mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ไทยเบฟสานต่อความร่วมมือกับกรุงศรี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์การเงินเพื่อความยั่งยืน

+ ผ่านสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน ในวงเงิน 6,500 ล้านบาท

  • ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไทยเบฟในการ “สรรสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน” (Enabling Sustainable Growth) ผ่านการได้รับการสนับสนุนสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนจากธนาคารกรุงศรีต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3
  • เดินหน้าบูรณาการหลัก ESG เข้ากับกลยุทธ์การระดมทุนของบริษัท พร้อมตั้งเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยเบฟ ซึ่งได้รับการรับรองโดย Science Based Targets initiative (SBTi)

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) (“ไทยเบฟ” หรือ “บริษัท”) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มชั้นนำของของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เดินหน้าผสานความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์การระดมทุนของบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) วงเงิน 6,500 ล้านบาท จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (“กรุงศรี”) โดยมีกรุงศรีและ MUFG ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการจัดโครงสร้างเพื่อความยั่งยืน (Joint Sustainability Structuring Advisors)

ธุรกรรมในครั้งนี้นับเป็นการดำเนินธุรกรรมสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนระหว่างไทยเบฟและกรุงศรีต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ต่อยอดจากสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนวงเงิน 10,000 ล้านบาทในปี 2567 และ 5,000 ล้านบาทในปี 2568 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยเบฟในการผสานความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การระดมทุนของบริษัทอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งสานต่อความร่วมมือกับกรุงศรีในการขับเคลื่อนการเงินเพื่อความยั่งยืน

สินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนดังกล่าว เชื่อมโยงต้นทุนทางการเงินของบริษัทเข้ากับผลการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability Performance Targets: SPTs) โดยอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อจะปรับตามระดับการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งครอบคลุมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลงร้อยละ 42 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2566 และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 50 ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในปี 2573

ไทยเบฟกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืน (SPTs) ขึ้นภายใต้กรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Finance Framework) ของบริษัท โดยเป้าหมายดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยเบฟที่ได้รับการรับรองโดย Science Based Targets initiative (SBTi) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของพันธกิจด้านความยั่งยืนของบริษัท และสะท้อนแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ ไทยเบฟยังได้แต่งตั้ง Morningstar Sustainalytics เป็นผู้จัดทำรายงานความเห็นโดยผู้สอบทานภายนอกที่เป็นอิสระ (Second Party Opinion: SPO) เพื่อประเมินว่ากรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนส่งเสริมความยั่งยืน(Sustainability-Linked Finance Framework) ของบริษัทมีความสอดคล้องกับหลักการ Sustainability-Linked Loan Principles (SLLPs) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล รวมทั้งประเมินว่าตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators: KPIs) และเป้าหมายด้านความยั่งยืน (SPTs) ของไทยเบฟมีความเหมาะสม มีนัยสำคัญ และสามารถสร้างผลกระทบได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กลยุทธ์ด้าน ESG ของบริษัท

คุณต้องใจ ธนะชานันท์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มงานความยั่งยืนและกลยุทธ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า “การได้รับการสนับสนุนสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนจากกรุงศรีต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผสานความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์การระดมทุนของไทยเบฟ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว และขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายการ ‘สรรสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน’ (Enabling Sustainable Growth) การกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืน (SPTs) ให้สอดคล้องกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการรับรองโดย Science Based Targets initiative (SBTi) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยเบฟในการบูรณาการหลัก ESG เข้ากับการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า การเดินหน้าขยายการใช้สินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน จะช่วยผลักดันให้บริษัทสามารถสร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้ ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ และการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน”

คุณประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนไทยเบฟบนเส้นทางสู่การเติบโตที่ยั่งยืนในฐานะพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง การออกสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนการเงินเพื่อความยั่งยืน พร้อมตอกย้ำบทบาทของกรุงศรีในการนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถบูรณาการหลัก ESG เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ และรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืนที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชี่ยวชาญของกรุงศรี ผสานกับเครือข่ายที่แข็งแกร่งของ MUFG เราพร้อมสนับสนุนลูกค้าให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ธุรกิจของลูกค้าและเศรษฐกิจโดยรวม”

เกี่ยวกับไทยเบฟ

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (“ไทยเบฟ” และบริษัทย่อยรวมเรียก “กลุ่ม”) เป็นบริษัทเครื่องดื่มชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วิสัยทัศน์ของไทยเบฟ คือ การเป็นผู้นำที่มั่นคงและยั่งยืนของอาเซียนในธุรกิจเครื่องดื่มและอาหาร

ไทยเบฟก่อตั้งขึ้นในปี 2546 เพื่อรวมกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสุราและเบียร์ชั้นนำของไทยที่เป็นของผู้ถือหุ้นและผู้ร่วมทุนรายอื่น ๆ เข้ามาเป็นกลุ่มบริษัท และในปี 2549 ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (“SGX-ST”) ต่อมาในปี 2555 ไทยเบฟได้ขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศผ่านการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทเฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ, ลิมิเต็ด (“F&N”) บริษัทชั้นนำในประเทศสิงคโปร์ซึ่งมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย การซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้กลุ่มก้าวขึ้นเป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มระดับภูมิภาค ในปี 2560 ไทยเบฟได้เสริมแกร่งความเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มในภูมิภาคด้วยการเข้าซื้อหุ้นร้อยละ 75 ในแกรนด์ รอยัล กรุ๊ป (“GRG”) ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สุดในตลาดวิสกี้ของประเทศเมียนมา นอกจากนี้ยังชนะการประมูลซื้อหุ้นร้อยละ 53.59 ของบริษัทไซ่ง่อน เบียร์-แอลกอฮอล์-เบฟเวอเรจ คอร์เปอเรชั่น (“ซาเบโก้”) ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ส่งผลให้ไทยเบฟก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดในด้านปริมาณของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในปี 2566 กลุ่มได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์สุราระดับพรีเมียมผ่านการเข้าซื้อธุรกิจลาร์เซน คอนญัก และคาร์โดนา ดิสทิลเลอรี่ ซึ่งนับเป็นก้าวแรกของกลุ่มในการเข้าสู่ตลาดสุราประเภทคอนญักและวิสกี้จากนิวซีแลนด์

