mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

EXIM BANK มองโลกเผชิญวิกฤต “รุนแรง-ผันผวน-แปรปรวน” ลุยเดินหน้ากลยุทธ์ “5T”

EXIM BANK มองโลกเผชิญวิกฤต “รุนแรง-ผันผวน-แปรปรวน” ลุยเดินหน้ากลยุทธ์ “5T” นำผู้ประกอบการไทยฝ่าภาวะ 3 สูง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยในงานแถลงหัวข้อ “โลกเปลี่ยน ความท้าทายใหม่ EXIM BANK เคียงข้างธุรกิจไทยฝ่าวิกฤตโลก” ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากภาวะวิกฤตที่ “รุนแรง ผันผวน และแปรปรวน” ใน 3 มิติหลัก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนทั่วโลก รวมถึงภาคการส่งออกของไทยที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้น ได้แก่

ความขัดแย้งที่รุนแรง ทั้งในรูปแบบของสงครามในสนามรบที่ยืดเยื้อและสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปุ๋ยเคมี สำคัญของโลก จนสั่นสะเทือนถึงความมั่นคงด้านพลังงานและอาหารในหลายประเทศ ขณะเดียวกัน มาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศมหาอำนาจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ยังส่งผลต่อทิศทางการค้าโลกและห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ

ความผันผวนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และตลาดการเงินโลก จากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์และค่าธรรมเนียมความเสี่ยงสงคราม (War Risk Surcharge) ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาทองคำ ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและสภาพคล่องของภาคธุรกิจไทย

ความแปรปรวนด้านสิ่งแวดล้อม จากภาวะโลกร้อนและสภาพอากาศสุดขั้ว ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและต้นทุนการผลิต รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) ระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่า (European Union Deforestation Regulation : EUDR) มาตรการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน (Corporate Sustainability Reporting Directive : CSRD) และระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยการลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation : PPWR) ที่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญให้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของทั้งโลกและไทยมีแนวโน้มเติบโตต่ำลง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า GDP โลกในปี 2569 จะเติบโตในระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปีที่ระดับ 3.1% ลดลงจาก 3.4% ในปีก่อนหน้า ขณะที่การค้าโลกอาจขยายตัวต่ำสุดในรอบ 3 ปี ที่ระดับ 2.8% ลดลงจาก 5.1% ในปี 2568 สวนทางกับอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี แตะระดับ 4.4% เพิ่มจาก 4.1% ในปีก่อนหน้า

สำหรับประเทศไทย EXIM BANK ประเมินว่า การส่งออกในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวราว 7% โดยได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งได้รับอานิสงส์จากกระแสเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความต้องการด้านความมั่นคงทางอาหารที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการขนส่งและค่าประกันภัยที่ปรับสูงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของประเทศคู่ค้า รวมถึงมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจไทยกำลังเผชิญกับ “ภาวะ 3 สูง” ที่ท้าทายความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ 1) Cost สูง จากต้นทุนวัตถุดิบ โลจิสติกส์ ค่าแรง ต้นทุนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายในการบริหารความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น 2) Compliance สูง จากข้อกำหนดด้านมาตรฐานสากล กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนมาตรฐานทางบัญชีที่เข้มงวดมากขึ้น และ 3) Competition สูง จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากสินค้าต้นทุนต่ำจากจีน การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ปรับโมเดลธุรกิจ และเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง

นายชลัช กล่าวอีกว่า ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความท้าทาย EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ พร้อมทำหน้าที่ Export Co-pilot เคียงข้างลูกค้าด้วยกลยุทธ์ “5T” ตามแนวนโยบายภาครัฐ ประกอบด้วย Target บรรเทาผลกระทบและลดความเสี่ยงให้ลูกค้าโดยเฉพาะ SMEs อย่างตรงจุด ผ่านการออกเยี่ยมกิจการเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ พร้อมให้ความช่วยเหลือด้วยการยืดหนี้ ลดดอกเบี้ย เสริมสภาพคล่อง และประคองการจ้างงานตามความเหมาะสม Transition สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวผ่านผลิตภัณฑ์ Sustainable Finance โดยตั้งเป้าหมายสินเชื่อและภาระผูกพันเพื่อการลงทุนและการปรับตัวสู่ความยั่งยืนที่ 50% ของยอดคงค้างรวม อีกทั้งจะขยายการให้บริการด้าน ESG เช่น การจัดทำรายงานความยั่งยืนสำหรับลูกค้า EXIM BANK ที่สนใจปรับตัวตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก Transform ส่งเสริมการยกระดับธุรกิจด้วยเทคโนโลยี และกระจายความเสี่ยงด้วยการขยายตลาดใหม่ผ่านการให้คำปรึกษา การจับคู่ธุรกิจ และการจัดกิจกรรมและ Product Package ร่วมกับพันธมิตร เพื่อเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดอื่นนอกเหนือจากสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เป็น 75% การดำเนินงานทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนหลักการ Transparency สนับสนุนการส่งออกอย่างโปร่งใส สอดรับกับมาตรฐานสากล และดูแลลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพ และ Together บูรณาการความร่วมมือภายใน EXIM One Team และกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้าง Export Ecosystem ที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการไทยอย่างครบวงจร

“มาตรการและความช่วยเหลือของ EXIM BANK จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีทั้งความพร้อมในการรับมือและความสามารถในการปรับตัวต่อความท้าทายในทุกมิติ โดย EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่เป็น Export Co-pilot เคียงข้างผู้ประกอบการไทยในทุกสถานการณ์ สนับสนุนให้ธุรกิจไทยไม่เพียงอยู่รอดจากวิกฤต แต่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนบนเวทีการค้าโลก” นายชลัช กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News