mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ตลาดรถยนต์ครึ่งปี 2568 ยอดขายรวม 302,694 คัน ลดลง 1.7% คาดการณ์ตลาดปี 2568 อยู่ที่ 600,000 คัน

​​​นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย รายงานสรุปยอดขายรถยนต์ครึ่งปีพ.ศ. 2568 ยอดขายสะสมตลาดรวม 302,694 คัน ลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยอดขายสะสมตลาดรถยนต์นั่ง 117,482 คัน ลดลง 1.5% ยอดขายสะสมรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 185,212 คัน ลดลง 1.8% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ยอดขายสะสม 94,715 คัน ลดลง 12.7%
สำหรับยอดขายประจำเดือนมิถุนายน 2568 ยอดขายสะสมตลาดรวม50,079 คัน เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยอดขายสะสมตลาดรถยนต์นั่ง 19,397 คัน เพิ่มขึ้น 9.4% ยอดขายสะสมรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 30,682 คัน เพิ่มขึ้น 2.5% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ยอดขายสะสม 15,307 คัน ลดลง 8.2%

ประเด็นสำคัญ

➢ ตลาดรถยนต์ครึ่งปีพ.ศ. 2568 มียอดขาย 302,694 คัน ลดลง 1.7%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา กลุ่มตลาดรถยนต์นั่ง มียอดขายสะสม 117,482 คัน ลดลง 1.5% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ มียอดขายลดลง 1.8% ด้วยยอดขาย 185,212 คัน และตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน มียอดขาย 94,715 คัน ลดลงถึง 12.7% ในส่วนของตลาด xEV มียอดขายทั้งหมด 132,493 คัน คิดเป็นสัดส่วน 43.8% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด เติบโตขึ้น 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ HEVอยู่ที่ 67,202 คัน ซึ่งยอดขายรวมอยู่ในระดับเดียวกันกับปีที่แล้ว ในขณะที่ยอดขายรถยนต์ BEV อยู่ที่ 56,529 คัน เติบโตขึ้น 54.5 % 

➢ ตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน 2568 มียอดขาย 50,079 คัน เพิ่มขึ้น5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา กลุ่มตลาดรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้น 9.4% ด้วยยอดขาย 19,397 คัน ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 2.5% ด้วยยอดขาย 30,682 คัน และตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน มียอดขาย 15,307 คัน ลดลง 8.2% ในส่วนของตลาด xEV มียอดขายทั้งหมด 21,915 คัน คิดเป็นสัดส่วน 43.7% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด เติบโตขึ้น 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมียอดขายรถยนต์ HEV เติบโตขึ้น 11.6% ด้วยยอดขาย 11,034 คัน ในขณะที่ยอดขายรถยนต์BEV อยู่ที่ 9,743 คัน เพิ่มขึ้น 59.9% 

➢ ตลาดรถยนต์ในเดือนกรกฎาคม มีแนวโน้มทรงตัว หรือลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเศรษฐกิจโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังคงฟื้นตัวช้า ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนอาจลดหรือชะลอการลงทุนและการใช้จ่ายออกไป เพื่อรอความชัดเจนด้านต่างๆ จากสถานการณ์ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศคู่ค้า รวมถึงความไม่แน่นอนระหว่างสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา
นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ทั้งนี้ ในครึ่งปีแรก โตโยต้ามียอดขายรถยนต์รวมที่ 113,889 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดถึง 37.6% โดยเฉพาะ ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up + รถกระบะดัดแปลง PPV) มียอดขายรวมอยู่ที่ 42,430 คัน มีส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์เซกเมนต์นี้ถึง44.8% สำหรับยอดขายรถยนต์นั่งอยู่ที่ 39,644 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 33.7% อีกทั้งโตโยต้ายังมียอดขายรถยนต์ไฮบริดถึง 31,793 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 24% ของยอดจำหน่ายรถยนต์ในกลุ่มตลาด xEV ทั้งหมด 

ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในครึ่งปีแรก 2568 เริ่มส่งสัญญาณมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังของที่ผ่านมา โดยมีตัวเลขยอดขายรวมครึ่งปีแรกของปี 2568 อยู่ที่ 302,694 คัน หรือลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 1.7% เมื่อเทียบกับปี 2567 โตโยต้ายังคงคาดการณ์ระดับตลาดในปี 2568 ที่ระดับ 600,000 คัน สำหรับโตโยต้า ตั้งเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 231,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 5% สร้างส่วนแบ่งทางการตลาด เท่ากับ 38.5% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด โดยในครึ่งปีหลัง โตโยต้ามีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่น ทั้งในกลุ่มตลาดรถยนต์นั่ง และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รวมถึงตลาด xEV ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทย เพื่อร่วมส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยั่งยืน”

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมิถุนายน 2568

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 50,079 คัน เพิ่มขึ้น 5.1%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 19,105 คัน เพิ่มขึ้น 3% ส่วนแบ่งตลาด 38.1%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 5,625 คัน ลดลง 20.5% ส่วนแบ่งตลาด 11.2%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 5,149 คัน ลดลง 15.9% ส่วนแบ่งตลาด 10.3% 

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 19,397 คัน เพิ่มขึ้น 9.4%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 6,575 คัน เพิ่มขึ้น 22.4% ส่วนแบ่งตลาด 33.9%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 3,130 คัน ลดลง 7.4% ส่วนแบ่งตลาด 16.1%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 876 คัน ลดลง 48.3% ส่วนแบ่งตลาด 4.5% 

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 30,682 คัน เพิ่มขึ้น 2.5%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 12,530 คัน ลดลง 4.9% ส่วนแบ่งตลาด 40.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 5,625 คัน ลดลง 20.5% ส่วนแบ่งตลาด 18.3%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 2,019 คัน ลดลง 26.4% ส่วนแบ่งตลาด 6.6% 

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลงPPV* ปริมาณการขาย 15,307 คัน ลดลง 8.2%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 7,099 คัน ลดลง 10.6% ส่วนแบ่งตลาด 46.4%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 4,756 คัน ลดลง 22.6% ส่วนแบ่งตลาด 31.1%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 1,399 คัน ลดลง 14.5% ส่วนแบ่งตลาด 9.1%
*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 4,032 คัน
โตโยต้า 1,258 คัน - อีซูซุ 988 คัน – ฟอร์ด 578 คัน – มิตซูบิชิ 129 คัน –นิสสัน 33 คัน
5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 11,269 คัน ลดลง19.9%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 5,841 คัน ลดลง 16% ส่วนแบ่งตลาด 51.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 3,768 คัน ลดลง 29.3% ส่วนแบ่งตลาด 33.4%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 821 คัน ลดลง 23.1% ส่วนแบ่งตลาด 7.3%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – มิถุนายน 2568

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 302,694 คัน ลดลง 1.7%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 113,889 คัน ลดลง 2.1% ส่วนแบ่งตลาด 37.6%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 37,506 คัน ลดลง 18.9% ส่วนแบ่งตลาด 12.4%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 35,355 คัน ลดลง 18.7% ส่วนแบ่งตลาด 11.7% 

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 117,482 คัน ลดลง 1.5%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 39,644 คัน เพิ่มขึ้น 19.2% ส่วนแบ่งตลาด 33.7%
อันดับที่ 2 ฮอนด้า 19,672 คัน ลดลง 20.1% ส่วนแบ่งตลาด 16.7%
อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 5,915 คัน ลดลง 40.2% ส่วนแบ่งตลาด 5%
3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 185,212 คัน ลดลง 1.8%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 74,245 คัน ลดลง 10.6% ส่วนแบ่งตลาด 40.1%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 37,506 คัน ลดลง 18.9% ส่วนแบ่งตลาด 20.3%
อันดับที่ 3 ฮอนด้า 15,683 คัน เพิ่มขึ้น16.9% ส่วนแบ่งตลาด 8.5%
4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลงPPV*)
ปริมาณการขาย 94,715 คัน ลดลง 12.7%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 42,430 คัน ลดลง 14.6% ส่วนแบ่งตลาด 44.8%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 32,804 คัน ลดลง 19.2% ส่วนแบ่งตลาด 34.6%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 9,400 คัน ลดลง 16.7% ส่วนแบ่งตลาด 9.9%
*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 20,714 คัน
โตโยต้า 7,294 คัน - อีซูซุ 6,183 คัน – ฟอร์ด 3,717 คัน – มิตซูบิชิ 888คัน – นิสสัน 269 คัน
5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 73,995 คัน ลดลง17.4%
อันดับที่ 1 โตโยต้า 35,136 คัน ลดลง 17.7% ส่วนแบ่งตลาด 47.5%
อันดับที่ 2 อีซูซุ 26,621 คัน ลดลง 23.2% ส่วนแบ่งตลาด 36%
อันดับที่ 3 ฟอร์ด 5,683 คัน ลดลง 19% ส่วนแบ่งตลาด 7.7%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News