mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กทม. จับมือ GIZ เปิดสนามทดลอง “EV เพื่อพี่วิน”

-ข้อมูลชี้ EV ลดต้นทุนพี่วินได้ถึง 7 เท่าต่อปี ลดฝุ่นเมืองได้ 16 ตันต่อปี

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ผ่านโครงการความร่วมมือไทย–เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) ประกาศเปิดตัวโครงการ “EV เพื่อพี่วิน” อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด Win–Win–Win ที่เมืองได้ประโยชน์ ผู้ขับขี่ลดต้นทุน และสิ่งแวดล้อมดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผลการศึกษาจากโครงการ TGC EMC ชี้ให้เห็นว่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสามารถช่วยลดต้นทุนผู้ขับขี่ได้สูงสุดถึง 7 เท่า เหลือเพียงราว 7,200 บาทต่อปี และลดฝุ่น PM2.5 ได้ประมาณ 16 ตันต่อปี

โครงการ “EV เพื่อพี่วิน” โดยกรุงเทพมหานครและ GIZ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ภายใต้โครงการ TGC EMC มุ่งเดินหน้าแก้ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการวินมอเตอร์ไซค์หันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านการทดลองโมเดลเช่าขับในอัตรา 75-140 บาทต่อวัน ควบคู่กับการจัดเตรียมระบบอัดประจุทั้งแบบชาร์จและสลับแบตเตอรี่ที่ไม่ต้องรอชาร์จ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์และพนักงานกวาดถนนของ กทม. กว่า 200 คนในเขตดินแดงและพญาไท ร่วมทดลองขับและรับข้อมูลด้านต้นทุน การดูแลรักษา และระบบสนับสนุนที่จำเป็นต่อการทำงานจริง ก่อนคัดเลือก 30 คนให้ทดลองใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับการพัฒนาแนวทางขยายผลในระดับเมือง

จากงานศึกษาโดยโครงการ TGC EMC  พบว่าวินมอเตอร์ไซค์กว่า 89,000 คน ที่กระจายอยู่มากกว่า 5,300 จุด ทำหน้าที่เป็น “ขนส่งเส้นเลือดฝอย” ที่ทำให้ระบบขนส่งหลักของเมืองดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ระบบการเดินทางที่ยังพึ่งพาน้ำมันเป็นหลักก็สร้างต้นทุนทั้งค่าครองชีพของคนเมืองโดยรวมและมลพิษทางอากาศ ซึ่งคิดเป็นการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ราว 80,000-100,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และ PM2.5 ประมาณ 16 ตันต่อปี เทียบเท่ากับการเผานาประมาณ 3,800 ไร่ หรือเท่ากับฝุ่นที่ปล่อยจากรถเมล์แดง (รุ่นเก่า) ประมาณ 250-300 คัน ที่วิ่งให้บริการตลอดทั้งปี

รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ของกรุงเทพฯ ต้องอาศัยแนวทางที่ทำได้จริงและต่อยอดเป็นนโยบายได้ โครงการ ‘EV เพื่อพี่วิน’ จึงถูกออกแบบเป็นโครงการนำร่อง เพื่อทดสอบการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในระดับปฏิบัติการจริง โดยเริ่มจากวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ที่มีโครงสร้างเมืองที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอย ขณะเดียวกัน กทม. ตระหนักว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 ยังมาจากแหล่งอื่น ๆ เช่น รถเมล์และรถบรรทุก ซึ่งต้องแก้ไขควบคู่กันอย่างเป็นระบบ โดยหวังว่าผลจากโครงการนี้จะช่วยให้เมืองพัฒนามาตรการที่เหมาะสมที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับขนส่งรูปแบบอื่น ๆ ในเมือง และช่วยให้กรุงเทพฯ เดินหน้าสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม”

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะทำหน้าที่กำหนดกรอบทิศทางของโครงการ โดยสำนักสิ่งแวดล้อมดูแลการเชื่อมโยงข้อมูลด้านฝุ่น PM2.5 และผลกระทบด้านสุขภาพ ขณะที่สำนักการจราจรและขนส่งรับผิดชอบการเชื่อมต่อกับระบบวิน จุดจอด และการใช้งานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในพื้นที่จริง เพื่อให้ผลการทดลองสามารถนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และต่อยอดการขยายผลในระดับเมืองต่อไป