ปัจจุบัน ไทยเบฟดำเนินธุรกิจผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ สุรา เบียร์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหาร โดยกลุ่มมีโรงกลั่นสุรา 19 แห่ง โรงงานผลิตเบียร์ 3 แห่ง และโรงงานผลิตเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหาร 21 แห่งในไทย รวมถึงมีเครือข่ายการกระจายสินค้าที่ครอบคลุมจุดขายมากกว่า 600,000 จุดทั่วประเทศ และจำหน่ายสินค้าครอบคลุมมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีฐานการผลิตในต่างประเทศที่ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจหลัก โดยมีเครือข่ายโรงงานผลิตเบียร์ 26 แห่งในประเทศเวียดนาม ที่ผลิตสินค้า Bia Saigon และ 333 ของซาเบโก้ โรงงานผลิตเบียร์ 1 แห่งในเมียนมา และ 1 แห่งในกัมพูชา โรงกลั่นและโรงงานผลิตสุรา 6 แห่งในสกอตแลนด์ ซึ่งใช้ผลิตสุราซิงเกิ้ลมอลต์ เช่น บัลแบลร์ (Balblair) โอลด์ พุลท์นีย์ (Old Pulteney) และสเปย์เบิร์น (Speyburn) โรงงานผลิตสุรา 1 แห่งในฝรั่งเศส สำหรับผลิตสุราลาร์เซน คอนญัก โรงกลั่นสุรา 1 แห่งในนิวซีแลนด์ ซึ่งใช้ผลิตสุราของคาร์โดรนา โรงงานผลิตสุรา 2 แห่งในเมียนมาของ GRG โรงกลั่นสุรา 1 แห่งในเวียดนาม และโรงกลั่นสุรา 1 แห่งในจีนซึ่งสำหรับผลิตสุราอวี้หลินฉวน (Yulinquan) นอกจากนี้ยังมีโรงงานผลิตเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหาร 14 แห่งในมาเลเซีย 2 แห่งในกัมพูชา 1 แห่งในสิงคโปร์ และ 1 แห่งในเวียดนาม

ผลิตภัณฑ์สุราที่มีชื่อเสียงของกลุ่ม ประกอบด้วย รวงข้าว หงส์ทอง เบลนด์ 285 แสงโสม แม่โขง และแกรนด์ รอยัล วิสกี้ นอกจากนี้ เบียร์ช้าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์หลัก ยังเป็นหนึ่งในเบียร์ของไทยที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ Bia Saigon และ 333 ของซาเบโก้ ยังเป็นเบียร์ที่มียอดขายอันดับต้น ๆ ในเวียดนาม สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ไทยเบฟมีตราสินค้าชั้นนำ ได้แก่ ชาเขียวโออิชิ เครื่องดื่มอัดลมเอส และน้ำดื่มคริสตัล รวมถึงผลิตภัณฑ์ของ F&N อาทิ เครื่องดื่มอัดลม เครื่องดื่มเกลือแร่ 100PLUS และผลิตภัณฑ์นมภายใต้ตราสินค้า F&N และ TEAPOT ซึ่งมียอดขายอันดับต้น ๆ ในมาเลเซีย นอกจากนี้ ไทยเบฟยังดำเนินธุรกิจอาหารผ่านบริษัทย่อยของกลุ่ม ครอบคลุมทั้งธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น อาหารพร้อมปรุงและพร้อมทาน ภายใต้บริษัท โออิชิ โฮลดิ้ง จำกัด และได้ขยายต่อยอดธุรกิจอาหารผ่านบริษัท ฟู้ด ออฟ เอเชีย และธุรกิจแฟรนไชส์เคเอฟซี ซึ่งเป็นร้านอาหารบริการด่วนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย

ไทยเบฟเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงสุดใน SGX-ST และเป็นหนึ่งในหุ้นที่ใช้อ้างอิงในดัชนีสเตรทส์ไทม์ (STI) อีกทั้งยังเป็นสมาชิกของกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (“DJSI”) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และเป็นสมาชิกในดัชนี DJSI World และดัชนี DJSI Emerging Markets นอกจากนี้ยังได้ขยายขอบเขตการรายงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ให้ครอบคลุมรายงานการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศของ Carbon Disclosure Project (“CDP”) ซึ่งเป็นหนึ่งในกรอบการเปิดเผยข้อมูลและการจัดอันดับด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก โดยในปี 2568 ได้รับผลการประเมินระดับ A จาก CDP ในหมวดความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ 

เกี่ยวกับกรุงศรี

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และเป็นหนึ่งในหกสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) โดยดำเนินธุรกิจมานานถึง 80 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อรายย่อย การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 544 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 504 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 40 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 33,816 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 10.6 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)) อีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.krungsri.com

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News