mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

SCGD เร่งสร้างการเติบโต ชูแผน 5 ปี ดัน EBITDA แตะ 4.5 พันล้าน

▪︎ ตั้งเป้า EPS โต 2 เท่า ภายในปี 2574 เสริมศักยภาพไทย-เวียดนาม

▪︎ ต่อยอดความเข้าใจลูกค้าสู่การเติบโตในอาเซียน

   บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD ผู้นำในวัสดุตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ในอาเซียน เดินหน้าสู่ระยะต่อไปของการเติบโตสู่การเป็นผู้นำสินค้า Interior ในอาเซียนอย่างครบวงจร หลังช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้วางรากฐานความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การปรับโครงสร้างและรวมศูนย์การผลิต ให้กับธุรกิจหลักในกระเบื้องและสุขภัณฑ์ ตั้งเป้าปี 2574 ดัน EBITDA แตะ 4,500 ล้านบาท และกำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโต 2 เท่า โดยมี 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การขยายสู่ธุรกิจสินค้าใหม่ การยกระดับกำไรจากการรวมศูนย์การผลิตในอาเซียน และการคว้าโอกาสการเติบโตที่เวียดนาม พร้อมกับให้เวียดนามเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกของภูมิภาค

   นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD กล่าวว่า “บริษัทมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยสามารถยกระดับความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาดในประเทศที่ชะลอตัว รวมถึงผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าซึ่งส่งผลต่อรายได้จากต่างประเทศเมื่อแปลงค่าเป็นเงินบาท ปัจจุบันบริษัทมีความพร้อมเข้าสู่ช่วงการเติบโตระยะใหม่ โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการขยายสู่ธุรกิจสินค้าใหม่ การรวมศูนย์การผลิตในอาเซียน และโอกาสการเติบโตในตลาดเวียดนาม ซึ่งจะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพในระยะยาว”

   ต่อยอดกลุ่มสินค้าใหม่ (New Product Lines) และช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ มุ่งสู่การเป็นผู้นำสินค้า Interior ในอาเซียนอย่างครบวงจร

 SCGD เดินหน้าต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์จากกระเบื้องและสุขภัณฑ์ให้ครอบคลุมสินค้า Interior ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยและความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ SPC หรือวัสดุปูพื้นที่กันน้ำ ติดตั้งง่าย สวยงามเหมือนไม้ธรรมชาติ, Smart Toilet หรือ สุขภัณฑ์อัจฉริยะ ดีไซน์และฟังก์ชันที่รองรับการใช้งานด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมทันสมัย, กลุ่มประตูและหน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ห้องครัวและห้องน้ำโดยยอดขายกลุ่มสินค้าใหม่เติบโตมากกว่า 90% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

   พร้อมเดินหน้าตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยเป็นหลักเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ให้แข่งขันกับสินค้านำเข้า โดยจะเสริมสร้างความเป็นเลิศทางการผลิตผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยี นวัตกรรม เช่น การร่วมทุนด้าน Smart Toilet กับ AXENT ผู้ผลิตสุขภัณฑ์อัจฉริยะระดับโลกจากประเทศจีน ทั้งนี้ บริษัทยังได้ขยายช่องทางจัดจำหน่ายและโอกาสทางธุรกิจในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะมาเลเซีย ซึ่งมีขนาดตลาดเซรามิกเป็นอันดับ 5 ในอาเซียน เพื่อเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายเสริมพอร์ตโฟลิโอเพิ่มเติม

   เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เสริมประสิทธิภาพระยะยาว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ SCGD ให้ความสำคัญคือการยกระดับความสามารถในการทำกำไร (Profitability) ผ่านการใช้ประโยชน์จากขนาดธุรกิจในระดับอาเซียน และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง แนวคิดดังกล่าวถูกต่อยอดผ่านกลยุทธ์ ASEAN Consolidation และ Regional Optimization ซึ่งมุ่งจัดวางบทบาทของแต่ละฐานการผลิตให้สอดคล้องกับจุดแข็งของแต่ละประเทศ

   สำหรับประเทศไทย SCGD อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการรวมศูนย์การผลิตกระเบื้องเซรามิกและ Glazed Porcelain ผ่านโครงการ Plant Consolidation เพื่อเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต ลดต้นทุนต่อหน่วย ยกระดับการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products: HVA) และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับสินค้านำเข้า โดยโครงการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2570 และสร้าง EBITDA เพิ่มประมาณ 380 ล้านบาทต่อปีหลังดำเนินการเต็มรูปแบบ

   คว้าโอกาสการเติบโตในเวียดนาม และการให้เวียดนามเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกของภูมิภาค ขับเคลื่อนการเติบโตในอาเซียน SCGD มองเวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของการเติบโตในระยะยาว จากปัจจัยสนับสนุนทั้งการขยายตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ การเพิ่มขึ้นของประชากรกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูง และการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนความต้องการวัสดุตกแต่งและสินค้ามูลค่าเพิ่ม (HVA) ในอนาคต

   โดย PRIME ประเทศเวียดนาม เป็นผู้นำในธุรกิจกระเบื้อง ที่เข้าใจผู้บริโภคเวียดนามมากว่า 25 ปี โดยนำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน PRIME มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 5,000 SKUs ครอบคลุมทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน อาทิ Glazed Porcelain ขนาดใหญ่ กระเบื้องสำหรับพื้นที่ภายนอก ลายไม้ธรรมชาติ กระเบื้องกันลื่นสำหรับพื้นที่เปียก และกระเบื้องเรืองแสง เพื่อรองรับความต้องการตั้งแต่ที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ โรงแรม ไปจนถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์

   ความแข็งแกร่งของ PRIME ยังสะท้อนผ่านการได้รับรางวัล Top Influential Brand 2568 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงการเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในตลาดเวียดนาม

 “การเติบโตในตลาดอาเซียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขยายธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจลูกค้า และนำความเข้าใจนั้นมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ PRIME สั่งสมมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 25 ปี ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และเครือข่ายจัดจำหน่ายทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดธุรกิจในเวียดนามและตลาดอาเซียน”

   สำหรับเวียดนาม SCGD วางบทบาทให้เป็นทั้ง ฐานการผลิตและส่งออก และตลาดสำคัญที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Glazed Porcelain ซึ่งมีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน และสามารถใช้เป็นฐานรองรับการส่งออกไปยังตลาดอื่นในอาเซียน เช่น ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย

   ขณะเดียวกัน SCGD จะใช้แนวคิด Regional Optimization ในการเชื่อมจุดแข็งของแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน โดยให้ประเทศไทยมีบทบาทด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพการผลิต ขณะที่เวียดนามเป็นฐานการผลิตและส่งออก เพื่อรองรับการขยายโอกาสไปยังตลาดอาเซียน

   “จากรากฐานที่วางไว้ SCGD จะเดินหน้าต่อยอดการเติบโตในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผ่านการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเชื่อมโยงจุดแข็งของแต่ละตลาดในอาเซียน เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้า EBITDA ที่ระดับ 4,500 ล้านบาท และกำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโต 2 เท่า ภายในปี 2574 พร้อมตั้งเป้า EBITDA ระยะใกล้ที่ 3,500 ล้านบาทในปี 2571” นายนำพล กล่าวทิ้งท้าย 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News