mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

สยามคูโบต้าคิกออฟโมเดล “ปลูกข้าวด้วยนวัตกรรมโซลูชันครบวงจร”

▪︎ ชูศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า บ้านพระแก้ว จ.ชัยนาท แห่งที่ 7

▪︎ หนุนสร้างรายได้ – นำร่องแนวทางเกษตรคาร์บอนต่ำ สู่เป้าหมาย NET ZERO

   บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผนึกกำลังวิสาหกิจชุมชนผลิตพันธุ์พืชบ้านพระแก้ว เดินหน้าโครงการชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า ลุยเปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า-บ้านพระแก้ว แห่งที่ 7 ณ ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ชูบทบาทการพัฒนา 3 มิติ ได้แก่ ด้านการพัฒนาการเกษตร ด้านการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มและการตลาด และด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร

   พร้อมนำร่องโมเดลการเพาะปลูกข้าวคาร์บอนต่ำครบวงจรด้วยเกษตรครบวงจร KUBOTA (Agri) Solutions หรือ KAS เกษตรปลอดนาหว่าน (Zero Broadcast) เกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) การปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง (AWD: Alternative Wetting and Drying) และการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งเป้าผลักดันการพัฒนารายได้ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เติบโตกว่า 40% ภายในปี 2569

   นายคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า สยามคูโบต้ามุ่งขับเคลื่อนนโยบายหลักเพื่อก้าวสู่การเป็น “Global Major Brand” ในฐานะผู้นำธุรกิจเครื่องจักรกลการเกษตร-นวัตกรรมการเกษตรของประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ผ่าน Smart Farming ควบคู่กับการบริหารจัดการตามหลัก K-ESG ที่เน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ   

   ล่าสุดสยามคูโบต้าได้ต่อยอดโครงการ “ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า” เปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า – บ้านพระแก้ว แห่งที่ 7 จังหวัดชัยนาท ซึ่งพัฒนาเป็นชุมชนต้นแบบนวัตกรรมโซลูชันเพาะปลูกข้าวครบวงจร ภายใต้การสนับสนุนของสยามคูโบต้า ผ่านกิจกรรมการเกษตรที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต และต่อยอดสู่เป้าหมายในการสร้างสรรค์ชุมชนต้นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำในอนาคต

   ด้าน นายวิทยา  ชพานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดชัยนาทมีนโยบายมุ่งเน้นการพัฒนาเกษตรและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการขับเคลื่อน “ชัยนาทโมเดล” ที่ส่งเสริมอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งได้นำแนวคิด BCG Economy มาใช้ยกระดับการปลูกข้าวรักษ์โลกและสินค้าเกษตรปลอดภัย ควบคู่ไปกับการผลักดันเศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาตลาดชุมชน ตลอดจนการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตชุมชน เพื่อเสริมสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับประชาชนจังหวัดชัยนาทอย่างรอบด้าน ซึ่งการเข้ามาช่วยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ จากภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี-นวัตกรรมการเกษตร ของสยามคูโบต้า ถือเป็นการสานต่อนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยการสนับสนุนองค์ความรู้ในการปลูกข้าวและปลูกผักเชิงพาณิชย์ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีแบบครบวงจร ไม่เพียงสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในชุมชน แต่ยังเป็นการหลอมรวมพลังของชุมชนภาคการเกษตรที่เข้มแข็ง พร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางความท้าทายของภาคเกษตรกรรมไทย

   นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่สยามคูโบต้าริเริ่มโครงการชุมชนพลังเกษตรสร้างสุขสยามคูโบต้า ตั้งแต่ปี 2554 เรามุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมพัฒนาวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับไปกับการยกระดับภาคเกษตรกรรมของประเทศ สำหรับศูนย์เรียนรู้ฯ บ้านพระแก้วแห่งนี้ ถือเป็นแห่งแรกของภาคกลางที่สยามคูโบต้าได้เข้าไปสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนผลิตพันธุ์พืชบ้านพระแก้ว ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท เพื่อพลิกโฉมสู่การเป็นชุมชนเกษตรต้นแบบด้านนวัตกรรมโซลูชันเพาะปลูกข้าวครบวงจร

   ทั้งยังเป็นศูนย์การปลูกผักเชิงพาณิชย์แห่งแรกของสยามคูโบต้า ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ โดยตั้งเป้าหมายรายได้เฉลี่ยของศูนย์เรียนรู้ บ้านพระแก้ว เติบโตขึ้นกว่า 40% ภายในปี 2569 ซึ่งมีหัวใจสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนภายใต้ 3 แกนหลัก ได้แก่ ด้านการพัฒนาการเกษตร ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพาะปลูกข้าวด้วยวิธีการเกษตรครบวงจร KUBOTA (Agri) Solutions หรือ KAS ทั้งการทำนาดำ นาหยอดน้ำตม และนาหยอดแห้ง อีกทั้งนำร่องปลูกข้าวด้วยแนวทางเกษตรคาร์บอนต่ำ เกษตรปลอดนาหว่าน เกษตรปลอดการเผา การปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง และการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ด้านการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการตลาด ส่งเสริมการเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ตลอดทั้งปีด้วยการปลูกพืชมูลค่าสูง (High Value Crop) ได้แก่ พืชผักสวนครัวเชิงพาณิชย์ ที่ได้มาตรฐาน GAP และพัฒนาต่อยอดเป็นโรงคัด ตัด แต่งและบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP เพื่อเป็นจุดรวบรวมผลผลิตของสมาชิกภายในกลุ่มเกษตรกรและเป็นแหล่งสร้างงานสร้างรายได้ของชุมชน

