Range Rover Sport Electric เปิดบทใหม่ของยนตรกรรมหรูสไตล์สปอร์ตด้วยสมรรถนะพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
- Range Rover Sport Electric ปรับแต่งเพื่อผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ ด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งกว่า และจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่ารุ่นปลั๊กอินไฮบริด พร้อมแรงบิดที่ตอบสนองเร็วกว่า Range Rover Electric
- มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 260 กิโลวัตต์ สองตัว ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า (PS) และแรงบิด 850 นิวตันเมตร สูงที่สุดในตระกูล Range Rover Sport อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาทีในโหมด Dynamic Launch
- เทคโนโลยี Adaptive Dynamics, โช้คอัพ Twin Valve, ระบบควบคุมการโคลงตัวถังแบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อ¹ ช่วยเพิ่มความคล่องตัว
- ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเสมือนและระบบจัดการแรงยึดเกาะขั้นสูงเสริมความสามารถบนทุกสภาพเส้นทาง ลุยน้ำลึกสูงสุด 900 มิลลิเมตร และไต่ทางลาดชัน 45 องศา
- แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 118.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางสูงสุด 609 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP³ สถาปัตยกรรม 800 โวลต์และเทคโนโลยีชาร์จแบบแยกส่วนเพิ่มระยะทางได้ 220 กิโลเมตร ในเวลาเพียง 10 นาที²
- กระจังหน้าและล้ออัลลอยที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นไฟฟ้า พร้อมเสียงเฉพาะตัวที่สะท้อนการตอบสนองอันฉับไว
- มีให้เลือกในรุ่น Dynamic SE, Dynamic HSE, Autobiography และ First Edition ควบคู่กับ Range Rover Sport รุ่นปลั๊กอินไฮบริด เบนซิน และดีเซล
- ลูกค้า Range Rover Sport Electric รุ่น Autobiography สามารถใช้บริการ Range Rover Bespoke เพื่อเลือกสีตัวถัง วัสดุตกแต่ง และรายละเอียดเฉพาะบุคคล เช่น ลายปักบนเบาะ รังสรรค์รถยนต์ที่สะท้อนรสนิยมเฉพาะตัว
- Range Rover Sport Electric รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่ออกแบบ พัฒนา และผลิตในสหราชอาณาจักร แสดงให้เห็นทั้งสมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจและความสามารถรอบด้าน ผ่านบททดสอบครั้งสุดท้ายบนเส้นทางภายในเหมืองหินอ่อนในประเทศอิตาลี4
- Range Rover Sport Electric เปิดรับคำสั่งซื้อแล้ว: https://www.landrover.co.th/range-rover/27my/range-rover-sport/electric
เกย์ดอน สหราชอาณาจักร – 30 กันยายน 2569: Range Rover Sport Electric เปิดบทใหม่ของรถเอสยูวีหรูสไตล์สปอร์ต ด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก พร้อมการตอบสนองและสมรรถนะที่พัฒนาขึ้น
Range Rover Sport Electric ได้รับการปรับแต่งเพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบสนองผู้ขับขี่ ผสานเทคโนโลยีแชสซีขั้นสูงเพื่อเพิ่มความแม่นยำและความเร้าใจ โดยยังคงรูปทรงอันแข็งแกร่ง ความประณีต และความสามารถบนทุกสภาพเส้นทาง
มาร์ติน ลิมเพิร์ต กรรมการผู้จัดการ Range Rover กล่าวว่า “Range Rover Sport คือรถยนต์ที่ถ่ายทอดบุคลิกการขับขี่อันปราดเปรียวที่สุดของ Range Rover และ Range Rover Sport Electric นำเอกลักษณ์นั้นเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า รถยนต์คันนี้ยังคงเป็น Range Rover Sport อย่างแท้จริง ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ผสานเข้ากับตัวรถช่วยยกระดับการตอบสนองและความแม่นยำ ทั้งจากแชสซีที่ปรับแต่งเฉพาะ การส่งแรงบิดที่เน้นสมรรถนะ และรูปแบบเสียงเฉพาะตัว เพื่อมอบการมีส่วนร่วมในการขับขี่อย่างเต็มที่แก่ลูกค้า”
