mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กรุงศรี เผยอินไซต์กว่า 70 % คนไทยตื่นตัวเรื่องความรู้ทางการเงิน

-ชูมุมมอง “จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ยั่งยืนคือการเงินที่มั่นคง”เดินหน้าส่งเสริมให้การเงินเป็นเรื่องง่าย ทุกคนเริ่มต้นได้ทันที

“กรุงศรี” (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เผยผลสำรวจทักษะทางการเงินของคนไทยปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 71.4% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการมีความรู้ทางการเงิน เพื่อต่อยอดไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งทักษะทางการเงินเหล่านั้นจะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อมีรากฐานทางการเงินที่แข็งแรงก่อน “กรุงศรี” จึงชวนคิดผ่านมุมมอง “จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ยั่งยืนคือการเงินที่มั่นคง” ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสำคัญของการสานต่อแคมเปญ “GO Sustainable with krungsri ก้าวเพื่อสังคมที่ยั่งยืนของเรา” พร้อมเผยอินไซต์พฤติกรรมของคน 4 เจเนอเรชั่นในยุคสมัยใหม่ที่มีโจทย์ชีวิตแตกต่างกัน และต่อยอดโซลูชันทางการเงิน “Financial Health Check” และ “Krungsri The Coach” ควบคู่กับการให้เกร็ดความรู้ด้านการเงินผ่านบทความและโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้คนไทยมีจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของการเงินที่มั่นคงได้ง่าย และลงมือทำได้ทันที

คุณมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ ผู้บริหารสายงานบริหารแบรนด์และการตลาดองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ‘การเงิน’ เกี่ยวข้องกับ ‘ความยั่งยืน’ อย่างไร หรืออาจมองว่าความยั่งยืนเป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง การเงินเกี่ยวข้องกับเกือบทุกมิติของชีวิต และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง กรุงศรี ในฐานะสถาบันการเงิน เราจึงลงมือขับเคลื่อนแนวทางนี้จากภายในองค์กร โดยมุ่งสร้าง Sustainability DNA ให้เกิดขึ้นกับพนักงานทุกคน นอกเหนือจากการดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การลดขยะและการประหยัดพลังงาน แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การปูพื้นฐานความรู้ทางการเงิน หรือ Financial Literacy รวมถึงความเข้าใจเรื่องการเงินยั่งยืน เพื่อให้พนักงานเป็นต้นแบบที่มีทั้งวินัยในการดำเนินชีวิตและความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการเงิน ก่อนขยายสู่ลูกค้าและสังคมในวงกว้าง  ไปจนถึงการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวผ่านแคมเปญ ‘GO Sustainable with krungsri ก้าวเพื่อสังคมที่ยั่งยืนของเรา’ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2024 เนื่องจากกรุงศรีเชื่อมั่นว่า ความยั่งยืน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเรื่องที่ต้องรอ แต่คือการเปลี่ยนแปลง ปรับตัว และลงมือทำ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบันที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับรากฐาน หรือความรู้ทางการเงินมากยิ่งขึ้น”

