mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ปลุกพลัง...ให้ไปต่อ เมื่อโลกเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม

▪︎ บางทีสิ่งที่เราต้องการ อาจเป็นแค่พื้นที่ให้ได้รู้จักพลังและฟังหัวใจตัวเอง

▪︎ กลุ่มธุรกิจ TCP x RoundShare ชวนผู้คนกลับมาฟังหัวใจตัวเองอีกครั้ง เพื่อค้นหาพลังที่ทำให้ไปต่อ ในวันที่โลกไม่ง่ายเหมือนเดิม

   ในวันที่โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน ความเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเรื่องปกติ เทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นแทบทุกสัปดาห์ เศรษฐกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ขณะที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยกำลังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความกดดัน ความคาดหวัง และคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้

   ท่ามกลางโลกที่ดูเหมือนจะผลักให้ทุกคนต้องวิ่งเร็วขึ้น กลุ่มธุรกิจ TCP เชื่อว่าพลังคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงล้วนเป็นโอกาสให้เราเติบโตไปข้างหน้า และคือโอกาสในการพัฒนาตัวเองในแบบที่คุณเป็น TCP จึงได้ร่วมกับ ThinkFest สนับสนุนกิจกรรม RoundShare #5 วงสนทนาพิเศษที่จัดโดย “นิ้วกลม” หรือคุณสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ ภายใต้หัวข้อ “ยุคนี้อยู่ยากแบบไหน คุณปลุกพลังตัวเองอย่างไร เพื่อไปต่อ” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วม 28 ชีวิตจากหลากหลายอาชีพและหลากหลายช่วงวัย ได้ล้อมวงแบ่งปันเรื่องราวชีวิต รับฟังกันและกันโดยไม่ตัดสิน และร่วมค้นหาพลังบางอย่างที่ยังซ่อนอยู่ในตัวเอง

   กิจกรรมนี้ไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญมาบอกวิธีใช้ชีวิต และไม่มีสูตรสำเร็จให้เดินตาม หากเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้พูด รับฟัง และทบทวนตัวเองผ่านเรื่องราวของกันและกัน ซึ่งในโลกปัจจุบันอาจเป็นสิ่งที่หาได้ยากกว่าคำตอบเสียอีก

   เมื่อความเหนื่อยล้ากลายเป็นประสบการณ์ร่วมของผู้คน

คำถามแรกที่ถูกโยนเข้าสู่วงสนทนาคือ “เราใช้พลังไปกับเรื่องอะไรมากที่สุด” คำตอบที่ปรากฏ ฉายภาพการดิ้นรนของผู้คนในยุคสมัยนี้ได้อย่างชัดเจน หลายคนยอมรับว่ากำลังเหนื่อยกับความเร็วของโลก เหนื่อยกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เหนื่อยกับการพยายามตามให้ทันสิ่งใหม่ ๆ และกังวลว่าหากหยุดเมื่อไรอาจตนเองอาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

   บางคนเหนื่อยกับการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นบนโลกโซเชียล เหนื่อยกับมาตรฐานของความสำเร็จที่ดูเหมือนจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่รู้ว่าคำว่า “พอ” อยู่ตรงไหน ขณะที่อีกหลายคนค้นพบว่า ความเหนื่อยที่ลึกที่สุดไม่ใช่เรื่องงานหรือเรื่องเงิน แต่เป็นความรู้สึกที่ว่า ยิ่งเราวิ่งไล่ตามความสำเร็จ เรากลับยิ่งถอยห่างจากความเป็นตัวเอง จนพวกเขาเริ่มจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไร หรือกำลังใช้ชีวิตไปเพื่อใครกันแน่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้ปัญหาของแต่ละคนจะมีหน้าตาแตกต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกคนต่างกำลังต่อสู้อยู่นั้นคล้ายคลึงกัน นั่นคือโจทย์ที่ว่าเราจะรักษาตัวตนของเราไว้ได้อย่างไร ในวันที่โลกพยายามผลักให้เราเป็นอย่างอื่นอยู่ตลอดเวลา

   ภายใต้ความเหนื่อยล้า ยังมีพลังบางอย่างซ่อนอยู่

คุณนิ้วกลมได้ตั้งคำถามชวนคิดให้กับคนในวงสนทนาอีกครั้งว่า “ภายใต้ความเหนื่อยล้าที่เราต้องเผชิญ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง” ผู้เข้าร่วมหลายคนค้นพบว่า แม้ “ความคาดหวัง” ทั้งที่เกิดขึ้นจากตัวเองและจากคนรอบข้างจะทำให้พวกเขาเหนื่อย ในขณะเดียวกัน ความเหนื่อยเหล่านั้นก็สอนให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริงว่า ไม่มีใครสามารถควบคุมทุกอย่างได้

   หลายคนเป็นเสาหลักของครอบครัว แบกรับภาระและความรับผิดชอบจำนวนมาก แม้จะกังวลกับภาวะเศรษฐกิจและอนาคตที่ไม่แน่นอน แต่สิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้คือ การวางแผนชีวิตอย่างมีสติ และการหันกลับมาดูแลตัวเอง เพราะหากเราไม่เหลือแรงดูแลตัวเอง ก็ยากที่จะดูแลคนที่เรารักได้เช่นกัน ขณะที่บางคนได้ตกผลึกว่าการยอมรับว่าเราไม่จำเป็นต้องเก่ง หรือเข้มแข็งตลอดเวลา กลับกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยให้เดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนกว่าเดิม

