▪︎ ส่งต่อพลังบวก Bangkok Vertical Run Challenge Series 2026พิชิตความสูง 568.65 เมตร 3,667 ขั้นบันได ก้าวแรกวิ่งขึ้นตึกเพื่อชนะใจตัวเอง
ระยะทางหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ ล่าสุด อีเวนต์ที่ดังกระหึ่มในโลกโซเชียลรวมทั้งวงการแข่งขันวิ่งแนวตั้งระดับโลกหรือ Vertical Run ซึ่งหลายคนเรียกแบบไม่เป็นทางการว่าการแข่งขันวิ่งขึ้นตึกสูง หนึ่งในกีฬาสุดฮิตของนักกีฬาจากทั่วทุกมุมโลกเพราะต้องมีทั้งความอึด-ถึก-ทนอย่างครบเครื่องเท่านั้นจึงจะมีโอกาสเข้าถึงเส้นชัยได้ ว่ากันว่าไม่จำเป็นต้องเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ขอแค่เข้าถึงเส้นชัยคนที่เท่าไหร่ก็ได้ คุณก็ได้ชื่อว่าสามารถทำลายขีดจำกัดทั้งทางกายและชนะใจตัวเองได้แล้ว สิ่งนี้คือความพิเศษของกิจกรรมวิ่งแนวตั้งที่แท้จริง
ไทยปักหมุดวิ่งแนวตั้ง 3 ออฟฟิศตึกสูงใจกลางเมืองล่าสุด กลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จัดงานวิ่งแนวตั้งพิชิตตึกอาคารสำนักงานใจกลางเมือง 3 โครงการยักษ์ ภายใต้กิจกรรม “Bangkok Vertical Run Challenge Series 2026”
สำหรับนักวิ่งที่เข้าร่วมวิ่งขึ้นตึกครบทั้ง 3 แห่ง จะได้รับเอกสิทธิ์ในการเป็นหนึ่งในผู้พิชิตการแข่งขันวิ่งแนวตั้งที่มีระดับความสูงรวมกัน 568.65 เมตร หรือจำนวนบันได 3,667 ขั้น โดยข้อมูลลึกแต่ไม่ลับระบุว่าทั้ง 3 อาคารที่กลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ เลือกเฟ้นมาจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีจุดร่วมตรงที่เป็นอาคารทันสมัยที่สุดเท่าที่การก่อสร้างและการดีไซน์ของโลกยุคปัจจุบันจะอำนวยให้
อีเวนต์วิ่งแนวตั้งครั้งนี้ ปูพรมการจัดกิจกรรม 1 เดือนเต็ม ประเดิมด้วยกำหนดการวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา วิ่งขึ้นตึกโครงการ “มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์” ที่ระดับความสูง 32 ชั้น จำนวน 976 ขั้นบันได
ถัดมา วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา กิจกรรมวิ่งแนวตั้งระเบิดอีกครั้งที่โครงการ “สาทรสแควร์” ณ ความสูง 41 ชั้น จำนวนบันได 1,086 ขั้น และเอนด์เกมที่โครงการสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา กับเมกะโปรเจ็กต์ภาคเอกชนทุ่มทุนสร้างเพียงโครงการเดียวแต่มีมูลค่าสูงถึง 1.2 แสนล้านบาทอย่างโครงการ วัน แบงค็อก โดยปักหมุดโชว์เคสกันที่“วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 4” ความสูง 49 ชั้น จำนวน 1,605 ขั้นบันได
อึด-ถึก-ทน สุดยอดความท้าทายนักวิ่งแนวตั้ง ทั้งนี้ทั้งนั้น นักวิ่งทุกคนในงานวิ่งแนวตั้ง ไม่ว่าจะฉายเดี่ยวหรือมาแบบกลุ่มก็สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ทั้งหมด ทุกคนได้รับการต้อนรับขับสู้ในฐานะแขกรับเชิญของกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ รางวัลของนักวิ่งแนวตั้งทั้ง 3 โครงการยักษ์ในไทย แน่นอนว่านอกจากปลายทางของการได้ทลายขีดจำกัดของตัวเองจนถึงเส้นชัยบนยอดตึกของอาคารแล้ว ยังได้รับโบนัสจากการได้เทกวิวเมืองมหานครกรุงเทพทำเลใจกลางเมือง วิวที่อัดแน่นไปด้วยภาพภูเขาตึกสูง วิวเมืองสวย ๆ เหนือจินตนาการจนทำให้กรุงเทพฯ ได้รับการยอมรับในฐานะเมืองมหานครระดับโลกเทียมบ่าเทียมไหล่กับมหานครชั้นนำอย่างนิวยอร์ก ลอนดอน และเมืองดังอื่นๆ อีกมากมาย ในแบบที่น้อยคนจะได้เห็นด้วยสายตาตัวเอง