ระดับความตระหนักรู้ด้านการเงินของคนไทย มีแนวโน้มที่ดีขึ้น

  • จากข้อมูลของวิจัยกรุงศรี เกี่ยวกับพฤติกรรมทางการเงินของแต่ละช่วงวัย และการทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละกลุ่มอย่างต่อเนื่องผ่านทีม Customer Insight พบสัญญาณที่ดีที่สะท้อนว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการมีความรู้ทางการเงินเพื่อต่อยอดไปสู่ชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนี้ จากรายงาน Saving Behavior Survey: Decoding the Saving Habits of Thai Consumers 2025 ที่รวบรวมข้อมูลโดยวิจัยกรุงศรีชี้ว่าทักษะทางการเงินของคนไทยมีพัฒนาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 71.4% เพิ่มขึ้นจาก 67.4% ในปี 2563 และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 60.5% (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่กำหนดเกณฑ์มาตรฐานวัดระดับทักษะทางการเงินในระดับสากล โดยประเมินจากองค์ประกอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้ทางการเงิน (Financial Knowledge) ที่ปรับตัวสูงขึ้นเด่นชัดมาอยู่ที่ 69.7% สะท้อนความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยและความเสี่ยงที่ดีขึ้น ด้านพฤติกรรมทางการเงิน (Financial Behavior) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 70.3% จากการมีวินัยในการจัดสรรงบประมาณและการออมที่ดี และ ด้านทัศนคติทางการเงิน (Financial Attitude) ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 76.8%
  • ครัวเรือนไทยมีการออมเงินบางส่วนจากรายได้ สูงถึง 87.5% โดยส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบที่มีความปลอดภัยสูง เช่น เงินสด หรือ บัญชีเงินฝากเพื่อการออมโดยเฉพาะ โดย 60% มีวินัยทางการเงินที่ดี โดยมีการออมหรือลงทุนอย่างสม่ำเสมอในทุกๆ เดือน และสามารถเก็บเงินได้ 20-30% ของรายได้ต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
  • เมื่อมีรายได้เข้ามา คนไทยส่วนใหญ่ (38%) เลือกที่จะจัดลำดับความสำคัญให้กับการ "ชำระหนี้" ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งแสดงถึงความตระหนักรู้ในภาระหน้าที่ทางการเงิน
  • 61.1% ของประชากรไทยมีแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุ และได้เริ่มออมเงินเพื่อเป้าหมายดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม มีเพียง 15.7% เท่านั้นที่สามารถดำเนินการตามแผนได้อย่างครบถ้วนจริง

“จากรายงานของวิจัยกรุงศรีสะท้อนว่า คนไทยมีความต้องการพัฒนาทักษะทางการเงินเพื่อการมีชีวิตที่ยืนยาว และมีคุณภาพ ดังนั้น กรุงศรีในฐานะจุดเชื่อมต่อ (Connector) ในการสร้างความเข้าใจเรื่องการเงินกับความยั่งยืนให้คนไทย จึงนำเสนอทางออกที่ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ทางด้านการเงิน (Financial Literacy) และ โซลูชันทางการเงิน (Financial Inclusion Solution) เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงิน (Financial Ecosystem) ที่ยั่งยืน ในปีนี้และปีหน้า กรุงศรีจึงต่อยอดแคมเปญ GO Sustainable with krungsri ในมิติด้านสังคม ผ่านมุมมอง “จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ยั่งยืนคือการเงินที่มั่นคง” ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้ความยั่งยืนซึ่งเคยเป็นเรื่องไกลตัว ให้เป็นเรื่องใกล้ตัวและนำไปสู่ชีวิตที่มั่นคงของคนไทยได้จริง” คุณมิ่งขวัญกล่าว

เจาะอินไซต์ด้านการเงินของคนไทย 4 เจเนอเรชัน

เพื่อให้เกิดการสร้างความรู้ ความเข้าใจในเรื่องทักษะการเงินและนำไปสู่การมีชีวิตที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง กรุงศรีจึงพยายามทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (Empathize) กับคนในแต่ละเจเนอเรชั่น จนพบว่า แต่ละเจเนอเรชั่นในปัจจุบันมีความต้องการทางการเงินที่แตกต่างกัน ทำให้มีพฤติกรรมทางการเงินในปัจจุบันที่แตกต่างกัน ดังนี้

1) Gen Z - วัยเริ่มทำงาน (อายุ 20–30 ปี): "สร้างตัวเร็ว เน้นสมดุล และมองหาความมั่งคั่งแบบใหม่"

