mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

จาก "กล่องเลี้ยงชันโรง" สู่นวัตกรรมสร้างรายได้ พลิกเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน

นวัตกรรมที่ดี ไม่ได้วัดกันที่ความแปลกใหม่เท่านั้น แต่ต้องตอบได้ว่า "ทำให้ชีวิตผู้คนดีขึ้นอย่างไร"  "กล่องเลี้ยงชันโรง" ที่พัฒนาโดย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ร่วมกับนวัตกรชุมชน คือคำตอบของโจทย์นั้นอย่างชัดเจน เพราะไม่ใช่เพียงอุปกรณ์สำหรับเลี้ยงผึ้งชันโรง หากแต่เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้เกษตรกรเก็บน้ำผึ้งชันโรงได้มากขึ้น ลดการสูญเสีย เพิ่มรายได้ และต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพใหม่ให้กับคนในชุมชน

ผลจากการดำเนินโครการวิจัยนวัตกรรมการเลี้ยงผึ้งชันโรงพร้อมใช้เชิงพาณิชย์และเสริมสร้างพลังนวัตกรชุมชน เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนและเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ที่ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ได้ทำการพัฒนากล่องเลี้ยงชันโรง โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ หน่วยงานสังกัดสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่เพียงการพัฒนานวัตกรรม แต่คือการสร้างระบบการเรียนรู้ที่ทำให้คนในชุมชนสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้สร้างรายได้จริง

“ก่อนหน้านี้ ผู้เลี้ยงชันโรงจำนวนมากต้องเผชิญปัญหาเดียวกัน คือกล่องเลี้ยงแบบเดิมไม่สามารถป้องกันศัตรูธรรมชาติได้ดี เก็บน้ำผึ้งได้ยาก มีสิ่งเจือปนมาก และเก็บผลผลิตได้เพียงปีละ 1-2 ครั้ง ส่งผลให้ผลผลิตต่ำและรายได้ไม่แน่นอน”

ทีมวิจัยจึงออกแบบ "กล่องเลี้ยงชันโรง" รูปแบบใหม่ ทั้งแบบ 1 ช่อง 2 ช่อง และ 3 ช่อง ให้เหมาะกับชนิด สายพันธุ์ชันโรงและสภาพพื้นที่ที่แตกต่างกัน โดยสามารถแยกส่วนของรังและน้ำผึ้งออกจากกัน ทำให้เก็บน้ำผึ้งได้สะดวกขึ้น ลดการรบกวนรัง ลดการตายของแม่พันธุ์ และป้องกันศัตรูตามธรรมชาติได้เกือบทั้งหมด ผลที่เกิดขึ้นคือ ผู้เลี้ยงสามารถเพิ่มรอบการเก็บน้ำผึ้งจากปีละ 1-2 ครั้ง เป็น 3 ครั้งต่อปี ได้ผลผลิตมากขึ้น คุณภาพดีขึ้น และมีสิ่งเจือปนน้อยลง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นุกูล ชิ้นฟัก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ เปิดเผยว่า ปี 2566 วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 6 แห่ง มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากเดือนละ 169,000 บาท เป็น 245,270 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 45.13 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรายได้ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากการขายน้ำผึ้งเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่การขายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผึ้งชันโรง การผลิตกล่องเลี้ยงชันโรง และการจำหน่าย "กล่องพร้อมเลี้ยง" ที่มีแม่พันธุ์และรังอยู่ภายใน สามารถนำไปเริ่มเลี้ยงได้ทันที

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นุกูล ชิ้นฟัก  มองว่า หากสามารถขยายผลไปสู่ครัวเรือนเกษตรกรและแรงงานรับจ้างที่มีรายได้เพียง 1,900 - 8,000 บาทต่อเดือน จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกลุ่มนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะงานวิจัยที่ไม่ได้ส่งต่อแค่ความรู้ แต่คือสร้าง "นวัตกรชุมชน" ซึ่งหัวใจสำคัญของโครงการไม่ได้อยู่ที่การแจกกล่องเลี้ยงชันโรง แต่คือการสร้างคน โดยทีมวิจัยใช้กระบวนการ Appropriate Learning Process ที่ประกอบด้วยการสำรวจข้อมูล การค้นหาครัวเรือนเป้าหมาย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาผู้เรียนให้กลายเป็น "นวัตกรชุมชน" ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อให้คนในพื้นที่ได้ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 200 คน จากกลุ่มผู้เลี้ยงชันโรง 28 กลุ่ม ครอบคลุม 24 ตำบล ใน 6 อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งทุกคนเป็นผู้ที่มีประสบการณ์เลี้ยงชันโรงมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี ก่อนจะต่อยอดด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ที่เหมาะกับบริบทของตนเอง โดยหนึ่งในพื้นที่ที่เห็นผลชัดเจนที่สุดคือ วิสาหกิจชุมชนสวนป่าสมุนไพรเกษตรสามมิติ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

