ในวันที่ผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์ ความคาดหวัง และข้อจำกัดในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน "การกินดี" จึงไม่มีคำตอบเดียวอีกต่อไป และกลายเป็นโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบัน ข้อมูลจาก Euromonitor International ระบุว่า ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับ Health & Wellness มากกว่าที่เคย ขณะที่ผลสำรวจของ Mintel พบว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงอาหารที่อร่อย แต่คาดหวังให้อาหารตอบโจทย์ทั้ง รสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ ความสะดวก และความคุ้มค่าไปพร้อมกัน เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด จึงมุ่งมั่นสร้างสังคมแห่งการกินดี มีสุข หรือ Eat Well, Live Well. โดยนำ Consumer Insight และองค์ความรู้ด้าน “AminoScience” มาเป็นรากฐานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกช่วงวัย
ภายในงาน The Heartbeat by “AminoScience” ผู้บริหารผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาสินค้าของอายิโนะโมะโต๊ะได้ร่วมแบ่งปันแนวคิด มุมมอง ที่สะท้อนให้เห็นว่า ทุกนวัตกรรมไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า "จะผลิตอะไร" แต่เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจผู้บริโภคก่อนเสมอ ทั้งความต้องการ "กินดี" คือการได้รับอาหารที่มีคุณค่า และ "มีสุข" คือการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค โดยแต่ละท่านได้สะท้อนบทบาทของ “AminoScience” หรือองค์ความรู้ด้านกรดอะมิโนที่อายิโนะโมะโต๊ะสั่งสมและต่อยอดมากว่า 100 ปี เพื่อพัฒนานวัตกรรมอาหารและโซลูชันที่ตอบโจทย์ผู้คนในทุกช่วงชีวิต
++ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงและนำไปใช้ได้จริง
"วันนเรศวร์ สุขีลักษณ์" ผู้จัดการหน่วยงาน Nutrition and Well-being บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 ผู้บริโภคเปลี่ยนมุมมองต่อการดูแลสุขภาพอย่างชัดเจน จากเดิมที่ดูแลเมื่อเจ็บป่วย มาเป็นการดูแลสุขภาพผ่านการตัดสินใจเล็ก ๆ ในทุกวัน ปัจจุบัน ตลาด Health & Wellness ของประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 1.5 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 8% ของ GDP สะท้อนว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพในฐานะส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว และมองหาทางเลือกที่ช่วยให้สามารถดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งหมด
จึงเป็นที่มาที่อายิโนะโมะโต๊ะเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Nutrition and Well-being ที่ไม่ได้มุ่งเพียงคุณค่าทางโภชนาการ แต่ต้องช่วยให้ผู้บริโภคสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมกับวิถีชีวิตของแต่ละคน ผ่านการต่อยอดองค์ความรู้ด้าน “AminoScience” ให้เป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละช่วงชีวิต ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้รักสุขภาพและการออกกำลังกายอย่าง aminoVITAL ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับอย่าง AminoNITE และสินค้าที่ต่อยอดจาดความเชี่ยวชาญด้านกรดอะมิโนอีกมากมาย
ไปจนถึงอาหารพร้อมรับประทานอย่าง Quick Meal และ UMAI ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงมื้ออาหารที่มีคุณภาพได้ แม้ในวันที่มีเวลาจำกัด ทั้งหมดสะท้อนแนวคิดเดียวกัน คือการทำให้ "การกินดี" เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงในทุกช่วงวัยและทุกไลฟ์สไตล์ โดยมองว่า Well-being ไม่ใช่ปลายทาง แต่คือการตัดสินใจเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน และอาหารคือหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด
++ ทุกนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เริ่มต้นจากการเข้าใจ Consumer Moment
"พนิดา เนื่องรักษา" ผู้จัดการหน่วยงาน Household Business บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า วันนี้นักการตลาดไม่สามารถใช้แนวคิด One Size Fits All ได้อีกต่อไป เพราะผู้บริโภคแต่ละคนมีวิถีชีวิตและความต้องการที่แตกต่างกัน โดยข้อมูลจาก Euromonitor International ปี 2026 พบว่า เกือบ 40% ของคนไทยต้องการทำอาหารรับประทานเอง แต่มีข้อจำกัดด้านเวลา สะท้อนว่า ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ต้องการทางเลือกที่ช่วยให้สามารถทำอาหารได้ง่ายขึ้น โดยไม่ลดทอนทั้งรสชาติและคุณภาพ