  • เติบโตมากับความไม่แน่นอนจากวิกฤตโควิดและภัยพิบัติ จึงมีความเข้าใจว่าชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทำให้เริ่มวางแผนการเงินเร็วขึ้นกว่ารุ่นอื่น โดยตั้งเป้าหมายความสำเร็จทั้งเรื่องงานและชีวิตส่วนตัวไว้ที่อายุประมาณ 53 ปี
  • เป็นวัยที่หารายได้หลายช่องทางมากที่สุด กว่า 38% มีรายได้ตั้งแต่ 2 แหล่งขึ้นไป และให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุล (Work-Life-Balance) ระหว่างการหาเงินกับการใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ให้มีความสุข
  • เน้นสร้างเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน 3-6 เดือน เริ่มลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะตัวเอง และวางแผนระยะยาวเพื่อการเกษียณ โดยให้ความสำคัญกับประเด็นความยั่งยืนไปพร้อมกัน

2) Gen Y - วัยสร้างครอบครัว (อายุ 30–40 ปี): "ความหวังของบ้าน ที่ต้องบริหารความมั่นคงรอบด้าน"

  • ตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการดูแลครอบครัว มีการลงทุนสร้างทรัพย์สินเป็นของตัวเองซึ่งมองว่าเป็นการลงทุนในระยะยาว เช่น การซื้อบ้าน รถ โดยมองว่าอายุ 31 ปีควรมีทรัพย์สินเป็นบ้านของตนเอง และตั้งเป้าความก้าวหน้าในอาชีพเพื่อหารายได้ให้เพียงพอ
  • เป็นวัยที่เริ่มวางแผนเกษียณอย่างจริงจัง มีความคาดหวังเรื่องเงินใช้หลังเกษียณสูงที่สุดถึง 35,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในทุกช่วงวัย และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนไทย
  • เน้นสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวผ่านประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ทุนการศึกษาบุตร และเลือกการลงทุนที่ปลอดภัยเพื่อรักษาเงินต้น

3) Gen X - วัยมั่นคง (อายุ 40–55 ปี): "เร่งเครื่องปลดหนี้ วางแผนเกษียณอย่างมืออาชีพ"

  • เป็นช่วงวัยที่ตระหนักถึงการเกษียณอย่างจริงจัง โดย 79% ได้จัดทำแผนการเงินเพื่อการเกษียณเรียบร้อยแล้ว และตั้งใจจะเกษียณที่อายุเฉลี่ย 59 ปี
  • เป็น Sandwich Generation ที่ต้องดูแลทั้งลูกและพ่อแม่ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ก็มีวินัยทางการเงินที่ดีขึ้น โดย 30% สามารถเก็บเงินได้ตามแผนที่วางไว้
  • มุ่งปลดภาระหนี้สินให้หมด สร้าง Passive Income จากอสังหาริมทรัพย์หรือเงินปันผล และจัดสรรเงินออมถึง 41% ของพอร์ตไว้สำหรับการเกษียณโดยเฉพาะ ผ่านเครื่องมือความเสี่ยงต่ำ เช่น RMF หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

4) Baby Boomer - วัยอิสระ (อายุ 60 ปีขึ้นไป): "Active Aging วัยเกษียณที่ใช้ชีวิตแบบไม่ยอมเกษียณ"

  • เป็นวัยเก๋าสำราญที่ยังอยากทำสิ่งที่รักและมีชีวิตบั้นปลายที่สุขสงบ โดย 83% มีการวางแผนการเงินเกษียณไว้ล่วงหน้าแล้ว
  • ยังคงมีศักยภาพในการทำงาน ยังไม่หยุดทำงาน โดย 32% ยังมีรายได้หลักจากการทำงานของตนเอง แต่ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายเพื่อเตรียมเงินให้พอใช้ยาวนานถึง 20-25 ปี หลังหยุดทำงาน
  • ให้ความสำคัญสูงสุดกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการรักษาเงินต้น (Wealth Preservation) โดยเน้นลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝาก หรือประกันสะสมทรัพย์ เพื่อให้เงินก้อนที่มีอยู่อยู่รอดปลอดภัยตลอดอายุขัย