   โดยปัจจุบันชุมชนฯ มีผลผลิตที่ได้รับมาตรฐานการผลิตพืช GAP จำนวน 9 ชนิด ได้แก่ โหระพา ต้นหอม มะเขือ พริกจินดา ผักชีฝรั่ง ผักชีไทย ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง และขึ้นฉ่าย โดยอาศัยกระบวนการปลูกที่นำระบบ IoT มาใช้ทำให้สามารถรักษามาตรฐานการผลิตและควบคุมผลผลิตได้อย่างแม่นยำ ด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ยกระดับด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยวางแผนโครงสร้างการบริหารจัดการกลุ่มอย่างเป็นระบบเพื่อให้กลุ่มเกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

    “เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการตามหลัก K-ESG ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างเป็นรูปธรรม สยามคูโบต้าจึงได้ตั้งเป้าหมายสู่การปลูกข้าวโลว์คาร์บอนครบวงจรภายใต้โครงการ Low Carbon Agriculture Farmily โดยมุ่งสร้าง Ecosystem การปลูกข้าวแบบยั่งยืน เริ่มจากชุมชนต้นแบบของเราเอง ซึ่งเน้นการส่งเสริมการปลูกข้าวแบบลดคาร์บอนตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การเตรียมดิน ที่มุ่งส่งเสริมการใช้ “ไบโอชาร์” ในปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพดิน

เพื่อช่วยกักเก็บคาร์บอนในดิน การเพาะปลูก ด้วยการรณรงค์ทำ "นาเปียกสลับแห้ง" เพื่อลดการขังน้ำซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซมีเทน การจัดการฟาง มุ่งเน้นให้เกษตรกรทำการ "อัดฟางข้าว" เพื่อนำไปผลิตเป็นไบโอชาร์สำหรับใช้ในขั้นตอนเตรียมดินต่อไป จนเกิดเป็นการสร้างวงจรหมุนเวียนให้เกิดขึ้นในระบบ Farmily เพื่อนำไปสู่การพัฒนาภาคเกษตรกรรมมุ่งสู่เป้าหมาย NET ZERO 2050 อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นต้นแบบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงได้ศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ได้ต่อไปในอนาคต” นางวราภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

    นายบุญฤทธิ หอมจันทร์ ประธานวิสาหกิจชุมชนผลิตพันธุ์พืชบ้านพระแก้ว เปิดเผยว่า วิสาหกิจชุมชนผลิตพันธุ์พืชบ้านพระแก้วจัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อนโยบายภาครัฐในการรับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการ โดยสมาชิกส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ประสบปัญหาในการทำนาแบบดั้งเดิมซึ่งเผชิญกับอุปสรรคหลายด้าน อาทิ ปัจจัยด้านต้นทุนการผลิต ราคาปุ๋ยและสารเคมีที่สูงขึ้น รวมถึงเมล็ดพันธุ์คุณภาพที่มีราคาสูง แต่กลับได้ผลผลิตน้อยและไม่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน ราคาข้าวที่ผันผวน และสภาพอากาศที่แปรปรวน เกษตรกรจึงต้องอยู่ในภาวะขาดทุน การได้รับความสนับสนุนจากสยามคูโบต้าที่เข้ามาพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตพันธุ์พืชบ้านพระแก้ว ตั้งแต่ปี 2563 จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้กลุ่มเกษตรกรได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมเกษตรอย่างชาญฉลาด

   รวมถึงองค์ความรู้และเทคนิคใหม่ ๆ โดยเฉพาะการนำเกษตรครบวงจร KUBOTA (Agri) Solutions หรือ KAS ที่ผสมผสานเทคนิคการเพาะปลูกเข้ากับนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร อาทิ แทรกเตอร์ เครื่องหยอด รถดำนา โดรนการเกษตร และรถเกี่ยวนวดข้าว ทำให้การทำงานมีความแม่นยำและบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังตอบโจทย์เรื่องการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและได้คุณภาพผลิตผลที่ดียิ่งขึ้น

   ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้ฯ บ้านพระแก้ว จ.ชัยนาท มีจำนวนสมาชิกรวม 42 คน ภายใต้พื้นที่การเกษตรรวม 750 ไร่ แบ่งเป็นพืชหลัก ได้แก่ ข้าว จำนวน 726 ไร่ และพืชเสริม จำนวน 24 ไร่ ประกอบด้วย ไม้ผล ผักสวนครัว และหัวหอม โดยมีกิจกรรมหลักในการเพาะปลูกข้าวหอมปทุมธานี และปลูกผักสวนครัวเชิงพาณิชย์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสยามคูโบต้า ทำให้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตแก่กลุ่มเกษตรกรที่เคยรวมกลุ่มทำนาในพื้นที่เดียวกัน ทั้งยังได้ศึกษาการปรับเปลี่ยนวิถีการทำนาให้คุ้มค่า ควบคู่การมีส่วนร่วมช่วยลดภาวะโลกร้อนและหันมาปรับใช้วิธีการทำนาสมัยใหม่อย่างเป็นรูปธรรม

   โดยสำหรับเป้าหมายในอนาคต เรามุ่งหวังว่าจะสามารถพัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ บ้านพระแก้วให้เป็นฟาร์มนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่สู่ความยั่งยืน หรือ “Smart Farming Model” ระดับภูมิภาค ต่อยอดสู่การปลูกข้าวคาร์บอนต่ำครบวงจรที่มีศักยภาพสูงเพื่อเป็นโมเดลต้นแบบของภาคเกษตรกรรมไทย

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News