"Well-being ของแต่ละคนไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ละคนก็มีรูปแบบที่ดีในแบบของตัวเอง สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การสร้างสินค้าชิ้นเดียวให้ตอบโจทย์ทุกคน แต่คือการเข้าใจว่าผู้บริโภคกำลังใช้ชีวิตอย่างไร และต้องการอะไรในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต สำหรับเรา Consumer Insight จึงไม่ใช่แค่ข้อมูลในรายงานวิจัย แต่คือจุดเริ่มต้นของทุกนวัตกรรม"
"พนิดา" กล่าวต่อว่า แนวคิดดังกล่าวทำให้อายิโนะโมะโต๊ะนำ Consumer Moment มาเป็นหัวใจของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมี “AminoScience” เป็นเบื้องหลังของการคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยเปลี่ยนความเข้าใจผู้บริโภคให้เป็นผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ รสดี ที่จากเดิมเป็นภาพจำผงปรุงรสซองเขียวในครัวเรือนให้มีทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งรสดีเมนู ซุปก้อน ช่วยให้การทำอาหารสะดวกมากยิ่งขึ้น หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Birdy ที่มีหลายรูปแบบและหลายรสชาติ เกิดเป็นการกินดีอย่างมีสุขที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา
++ จากผู้ผลิตเครื่องปรุง...สู่พันธมิตรที่เติบโตไปพร้อมร้านอาหารไทย
นอกจากผู้บริโภคในครัวเรือนแล้ว อายิโนะโมะโต๊ะยังให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการร้านอาหาร ซึ่งเป็นผู้ส่งต่อประสบการณ์ "กินดี มีสุข" สู่ผู้บริโภคในทุกวัน
"พิมพ์สร เลิศอุตสาหกูล" ผู้จัดการหน่วยงาน Food Vendor Business บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า ประเทศไทยมีร้านอาหารกว่า 700,000–1,000,000 ร้าน และกว่าร้อยละ 90 เป็นร้านอาหารขนาดเล็กและสตรีทฟู้ด ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอาหารไทย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านต้นทุน การบริหารแรงงาน การรักษามาตรฐานรสชาติ และข้อจำกัดด้านเวลาในการเตรียมอาหาร
"เมื่อเห็นความท้าทายของผู้ประกอบการจากการลงพื้นที่จริง เราจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า อายิโนะโมะโต๊ะจะสนับสนุนร้านอาหารได้มากกว่าการเป็นผู้ผลิตเครื่องปรุงรสอย่างไร" จากการลงพื้นที่พูดคุยกับร้านอาหารทั่วประเทศ บริษัทพบว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องเผชิญความท้าทายในการรักษามาตรฐานรสชาติ ควบคุมต้นทุน และลดเวลาในการเตรียมอาหาร จึงเป็นที่มาของแนวคิด
"อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน" ที่มุ่งพัฒนาโซลูชันจากปัญหาจริงของร้านอาหาร ไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาด เช่น ร้านอาหารอีสานที่มีเมนูคอหมูย่างเป็นเมนูขายดี ต้องใช้เครื่องปรุงหลายชนิดในการหมัก ใช้เวลานาน และต้องอาศัยพ่อครัวคนเดิมเพื่อให้รสชาติคงที่ ขณะที่ร้านข้าวแกงหลายแห่งสะท้อนว่าการทำเมนูพะโล้ต้องใช้เครื่องเทศหลากหลายชนิดและใช้เวลาเคี่ยวนานหลายชั่วโมง ส่งผลต่อการบริหารพื้นที่และเวลาในการเตรียมเมนูอื่น จึงเป็นที่มาของ "อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน หมักย่าง" และ "อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน พะโล้" ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการเตรียมอาหาร พร้อมคงความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการสามารถปรุงต่อเพื่อสร้างรสชาติเอกลักษณ์ของร้านได้
"สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่า ร้านอาหารไม่ได้ต้องการเพียงผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ต้องการโซลูชันที่ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน รักษามาตรฐาน และเพิ่มเวลาให้เจ้าของร้านได้โฟกัสกับลูกค้าและการสร้างเอกลักษณ์ของร้าน" พิมพ์สร กล่าว
แม้ทั้งสามธุรกิจจะดูแลผู้บริโภคคนละกลุ่ม แต่สิ่งที่เชื่อมโยงทุกธุรกิจเข้าด้วยกัน คือองค์ความรู้ด้านกรดอะมิโน “AminoScience” เพราะสำหรับอายิโนะโมะโต๊ะ การสร้างนวัตกรรมไม่ใช่การเริ่มต้นจากคำถามว่า "จะผลิตอะไร" แต่เริ่มต้นจากคำถามว่า "ผู้คนต้องการอะไร" และใช้ “AminoScience” เปลี่ยนความเข้าใจนั้นให้เป็นผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ทำการกินดีมีสุขเกิดขึ้นได้จริงในทุกวัน