mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

นายกสมาคมประกันชีวิตไทยร่วมเสวนาในงานสัมมนา InsurTech Summit 2025

คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย พร้อมด้วย ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และคุณมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Adapting Together : When Digital Is the Only Way Forward” ภายในงานสัมมนา InsurTech Summit 2025 ภายใต้แนวคิด “Co-creating the Future of Insurance, Powering the Community” (สร้างสรรค์อนาคตประกันภัย จุดพลังสังคมให้เติบโตและยั่งยืน) จัดโดยศูนย์ CIT (Center of InsurTech, Thailand) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ซึ่งการสัมมนาดังกล่าวถูกจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีประกันภัย (InsurTech) รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาและนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาปรับใช้ในธุรกิจประกันภัยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดเวทีให้หน่วยงานกำกับดูแล กลุ่มธุรกิจประกันภัย และผู้ประกอบการเทคโนโลยีประกันภัย (InsurTech Startup) ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอแนะเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ณ ศูนย์ประชุม ซี อาเซียน อาคารซีดับเบิ้ลยู ทาวเวอร์ ชั้น 10 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568

ภายในการเสวนาดังกล่าว นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวถึง ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจประกันชีวิตเติบโต นั้นมาจาก “ความตระหนักรู้ด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นของประชาชน” โดยเฉพาะหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบกับ ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ที่ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับประชาชนไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงเรื่อง “อายุที่ยืนยาว” (Life span) เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการมี “ช่วงชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ” (Health span) ควบคู่กันไปด้วย จึงส่งผลให้ความต้องการทำประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น เนื่องจากมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างหลักประกันให้กับตนเองและครอบครัวในระยะยาว

นอกจากนี้ นายกสมาคมฯ ยังมองว่า เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมใหม่ ๆ มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการได้สะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางออนไลน์และระบบ e-Services ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y และ Gen Z ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี แต่ความท้าทายสำคัญของภาคธุรกิจคือ “การสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน” เพื่อให้สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เหมาะสมกับความต้องการและสถานะทางการเงินของตนเองได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

“ธุรกิจประกันชีวิตอาศัยความเชื่อใจเป็นพื้นฐาน การนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยจึงเป็นเพียงเครื่องมือสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ ‘คน’ โดยเฉพาะตัวแทนประกันชีวิตที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในการให้คำปรึกษาและบริการอย่างเข้าใจ ถ้าลูกค้าติดขัดตรงไหนก็ยังเลือกที่จะเข้ามาปรึกษากับตัวแทนประกันชีวิตหรือที่ปรึกษาทางการเงินอยู่ ความท้าทายคือเราจะทำอย่างไรให้คนทุกระดับเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกันในยุคดิจิทัลนี้ ตัวแทนประกันชีวิตทุกคนมีคุณค่า เพียงแต่แค่ต้องปรับตัวโดยใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ ทั้งเรื่อง Digitizer Station การใช้ e-app , e-Receipt รวมถึงการแนะนำ e-Services ที่จะทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้น”

นอกจากนี้ นายกสมาคมฯ ยังเน้นย้ำถึงการสร้าง Insurance Literacy หรือความรู้ความเข้าใจด้านประกันชีวิต ให้กับประชาชน เพื่อให้สามารถประเมินได้ว่า “ผลิตภัณฑ์ใดเหมาะสมกับตนเอง” รวมถึงการส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) เพื่อให้คนไทยที่มีช่วงอายุที่ยาวขึ้น ควบคู่ไปกับมีสุขภาพที่ดี เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และลดภาระความเสี่ยงในระยะยาว

“เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ซึ่งเทคโนโลยีเป็นพลังขับเคลื่อน
แต่หัวใจสำคัญคือการพัฒนาคนให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง สร้างความเข้าใจ และใช้ดิจิทัลให้เป็น เพื่อให้ทุกคนสามารถเติบโตไปด้วยกัน” นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News