   ในความเหนื่อยนั้นมีความหมายหนึ่งในช่วงเวลาที่ทรงพลังที่สุดของวงสนทนา คือการแบ่งปันถึงสิ่งที่ช่วยประคับประคองให้ผู้ร่วมวงสนทนาสามารถเดินไปต่อได้ ซึ่งผู้ร่วมวงได้แบ่งปันเรื่องราวในช่วงที่ตนเองตกอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถตอบคำถามกับตัวเองได้ว่า เขามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

   จนกระทั่งได้ค้นพบว่าความสุขที่ช่วยประคองให้เขาอยากไปต่อนั้น ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเอง แต่เพื่อที่เขาจะสามารถนำความรู้และความชำนาญในสาขาอาชีพที่ตนเองทำอยู่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนในชุมชนให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีการแชร์มุมมองเพิ่มว่าผู้คนมักมองความเหนื่อยล้าเท่ากับความทุกข์

   แต่หากเรามองเห็นได้ว่าวันนี้เราเหนื่อยไปเพื่ออะไร เช่น เพื่อผลการเรียนที่ดีขึ้น เพื่อความสำเร็จในอนาคต เพื่อตนเองและคนที่รักจะมีชีวิตที่มีความสุข ความเหนื่อยที่มีปลายทางก็มีความหมายมากขึ้น และก็เป็นแรงขับเคลื่อนให้เราลุกขึ้นเดินต่อได้อย่างดีอีกด้วย

   มนุษย์ทุกคนมี “แสง” และ “พลัง” อยู่ในตนเอง เมื่อวงสนทนาเดินทางมาถึงคำถามสุดท้ายว่า “ในวันที่เหนื่อย เราจะบอกอะไรกับตัวเองให้ไปต่อ” คำตอบที่เกิดขึ้นไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่หลายคนคิด บางคนบอกตัวเองว่า “แล้วมันก็จะผ่านไป” บางคนเตือนตัวเองว่า “เหนื่อยก็พัก หายเหนื่อยแล้วค่อยเดินต่อ” บางคนเลือกยึดมั่นกับการมีสติ ยอมรับความจริง และอยู่กับปัจจุบันให้มากขึ้น

   ขณะที่หลายคนค้นพบว่า คนที่จะดึงตัวเองขึ้นมาได้ในวันที่ยากที่สุด ก็คือตัวเราเอง พลังที่เราตามหาอาจไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล แต่อยู่ในความเข้าใจตัวเอง การยอมรับตัวเอง และการเชื่อมั่นว่าแม้วันนี้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราก็ผ่านเรื่องราวมากมายมาจนถึงวันนี้ได้แล้ว ในขณะเดียวกัน หลายคนย้ำเตือนตัวเองว่า นอกจากจะไม่ลืมใจดีกับตัวเองกับตัวเองแล้ว เราควรต้องไม่หลงลืมสังเกตและโอบกอดคนรอบข้างของเราด้วย เพื่อสร้างพลังบวกดีๆ ให้แก่กันและกัน

   "นิ้วกลม" ได้สะท้อนบทเรียนจากวงสนทนาครั้งนี้ไว้ว่า “โลกยุคนี้อยู่ยากขึ้นจริงๆ มนุษย์แต่ละคนกำลังเผชิญปัญหาที่หลากหลาย แต่สิ่งที่เราได้รับรู้และมองเห็นได้ก็คือ แท้ที่จริงแล้ว มนุษย์ทุกคนมี “แสง” และ “พลัง” อยู่ในตนเอง เราอาจลืมมันไปในวันที่ชีวิตเต็มไปด้วยเมฆหมอก แต่หากมองย้อนกลับไป เราจะพบว่าเราเคยผ่านเรื่องยากมาหลายครั้งแล้ว อย่าลืมดึงพลังนั้นกลับมาใช้กับเรื่องที่กำลังเผชิญอยู่ เพราะเบื้องหลังเมฆครึ้มยังมีแสงสว่างเสมอ”

   "ปลุกพลัง ผู้คน ให้ไปต่อ"

ในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เคย และผู้คนกำลังมองหาวิธีเติบโตและก้าวต่อไปในแบบของตัวเอง กลุ่มธุรกิจ TCP เชื่อว่า "พลังของคน" คือจุดเริ่มต้นของทุกการเปลี่ยนแปลง ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา TCP ไม่เคยหยุดพัฒนา เพราะเชื่อว่าโลกเปลี่ยน คนเปลี่ยน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือความตั้งใจในการ "ปลุกพลัง ผู้คน ให้ไปต่อ"

   ด้วยแนวคิดเดียวกันนี้ TCP จึงร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านเทศกาล ThinkFest ไม่ว่าจะเป็น TCP Pop-Up Station ให้เติมความสดชื่นจากเครื่องดื่มภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP ทั้ง 3 วัน ควิซ "เช็คพลัง...ให้ไปต่อ" เพื่อค้นหาว่า อะไรคือพลังที่ทำให้คุณไปต่อในทุกวันไป และการส่งต่อพลังผ่านข้อความปลุกพลัง Sharing Wall by TCP จนถึง วงสนทนา RoundShareXTCP ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้แบ่งปันเรื่องราว รับฟัง และเรียนรู้จากกันและกัน

   เพราะ TCP และ ThinkFest เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากผู้คนที่ค้นพบพลังในตัวเอง และเลือกส่งต่อพลังนั้นให้คนรอบข้าง เมื่อคนหนึ่งลุกขึ้นได้ ก็อาจช่วยให้อีกคนก้าวต่อได้เช่นกัน และเมื่อพลังเล็ก ๆ เหล่านี้เชื่อมโยงถึงกัน ก็สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ขยายออกไปได้ไกลกว่าตัวเราเอง

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News