เห็นได้ว่าเนื่องจากโจทย์ชีวิตและเป้าหมายของคนแต่ละเจเนอเรชันแตกต่างกัน การก้าวสู่ชีวิตที่ยั่งยืนจึงจำเป็นต้องเริ่มจากรากฐานทางการเงินที่ถูกต้อง ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแคมเปญ GO Sustainable with krungsri ที่กรุงศรีเชื่อมั่นว่า คำว่า "ความยั่งยืน" (Sustainability) ต้องเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่สุด นั่นคือ "ความมั่นคงทางการเงิน" ของแต่ละบุคคล จึงเป็นที่มาของมุมมอง “จุดเริ่มต้นของชีวิตที่ยั่งยืนคือการเงินที่มั่นคง”

 กรุงศรีจึงได้ต่อยอด 2 โซลูชัน เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถเริ่มต้นชีวิตที่ยั่งยืนจากการเงินที่มั่นคงได้ง่าย และลงมือทำได้จริง ได้แก่

  1. Krungsri Financial Health Check

        เครื่องมือตรวจสุขภาพการเงินออนไลน์ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ใช้เช็กความพร้อมทางการเงินตามเป้าหมายชีวิต เพียงตอบคำถามสั้นๆ ในรูปแบบที่ให้ความ

        รู้สึก เหมือนคุยกับเพื่อน ประมวลผลให้ทันที พร้อมคำแนะนำเบื้องต้นได้ทุกที่ผ่าน LINE @Krungsrisimple ด้วยการพิมพ์คำสั่ง “เช็คสุขภาพการเงิน” 

  1. Krungsri The COACH

แหล่งรวมความรู้และคำแนะนำจากกูรูผู้เชี่ยวชาญ ที่ช่วยวางแผนการเงินให้ตรงกับเป้าหมายของแต่ละช่วงวัย ด้วยคอนเซ็ปต์ “โค้ชเรื่องเงิน ให้เป็นเรื่องง่าย” เพื่อให้ความรู้ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และไขข้อสงสัยทุกเรื่องด้านการเงิน ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจในเรื่องการบริหารจัดการทางการเงินให้กับลูกค้าทุกกลุ่มในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออม การใช้จ่าย การบริหารหนี้ ความคุ้มครอง และการลงทุน สานต่อเป้าหมายของกรุงศรีในการเป็นผู้นำด้านที่ปรึกษาทางการเงินให้คนไทย เพื่อให้คนไทยทุกคนพร้อมก้าวสู่ชีวิตที่ยั่งยืนได้อย่างมั่นใจ ผ่านเว็บไซต์

www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach  ซึ่งรวบรวมบทความต่างๆ สร้างการมีส่วนร่วมสูงกว่า 20% ของทราฟฟิกทั้งหมด ขณะที่คลิปต่างๆ ของ Krungsri The COACH เติบโตขึ้น 62% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจุบันรายการมียอดรับชมรวมกว่า 45 ล้านครั้งบน Facebook, YouTube และ TikTok

นอกจากนี้ บนช่องทางโซเชียลมีเดียของ Krungsri Simple ยังมีการนำเสนอ เกร็ดความรู้ด้านการเงิน ผ่านบทความและโพสต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถลงมือเริ่มต้นชีวิตที่ยั่งยืนด้วยการเงินที่มั่นคงได้จริง

“กรุงศรีในฐานะสถาบันการเงินที่มีความเชื่อมั่นและลงมือทำจริงในเรื่องความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้คนไทยมีจุดเริ่มต้นชีวิตที่ยั่งยืนจากการเงินที่มั่นคง พร้อมเดินหน้าเชื่อมโยงความยั่งยืนที่เคยเป็นเรื่องไกลตัว ให้เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวผ่านมิติทางการเงินที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคนไทยได้จริง” คุณมิ่งขวัญ กล่าว

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่างๆจากกรุงศรีเพิ่มเติมได้ที่ www.krungsri.com

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News