mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ธนาคารกสิกรไทย แจ้งผลประกอบการงวดครึ่งปีแรก ปี 2569 กำไร 27,915 ล้านบาท

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ชะลอลงจากไตรมาสแรก ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนพลังงานอยู่ในระดับสูงและเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและค่าครองชีพในประเทศ ขณะที่แรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐยังทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ไม่เต็มที่ ด้านภาคการท่องเที่ยวเผชิญข้อจำกัดในการฟื้นตัว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และแม้การส่งออกยังขยายตัวได้ดีในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่สินค้าส่งออกกลุ่มอื่นเริ่มชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจคู่ค้า

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2569 โดยคาดว่าการใช้จ่ายในประเทศจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจของภาครัฐ อย่างไรก็ดี แรงส่งดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนภาพรวมทั้งปี 2569 ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอลงจากปีก่อน เนื่องจากยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกยังมีความผันผวนและทรงตัวอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ ตลอดจนข้อจำกัดด้านการเบิกจ่ายและประสิทธิผลของการใช้จ่ายภาครัฐ ยังเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี

ธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังผ่านการเดินหน้ายุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity ควบคู่กับการยกระดับกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ด้วยการเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างรอบด้าน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ครอบคลุมและตอบโจทย์ของลูกค้าในหลากหลายมิติ ให้สามารถส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และเดินหน้าสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง ธนาคารมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยง ปรับกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานได้อย่างทันท่วงที ควบคู่กับการประคับประคองลูกค้าให้สามารถผ่านสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนได้ ตลอดจนสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างเต็มที่

ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 เปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 13,247 ล้านบาท ลดลงจำนวน 1,420 ล้านบาท หรือ 9.68% ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารในไตรมาสก่อนที่ไม่รวมรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 1,455 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารไตรมาส 2 ปี 2569 จะลดลงจากไตรมาสก่อนจำนวน 131 ล้านบาท หรือ 0.98% โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 31,432 ล้านบาท ลดลงจำนวน 525 ล้านบาท หรือ 1.64% ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 18,291 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 727 ล้านบาท หรือ 4.14% เป็นผลจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนซึ่งเพิ่มขึ้นตามภาวะตลาดที่มีความผันผวนและเอื้อต่อการทำกำไร รวมถึงการเติบโตของรายได้จากการให้บริการบริหารจัดการกองทุนที่สามารถตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้า สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 20,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,471 ล้านบาท หรือ 7.63% ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของรายได้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้าและการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ลดลง 0.26% สะท้อนผลจากการที่ธนาคารและบริษัทย่อยยังคงดำเนินการตามกลยุทธ์การบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยได้พิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามหลักความระมัดระวังที่ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจำนวน 10,019 ล้านบาท รองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ในอนาคตที่ยังมีความท้าทายจากทั้งในและนอกประเทศที่มีความผันผวนสูง และมีความเสี่ยงที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ผลการดำเนินงานสำหรับงวด 6 เดือน ปี 2569 เปรียบเทียบกับงวด 6 เดือน ปี 2568 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 27,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,635 ล้านบาท หรือ 6.22% ทั้งนี้ หากไม่รวมรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 1,455 ล้านบาท กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจะมีจำนวน 26,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 329 ล้านบาท หรือ 1.25% ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 63,390 ล้านบาท ลดลงจำนวน 6,690 ล้านบาท หรือ 9.55% ตามอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง และส่วนหนึ่งลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง และลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้ลูกค้า ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 2.91% ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ระดับ 3.36% อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย 1) รายได้จากการให้บริการบริหารความมั่งคั่งให้ลูกค้าผ่านการยกระดับกลยุทธ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ครอบคลุมทั้งของธนาคารและบริษัทย่อยรวมทั้งพันธมิตร สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เอื้อในการลงทุน 2) ผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยที่ดีขึ้น และ 3) รายได้จากการลงทุน สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 40,030 ล้านบาท ลดลงจำนวน 825 ล้านบาท หรือ 2.02% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ระดับ 40.33% โดยธนาคารบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่องในหลายมิติ อาทิ การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล การปรับปรุงกระบวนการทำงาน ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานและเสริมสร้างขีดความสามารถของธนาคารในระยะยาว นอกจากนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยยังคงตั้งสำรองฯ ตามหลักความระมัดระวัง เพื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม รองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์ในอนาคตที่ยังมีความท้าทายจากทั้งในและนอกประเทศที่มีความผันผวนสูง จึงตั้งสำรองฯ จำนวน 19,842 ล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดเดือนเดียวกันของปีก่อน และอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อเฉลี่ยอยู่ที่ 1.58% สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินเรื่องอัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อเฉลี่ยปี 2569 อยู่ที่ 1.40% - 1.60% ตามที่ธนาคารได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมจำนวน 4,570,971 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจำนวน 12,353 ล้านบาท หรือ 0.27% เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ส่วนใหญ่เกิดจากเงินลงทุนสุทธิ ซึ่งเป็นการลงทุนตามการคาดการณ์ภาวะตลาดและทิศทางอัตราดอกเบี้ย และเงินให้สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ของธนาคารภายใต้การมุ่งเน้นขยายสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ ผ่านแนวทางการพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยผลตอบแทนที่ปรับตามความเสี่ยงให้เหมาะสม ในขณะที่รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิลดลงจากการบริหารสภาพคล่องของธนาคาร ทั้งนี้ อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) อยู่ที่ระดับ 3.18% ซึ่งยังคงต้องติดตามคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวังใกล้ชิดในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน และมีแนวโน้มที่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 173.90% สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่ที่ 19.24%

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News