สำหรับสาทรสแควร์ นับเป็นตึกที่สองของซีรีส์การแข่งขัน ‘Bangkok Vertical Run Challenge Series 2026’ ด้วยความสูงถึง 41 ชั้น จำนวน 1,086 ขั้นบันได เพิ่มความท้าทายให้ผู้เข้าร่วมกว่า 350 คน โดยไฮไลต์ที่ทำให้สนามนี้พิเศษยิ่งขึ้น คือการได้สัมผัสวิวท้องฟ้ายามเช้าพร้อมบรรยากาศของถนนสาทร หนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิ่งเก็บภาพบรรยากาศและชัยชนะร่วมกัน ทั้งนี้ อีเวนต์วิ่งแนวตั้งที่ปลุกพลังคนเมืองสายแอคทีฟ โดยกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ต่อยอดจากแนวคิดการใช้ชีวิตแบบ Active Urban Lifestyle
ไฮไลต์ของการแข่งขันอยู่ที่สนามสุดท้าย ณ วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ 4 อาคารสำนักงานระดับพรีเมียมภายในโครงการ
วัน แบงค็อก เมืองกลางใจ บนทำเลผืนใหญ่ที่สุดขนาด 108 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลางพระราม 4 ด้วยความสูง 49 ชั้น 1,605 ขั้นบันได นับเป็นสนามที่สูงที่สุดของซีรีส์นี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังและเสียงเชียร์จากครอบครัวและคอมมูนิตี้สายวิ่งกว่า 450 คน และร่วมงานเลี้ยงปิดท้ายซีรีส์การแข่งขันพร้อมดื่มด่ำวิวเมืองแบบพาโนรามา 360 องศา เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจและเฉลิมฉลองความสำเร็จร่วมกัน
ความพิเศษของการแข่งขันสนามสุดท้ายนี้ ได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาร่วมเป็นประธานเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ สะท้อนการสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนเมือง พร้อมร่วมให้กำลังใจนักวิ่งที่มุ่งมั่นพิชิตความสูงของอาคารระดับแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ สร้างบรรยากาศแห่งแรงบันดาลใจตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงเส้นชัย
สำหรับผู้ที่ทำเวลาได้ดีที่สุดทั้ง 3 สนาม ได้แก่ แชมป์โลกนักวิ่งขึ้นตึกชาวมาเลเซีย ‘Soh Wai Ching’ ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นและท้าทายทั้งกำลังกายและกำลังใจ ขณะที่นักวิ่งอีกหลายคนต่างตั้งเป้าทำลายสถิติของตนเอง นับเป็นเสน่ห์ของกีฬาวิ่งแนวตั้งที่ไม่ได้วัดเพียงความเร็ว แต่คือการเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองในทุกก้าว
ส่งต่อพลังบวกผ่านมูลนิธิดวงใจใหม่ (New Heart Foundation)หนึ่งในกิมมิกของกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นสะพานบุญให้ผู้เข้าร่วมทั้ง 3 สนามได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ เพราะทุก ๆ การสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้เปลี่ยนเป็นเงิน 100 บาท เพื่อนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ผ่านมูลนิธิดวงใจใหม่ (New Heart Foundation) ตลอดซีรีส์การแข่งขัน รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 114,600 บาท ตอกย้ำแนวคิดการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ที่ให้ความสำคัญทั้งในมิติของสุขภาพ สังคม และเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน