mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

AssetWise เดินหน้าภารกิจ Net Zero+ เปิดตัว “แพลตฟอร์ม GrowGreen”

▪︎ สะสม ESG Coin ผนึกกลุ่มบริษัทบางจาก-ตลาดยิ่งเจริญ MOU หนุนเปลี่ยนน้ำมันใช้แล้วเป็นเชื้อเพลิงเครื่องบินยั่งยืน

   แอสเซทไวส์ เปิดตัว “AssetWise GrowGreen” แพลตฟอร์มบันทึกกิจกรรมด้านความยั่งยืนที่เปลี่ยนทุกการลงมือทำเป็น ESG Coin นำไปใช้จ่ายได้จริง จูงใจคนรักษ์โลก ผนึกกำลัง “กลุ่มบริษัทบางจาก-ตลาดยิ่งเจริญ” คิกออฟเปิดใช้งานในบิ๊กโปรเจกต์ Fry to Fly ซึ่งริเริ่มและดำเนินการโดยบีเอสจีเอฟ ในกลุ่มบริษัทบางจาก ชวนร้านค้าในตลาดยิ่งเจริญลดการทอดซ้ำ ขายน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วผ่านแพลตฟอร์ม เพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) พร้อมขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero+ สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

   นายวุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารความยั่งยืนทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ AssetWise บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” กล่าวว่า แอสเซทไวส์เดินหน้าสร้างแรงจูงใจให้เกิดการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม   ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์ม “AssetWise GrowGreen” ที่ช่วยบันทึกกิจกรรมด้านความยั่งยืน แล้วแปลงเป็นดิจิทัลคอยน์ (ESG Coin) ที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้จริง เพื่อกระตุ้นให้ความยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทย และขยายสู่การเป็นชุมชนเมืองรักษ์โลก ทั้งยังช่วยสร้างรายได้กับร้านค้า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการต่อยอดจากแนวคิด GrowGreen ที่แอสเซทไวส์ยึดถือในการดำเนินธุรกิจและพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero+ สร้างความยั่งยืนครอบคลุมทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

   ล่าสุด แอสเซทไวส์ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการ “Fry to Fly” ร่วมกับบริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด ในกลุ่มบริษัทบางจาก และตลาดยิ่งเจริญ โดยบริษัท สุวพีร์โฮลดิ้ง 2 จำกัด ในการรณรงค์ลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำ และส่งต่อน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเพื่อนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภค

   โดยแอสเซทไวส์สนับสนุนแพลตฟอร์ม AssetWise GrowGreen ให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการบันทึกข้อมูลการส่งต่อน้ำมันฯ อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมเปลี่ยนมูลค่าน้ำมันฯ เป็นคอยน์ดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้จ่ายที่ร้านค้าในตลาดยิ่งเจริญได้จริงผ่าน Line OA: ASWGrowGreen ซึ่งรายได้จากการสนับสนุนแพลตฟอร์มโดยไม่หักค่าใช้จ่าย แอสเซทไวส์จะนำไปสมทบทุนมอบให้กับ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช และองค์กรสาธารณกุศลอื่นต่อไป โดยการลงนามครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนางสาวอัญชนา บุญสุยา ผู้อำนวยการเขตบางเขน มาร่วมเป็นสักขีพยาน

   นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า แพลตฟอร์ม AssetWise GrowGreen ถือเป็นแนวทางที่ดีที่ช่วยจูงใจให้ประชาชนคัดแยกขยะกันมากขึ้น เพราะเมื่อสามารถแลกเปลี่ยนเป็นคอยน์ที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ก็จะกระตุ้นให้ทุกคนอยากแยกขยะ ต่างจากเดิมที่ประชาชนอาจยังไม่เห็นประโยชน์ของการคัดแยกมากนัก สอดคล้องกับแนวทางของ กทม. ที่มุ่งสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนร่วมลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยออกนโยบายเรือธงอย่างบ้านนี้ไม่เทรวม: ลดขยะลดค่าธรรมเนียม จนถึงการจัดเก็บค่าธรรมเนียมตามปริมาณขยะในภาคเอกชน เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร   

   เนื่องจากปัจจุบันจ.กรุงเทพมหานคร ผลิตขยะกว่า 8,000 ตันต่อวัน โดยกว่า 50% เป็นขยะเศษอาหาร ซึ่งเป็นขยะปนเปื้อนที่ยากต่อการรีไซเคิล หากประชาชนให้ความร่วมมือมากขึ้น ก็จะทำให้จัดการขยะได้ถูกวิธี และช่วยลดขยะในเมืองให้เหลือน้อยที่สุด

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News