ดร.โดมินิกา คาลินอฟสกา ผู้อำนวยการโครงการด้านการขนส่ง ประเทศไทย จาก GIZ เปิดเผยว่า “ผลการศึกษาวินมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ พบว่า ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สันดาปมีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเฉลี่ยราว 19,000-49,000 บาทต่อปี ขณะที่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายลดลงสูงสุด 7 เท่า เหลือเพียงประมาณ 7,200 บาทต่อปี ช่วยเพิ่มรายได้สุทธิและลดภาระให้ผู้ขับขี่ พร้อมลดฝุ่น PM2.5 ในเมืองได้ราว 16 ตันต่อปี อย่างไรก็ตาม แม้ EV จะได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ผู้ขับขี่จำนวนมากยังกังวลถึงข้อจำกัดด้านราคาตัวรถ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบแบตเตอรี่ และความเหมาะสมต่อการใช้งานจริง

ด้วยเหตุนี้ นอกจากการทดลองนวัตกรรมและแนวทางร่วมกับวินมอเตอร์ไซค์แล้ว โครงการ ‘EV เพื่อพี่วิน’ ยังได้ร่วมกับ ผู้ประกอบการผลิตและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ข้อกังวลดังกล่าวโดยตรง ครอบคลุมระบบแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุง และสถานีสลับแบตเตอรี่ที่ไม่ต้องรอชาร์จ ทำให้ทำงานรับ-ส่งได้ต่อเนื่องไม่สะดุด ปักหมุดย่านดินแดงและพญาไท ควบคู่กับการทดสอบโมเดลเช่าขับรายวัน ในอัตราเริ่มต้นที่ 75 บาท และแนวทางสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารออมสิน ในรูปแบบ Green loan หรือการเช่าซื้อ เพื่อลดอุปสรรคในการตัดสินใจและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในระยะยาว”

ด้าน คุณสามารถ ดรบุราณ ประธานวินมอเตอร์ไซค์บางกรวย ที่เข้าร่วมโครงการนำร่องเล่าว่า “ที่ผ่านมา วินหลายคนไม่ได้ไม่อยากใช้ EV แต่ไม่กล้าเปลี่ยน เพราะต้นทุนสูง กลัวเรื่องการชาร์จ กลัวรถไม่พอวิ่งทั้งวัน ถ้าต้องจอดรถนานก็หมายถึงรายได้ที่หายไป การทำงานของวินคือหาเงินเป็นรอบ ๆ แต่พอได้ทดลองใช้งานจริง ค่าใช้จ่ายลดลงชัดเจน และระบบชาร์จหรือสลับแบตเตอรี่ก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ทำให้ยังทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่กระทบรายได้ระหว่างวัน จนเริ่มเห็นว่า EV เป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริง และช่วยลดภาระต้นทุนในชีวิตประจำวันของคนทำงานอย่างเราได้จริง”

โครงการ “EV เพื่อพี่วิน” ถือเป็นการขยับจากการพูดถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 สู่การลงมือแก้ไขบนท้องถนนจริง ด้วยการใช้ข้อมูลจากการใช้งานจริงของพี่วินเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อพิสูจน์ว่าโมเดล Win–Win–Win ที่ผู้ขับขี่ลดต้นทุน คนเมืองได้อากาศที่ดีขึ้น และเมืองก้าวสู่ความยั่งยืน สามารถเกิดขึ้นได้จริง ทั้งนี้ โครงการมีกำหนดเริ่มการทดลองในเดือนมีนาคม 2569 ก่อนต่อยอดสู่การขยายผลในระดับนโยบายของกรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการผลักดันเมืองคาร์บอนต่ำในระยะยาว

คุณอินซ่า อิลเก้น ผู้อำนวยการโครงการ TGC EMC จาก GIZ กล่าวว่า “ความร่วมมือจากคนขับวินมอเตอร์ไซค์ทุกคนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อความสำเร็จของโครงการ โดยประสบการณ์ ข้อคิดเห็น และความเชื่อมั่นของทุกท่านมีส่วนช่วยกำหนดทิศทางของโครงการนี้ในอนาคต วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางขององค์กรภาคีจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเงิน  ที่ต้องอาศัยความร่วมมือ นวัตกรรม และความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการมุ่งสู่คมนาคมไฟฟ้าอย่างยั่งยืนโดยโครงการ TGC EMC พร้อมสนับสนุนความมุ่งมั่นของกรุงเทพมหานครในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พัฒนาคุณภาพอากาศและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผ่านแนวทางการขนส่งที่ยั่งยืนต่อไป”

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News