นายอับด้นเลาะห์ หีมยิ ประธานวิสาหกิจชุมชนสวนป่าสมุนไพรเกษตรสามมิติ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เล่าว่า หลังได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยเฉพาะการใช้กล่องเลี้ยงแบบใหม่ สมาชิกสามารถเก็บน้ำผึ้งได้มากขึ้น ขณะที่อัตราการตายของแม่พันธุ์ลดลงอย่างชัดเจน ส่งผลให้คนในพื้นที่สนใจเลี้ยงชันโรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่มีเพียง 4 ครัวเรือนเข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันเครือข่ายเติบโตเป็นสมาชิกมากกว่า 60 คน และขยายบทบาทเป็นศูนย์รับซื้อน้ำผึ้งชันโรงจากสมาชิกทั้งในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากการขายน้ำผึ้งแล้ว กลุ่มยังสร้างรายได้จากการจำหน่ายขี้ชัน ผลิตกล่องเลี้ยง และจำหน่ายกล่องพร้อมเลี้ยงที่มีแม่พันธุ์และไข่ชันโรงบรรจุอยู่ภายใน ซึ่งมีคำสั่งซื้อจากทั่วประเทศ

นายเดชาชัย อินสมภักษร ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงชันโรงบ้านควนมิน อำเภอจะนะ กล่าวเสริมว่า จากการรวมตัวของผู้เลี้ยงเพียง 8 คน ขยายเป็น 50 คนในปัจจุบัน  กลุ่มสามารถพัฒนาการเลี้ยงชันโรงสายพันธุ์ขันเงินด้วยกล่องแบบ 2 ช่อง ซึ่งช่วยแยกน้ำผึ้งออกจากส่วนของรัง ทำให้จัดการผลผลิตได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันสมาชิกเลี้ยงรวมกันประมาณ 500 กล่อง โดยเป็นศูนย์กลางในการรับซื้อน้ำผึ้งชันโรง (ล้ง) และผลิตภัณฑ์แปรรูปผึ้งชันโรง เพื่อกระจายน้ำผึ้งชันโรงสู่ตลาดในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งรับซื้อน้ำผึ้งชันโรงจากเครือข่ายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรายได้ส่วนหนึ่งถูกนำกลับมาพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงชันโรง ทำให้เกิดรายได้จากการศึกษาดูงานและการฝึกอบรมเพิ่มเติม  ขณะเดียวกันยังดึงดูดผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มผู้สูงสูงอายุ กลุ่มเกษียณอายุ ตลอดจนชุมชนที่ต้องการสร้างอาชีพ ให้เข้ามาเรียนรู้เพื่อสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้

ร้อยตำรวจเอกสมศักดิ์ คำแสน ซึ่งร่วมขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ กล่าวว่า เดิมแต่ละคนทำกล่องเลี้ยงกันเองและได้ผลผลิตไม่มาก แต่เมื่อใช้กล่องมาตรฐานจากงานวิจัย รายได้เฉลี่ยของสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละกว่าหนึ่งหมื่นบาท ทั้งจากการขายน้ำผึ้ง การจำหน่ายกล่องเปล่า และกล่องรังพร้อมเลี้ยง โดยมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7,000 -25,000 บาทต่อเดือน และตัวชันโรงยังช่วยในการผสมเกสร ทำให้เกษตกรได้ผลผลิตที่ปลูกเพิ่มขึ้น และช่วยดูแลสภาพแวดล้อมอีกด้วย (ชันโรงจะอาศัยในบริเวณที่ไม่มีการใช้สารเคมีและยากำจัดศัตรูพืช)

 อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผลลัพธ์ของงานวิจัยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ได้จัดตั้ง "ศูนย์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีผึ้งชันโรงเพื่อชุมชน" ทำหน้าที่รวบรวมองค์ความรู้ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ พืชอาหาร การออกแบบกล่องเลี้ยง การจัดการผลผลิต การแปรรูปผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการตลาดไว้ในที่เดียว โดยมีนวัตกรชุมชนที่ผ่านการอบรมจากโครงการทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้สนใจรุ่นใหม่ เพื่อขยายอาชีพการเลี้ยงชันโรงออกไปสู่จังหวัดสงขลาและพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

กล่าวโดยสรุป งานวิจัยชิ้นนี้จึงไม่ได้สร้างเพียง "กล่องเลี้ยงชันโรง" แต่สร้างระบบการเรียนรู้ที่ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างรายได้จากทรัพยากรในท้องถิ่น และต่อยอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ท้ายที่สุด ผลกระทบที่สำคัญที่สุดของนวัตกรรมนี้ อาจไม่ใช่จำนวนกิโลกรัมของน้ำผึ้งที่เพิ่มขึ้น แต่คือจำนวนครัวเรือนที่มีรายได้เพิ่มขึ้น จำนวนคนที่กลายเป็นนวัตกรของชุมชน และการพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีที่เหมาะสม หากถูกส่งต่อด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่ถูกต้อง สามารถเปลี่ยนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News