เพื่อบันทึกก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กว่า 20 ปี Range Rover Sport Electric พิสูจน์สมรรถนะในการทดสอบครั้งสุดท้าย ณ เหมืองหินอ่อนคาร์ราราแบบเปิดในอิตาลี ท่ามกลางยอดเขาความสูงประมาณ 3,000 ฟุต สานต่อบทพิสูจน์ของ Range Rover Sport ซึ่งเคยสร้างสถิติบนเส้นทางไต่เขาไพกส์พีกสูง 14,110 ฟุต พิชิตบันได 999 ขั้นสู่ประตูสวรรค์ในจีน และไต่ทางระบายน้ำของเขื่อนในไอซ์แลนด์
ในการขึ้นสู่ยอดเขาจอยอาเหนือแหล่งหินอ่อนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก รถต้องเผชิญอุณหภูมิรุนแรง ทางลาดชันสูงสุด 45 องศา และสภาพพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นับเป็นบททดสอบความสามารถบนทุกสภาพเส้นทางของ Range Rover Sport
Range Rover Sport Electric ติดตั้งระบบ Intelligent Traction Management ที่ปรับแต่งเฉพาะ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเสมือน ช่วงล่างถุงลม Dynamic Air Suspension และระบบควบคุมการโคลงตัวถังแบบอิเล็กทรอนิกส์ eARC¹ ซึ่งสร้างแรงควบคุมได้สูงสุด 1,400 นิวตันเมตรในแต่ละเพลา รวมถึงโช้คอัพ Twin Valve และระบบ Adaptive Dynamics ที่ตรวจวัดพารามิเตอร์ 100 รายการ 500 ครั้งต่อวินาที เพื่อควบคุมการโคลงและการก้มเงยของรถขณะเข้าโค้งและเบรก
เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ควบคุมรถบนพื้นผิวที่คาดเดาได้ยากของเหมืองคาร์รารา ตั้งแต่หินอ่อนขัดเรียบไปจนถึงฝุ่นหินอ่อนละเอียด ขณะที่ระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อ¹ ช่วยให้รถผ่านโค้งหักศอกแคบภายในเหมืองได้โดยไม่ต้องถอยหลัง
แรงบิด 850 นิวตันเมตร ซึ่งสูงที่สุดในบรรดา Range Rover Sport ช่วยให้รถพิชิตทางลาดชัน โดยแรงบิดเพิ่มขึ้นเร็วกว่า Range Rover Electric 50% ระบบขับเคลื่อน 550 แรงม้า (PS) มีสมรรถนะเทียบเท่า Range Rover Sport P540 เครื่องยนต์ V8 อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาทีในโหมด Dynamic Launch ก่อนพารถขึ้นสู่จุดสูงสุดของเส้นทางทดสอบ
เหมืองคาร์ราราเป็นจุดหมายสุดท้ายของโครงการทดสอบและพัฒนาทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการทดสอบที่สนามส่วนตัว Magarigawa Club ใกล้กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นครั้งแรก วิศวกร Range Rover ยังพัฒนาเสียงเฉพาะรุ่นเพื่อขับเน้นบุคลิกการขับขี่ โดยผสานโทนเสียงเรียบง่ายที่เชื่อมโยงดนตรีกับวิศวกรรม และกระตุ้นให้ผู้ขับขี่สัมผัสความแตกต่างของแต่ละโหมด
แมตต์ เบกเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ Range Rover กล่าวว่า “Range Rover Sport Electric คือพัฒนาการของบุคลิกการขับขี่ Range Rover Sport โดยให้ความสำคัญกับการตอบสนองและการมีส่วนร่วมของผู้ขับขี่มากขึ้น โครงสร้างที่แข็งแกร่งกว่าและจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง เมื่อทำงานร่วมกับการควบคุมแรงบิดที่แม่นยำและเทคโนโลยีแชสซีขั้นสูง ทำให้รถตอบสนองฉับไว คล่องตัว และสร้างความมั่นใจมากขึ้น ผู้ขับขี่จะรู้สึกว่ารถกะทัดรัด เกาะถนน และตอบสนองได้ดีกว่าที่คาด โดยยังคงความประณีต ความสะดวกสบาย และความสามารถรอบด้าน”
Range Rover Sport รุ่นไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรกมีโครงสร้างตัวถังแข็งแกร่งกว่ารุ่นปลั๊กอินไฮบริด 61% และจุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่า 73 มิลลิเมตร ผลิตที่โซลิฮัลล์ สหราชอาณาจักร บนสายการผลิตเดียวกับรุ่นปลั๊กอินไฮบริด เบนซิน และดีเซล แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 118.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง มีความหนาแน่นกำลังสูงและบรรจุในโครงหุ้มอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูง มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวกำลังตัวละ 260 กิโลวัตต์ผสานเข้ากับสถาปัตยกรรม MLA-Flex พร้อมระบบไฟฟ้า 800 โวลต์ที่รองรับการชาร์จเร็วแบบแยกส่วน
Range Rover Sport Electric ออกแบบให้ทนต่อแรงกระแทกรุนแรง พร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่เหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม ห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่แห่งใหม่ของ JLR ทดสอบแบตเตอรี่ที่ใช้งานจริงด้วยการสั่นสะเทือนและแรงกระแทกหลายแกนภายใต้อุณหภูมิ -40 ถึง +90 องศาเซลเซียส เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพ
Range Rover Sport Electric พัฒนาควบคู่กับ Range Rover Electric และใช้เทคโนโลยีใหม่หลายรายการ รวมถึงระบบจัดการความร้อน ThermAssist™ รถมีระยะทางสูงสุด 609 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP³ และระยะทางในการใช้งานจริงสูงสุด 536 กิโลเมตร5 เพียงพอสำหรับการเดินทางประจำวันของผู้ขับขี่จำนวนมากโดยไม่ต้องชาร์จระหว่างวัน²
เมื่อใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC สาธารณะ รถเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 220 กิโลเมตร ภายใน 10 นาที หรือชาร์จแบตเตอรี่จาก 10–80% ภายในประมาณ 22 นาที²
กระจังหน้าและล้ออัลลอยที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เป็นจุดสังเกตของรุ่นไฟฟ้า และช่วยเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 16 กิโลเมตร เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วระดับทางหลวง³
Range Rover Sport Electric เปิดรับคำสั่งซื้อแล้วในรุ่น Dynamic SE, Dynamic HSE, Autobiography และ First Edition พร้อมตัวเลือก Black Pack และ Satin Wrap รุ่น First Edition มาในสี Zadar Grey พร้อม Satin Wrap หลังคาสีดำตัดกัน และล้ออัลลอย 22 นิ้ว
ลูกค้า Range Rover Sport Electric รุ่น Autobiography สามารถใช้บริการ Range Rover Bespoke โดยเลือกสีตัวถัง การจัดองค์ประกอบ วัสดุตกแต่งระดับพิเศษ และรายละเอียดเฉพาะบุคคลที่หลากหลาย รวมถึงงานปักเฉพาะ เพื่อรังสรรค์รถยนต์ที่สะท้อนตัวตน
รถทุกคันมาพร้อม Battery Digital Twin ซึ่งช่วยให้ Range Rover ดูแลรักษารถเชิงรุกผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านเครือข่าย หรือ Software Over the Air ของ JLR6 แบตเตอรี่ของ Range Rover Sport Electric รับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน7
สำหรับประเทศไทย บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เรนจ์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมนำเสนอ Range Rover Sport Electric รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของ Range Rover Sport ที่ผสานสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตเข้ากับความประณีตและความสามารถในการขับขี่ทุกสภาพภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเปิดรับคำสั่งซื้อแล้ววันนี้ รายละเอียดรุ่นย่อยและราคาจะประกาศให้ทราบในภายหลัง และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบรถได้ในช่วงต้นปี 2570 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.landrover.co.th หรือสอบถามข้อมูล โทร. 02-666-7500