุน ความรู้ ทรัพยากร และการปฏิบัติตามมาตรฐาน ESG

การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนนั้นมีความเสี่ยงรวมอยู่ด้วย และคนตัวเล็กหรือธุรกิจขนาดเล็กอาจถูกมองข้ามหรือได้รับผลกระทบ อาทิ การสูญเสียงาน/ตำแหน่งงานจำนวนมาก การขายกิจการที่สร้างงานขึ้นมา การหมุนเงินทุนไม่เร็วพอ เนื่องจาก SMEs/MSMEs ติดล็อกเชิงโครงสร้างในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น

ขายได้ ขายดี แต่เข้าถึงทุนยาก - แม้สินค้าจะขายดีบนช่องทางออนไลน์หรือตลาดชุมชน แต่เมื่อต้องการขยายธุรกิจ กลับเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก เพราะไม่มีงบการเงินหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันตามที่สถาบันการเงินกำหนด หรือได้รับข้อเสนอสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยสูงจากการประเมินความเสี่ยง

คว้าโอกาสได้ แต่ไร้เงินทุนหมุนเวียน - มีโอกาสได้คำสั่งซื้อล็อตใหญ่จากคู่ค้า แต่ SMEs/MSMEs กลับขาดเงินทุนหมุนเวียนในการปรับปรุงมาตรฐานการผลิตหรือเทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ทัน

ขาดทักษะและเทคโนโลยี - การดำเนินธุรกิจเพียงลำพัง SMEs/MSMEs อาจขาดความรู้ ทักษะและกลไกในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ จึงก้าวไม่ทันความเปลี่ยนแปลงและเสียเปรียบคู่แข่ง

และยิ่งคนตัวเล็กขาดโอกาส หรือเห็นแต่เข้าไม่ถึง ก็ยิ่งส่งผลให้ ‘ช่องว่างความเหลื่อมล้ำ’ กว้างขึ้น เพิ่มสูงขึ้น นำพาเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ภาวะถดถอย ชะงักงัน กระทบต่อ GDP และอนาคตของประเทศได้ ดังนั้น การช่วยให้ SMEs/MSMEs เข้าถึงโอกาส ปรับตัว และแข่งขันได้ในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัลในเวลา เป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน และที่สำคัญ ต้องทำให้ครอบคลุม (Inclusivity) กติกาใหม่ของโลกร่วมด้วย

Just Transition ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น ‘ทางรอด’ ของเศรษฐกิจไทย

หากดำเนินการตามแนวคิด การเปลี่ยนผ่าน (Transition) สามารถสร้างผลกระทบได้ทั้งต่อตัวบุคคล ต่อชุมชน ต่อประเทศ ต่อภูมิภาค ไปจนถึงต่อโลกได้ เช่น โรงงานหรือโครงการที่ปล่อยคาร์บอนสูง หากต้องปิดตัวลง แรงงานอาจตกงานทันที ชุมชนที่พึ่งพิงรายได้จากโรงงานดังกล่าวก็จะขาดรายได้ไป กระทบการดำเนินชีวิต หรือถ้าเป็นระดับจังหวัดที่มีรายได้จากอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนพลังงานสูงหรือใช้พลังงานฟอสซิล เมื่ออุตสาหกรรมในจังหวัดต้องเปลี่ยนไปเป็นอุตสาหกรรมสะอาด นอกจากอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านแล้ว ยังต้องรับมือกับความเสี่ยงทางกายภาพจากสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

เพราะ  ‘การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม’ คือการผนวก มิติทางเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างเศรษฐกิจ เข้ากับ มิติทางสังคมและคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ผ่านกลไกการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เพื่อให้มั่นใจว่าจะ ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง (No one left behind)

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับ SMEs/MSMEs จึงมากน้อยต่างกันไปตามรูปแบบ ‘การเปลี่ยนผ่าน’ ดังนั้น เพื่อพาธุรกิจ และสังคมมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว นี่จึงเป็น 4 ประโยชน์หลักที่จะเกิดขึ้นกับ SMEs/MSMEs หาก SMEs/MSMEs ร่วมขบวนไปกับการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม

  1. SMEs/MSMEs จะเข้าถึงโอกาส ทุน และตลาดได้มากขึ้น เพราะการเปลี่ยนผ่านช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเดิม เช่น การเข้าถึงเทคโนโลยี การยกระดับสู่มาตรฐานใหม่ การเข้าถึงช่องทางการขาย และการสร้างประวัติทางการเงินจากข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียน
  2. SMEs/MSMEs จะสามารถเติบโต ปรับตัว และแข่งขันในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง โดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง หรือถูกผลักออกจากระบบเศรษฐกิจ
  3. SMEs/MSMEs จะก้าวทันกติกาและข้อกำหนดใหม่ ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม (Green) แต่หาก SMEs/MSMEs ไม่ปรับตัว ก็เสี่ยงที่จะแข่งขันไม่ได้ หรือเข้าไม่ถึงห่วงโซ่อุปทาน
  4. สร้างความสามารถในการแข่งขันให้ SMEs/MSMEs ไทยได้เติบโตไปกับระบบเศรษฐกิจ เพราะท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและดิจิทัล ความสามารถในการปรับตัว การยกระดับผลิตภาพ การใช้เทคโนโลยี/นวัตกรรม รวมถึงการเข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุน จะมีเรื่องการขับเคลื่อน Just Transition เป็นปัจจัยชี้ขาดขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว

และหากการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมนั้นสำเร็จ จะนำไปสู่...

การขับเคลื่อน Just Transition ที่มองเห็นหัวใจของ SMEs/MSMEs ซึ่งจะสร้างผลกระทบเชิงบวกระลอกใหญ่ต่อประเทศต่อไป

ปลดล็อกศักยภาพรากฝอย โดยเปลี่ยนความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจฐานราก เช่น SMEs/MSMEs วิสาหกิจชุมชน ให้กลายเป็นโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน

เกิดเป็นห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง (Inclusive Supply Chain) เมื่อคนตัวเล็กปรับตัวได้ ภาคอุตสาหกรรมและองค์กรใหญ่ก็จะมีคู่ค้าที่ยืดหยุ่น ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลกได้

กระจายความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรมแก่ทุกภาคส่วน ทั้งแรงงาน ผู้ประกอบการ SMEs/MSMEs และชุมชน ได้รับประโยชน์และเติบโตไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง

ร่วมหาทางออกบนเวที ESG Symposium 2026 เพื่อขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติจริง

การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของ SMEs/MSMEs ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว หรือใช้กลไกแบบเดียวตอบโจทย์ทุกคนได้ แต่ต้องอาศัยการเชื่อมโยงจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สถาบันการเงิน แพลตฟอร์มดิจิทัล/เทคโนโลยี ภาคเอกชนรายใหญ่ และเครือข่ายผู้ประกอบการ

SCG จึงสร้างเวทีความร่วมมือ ESG Symposium 2026 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้มาหารือ ร่วมกันออกแบบระบบนิเวศ (Ecosystem) และระบุกลไกความร่วมมือที่จะช่วยปลดล็อก SMEs และ MSMEs ให้เข้าถึงความรู้ เงินทุน เทคโนโลยี และตลาดได้อย่างแท้จริง

ติดตามข้อสรุปสำคัญและการแถลงข่าวใหญ่พร้อมกันในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน และเป็นธรรมไปด้วยกัน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News