mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ยุคดิจิทัลจะส่งผลให้ธุรกิจตลาดทุนขนาดล้านล้านเหรียญเป็น “เสือนอนกิน” ไม่ได้อีกต่อไป

วิจัยเอคเซนเชอร์ประเมินว่า ยุคดิจิทัลจะส่งผลให้ธุรกิจตลาดทุนขนาดล้านล้านเหรียญเป็น “เสือนอนกิน” ไม่ได้อีกต่อไป

 บริษัทจัดการสินทรัพย์และความมั่งคั่งทำกำไรให้แก่อุตสาหกรรมมหาศาล แต่ก็ต้องปรับหาระดับประสิทธิภาพด้านขนาดที่เหมาะสม และอาจเสี่ยงต้องเตรียมรัดเข็มขัดในอนาคต

 งานวิจัยฉบับใหม่ของเอคเซนเชอร์ (NYSE: ACN) ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมตลาดทุนจะสามารถขจัดความไม่มีประสิทธิภาพได้อย่างไรในยุคปัจจุบันที่อุตสาหกรรมนี้ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากเทคโนโลยีดิจิทัล หรือดิจิทัลดิสรัปชั่น และรับมือกับการบริหารโครงสร้างต้นทุนใหม่ พร้อมสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นไปด้วย

 รายงานวิจัยเรื่อง “Capital Markets Vision 2022” เป็นผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินในอุตสาหกรรมตลาดทุนด้วยระเบียบวิธีของเอคเซนเชอร์ และการสัมภาษณ์ผู้บริหารองค์กรชั้นนำในตลาดทุน

 ผลวิจัยหลัก ๆ ที่พบได้แก่ ผู้บริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่งต่าง ๆ สามารถทำกำไร (หลังหักภาษีและต้นทุนเงินทุน) ได้ถึง 90% ของทั้งวงการ แต่กลับไม่มีประสิทธิภาพด้านขนาด (scale efficiency) และควรเตรียมรับมือกับภาวะตลาดขาลงได้แล้ว เนื่องจากมีอัตรากำไรน้อยลง ขณะเดียวกัน ในแวดวงกิจการวาณิชธนกิจ กลับมีหลายทิศทางต่างกัน มีทั้งกิจการทั้งขนาดใหญ่และเล็กที่ทำกำไรทางเศรษฐศาสตร์ได้ในสัดส่วน 10 เซ็นต์หรือมากกว่านั้นต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่อีกหลายแห่งทำกำไรได้ไม่คุ้มกับต้นทุนเงินทุน ส่วนกิจการด้านระบบพื้นฐานตลาดแบบเดิม ก็ต้องเจอกับคู่แข่งใหม่ ๆ ในตลาดค้าเงินดิจิทัล

 “เสือนอนกิน” (Lucrative Inefficiencies)

 จากการวิเคราะห์ของเอคเซนเชอร์พบว่า กิจการในตลาดทุนมีรายได้สุทธิต่อปีถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็นกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในแง่กำไรทางเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ทั้งผู้ถือหุ้น หน่วยงานกำกับ และลูกค้า ต่างหวังให้กิจการสร้างมูลค่าให้ได้มากขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง เพราะผลประโยชน์ที่ได้รับจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE นั้น ลดลงเรื่อย ๆ จึงเกิดแรงกดดันต่อรายได้ค่าธรรมเนียม อุตสาหกรรมอาจมีภาระหนักอึ้ง ไม่สามารถทำกำไรมาชดเชยส่วนที่หายไป ซึ่งในอดีตเคยทำกำไรได้ดี แม้จะหย่อนประสิทธิภาพ คล้ายกับเสือนอนกิน

 “บางคนคาดว่าตลาดทุนจะปรับฐานอีกครั้งและกลับมาใกล้ระดับก่อนวิกฤตทางการเงิน แต่เรากลับเห็นภาพรวมในอีกหลายปีต่อไปข้างหน้า ในทางตรงกันข้าม” นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าสายงานบริการทางการเงิน เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าว

 “อุตสาหกรรมนี้ ยังคงพึ่งพากิจกรรมที่เป็นเหมือน “เสือนอนกิน” (lucrative inefficiencies) ที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมาก เพราะอุตสาหกรรมยังทำกำไรได้ดีอยู่ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนอุตสาหกรรมอื่น คือ เซกเตอร์ที่ทำเงินหลักในตลาดทุน มีโครงสร้างต้นทุนแยกย่อยออกไป เป็นผลจากดิสรัปชั่นด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้สถานการณ์สุกงอม”

รายงานฉบับนี้ใช้ข้อมูลการวิเคราะห์ทางการเงินของอุตสาหกรรมตลาดทุน ด้วยระเบียบวิธีของเอคเซนเชอร์ รวมทั้งสัมภาษณ์ผู้บริหารกิจการชั้นนำในอุตสาหกรรม โดยเน้นที่ 3 กลุ่มหลัก คือ วาณิชธนกิจ การบริหารความมั่งคั่งและสินทรัพย์ และกิจการด้านระบบพื้นฐานของตลาด พบว่า:

    กิจการบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่ง เป็นสองธุรกิจที่ทำกำไรได้ดีที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งดูเป็นการฝืนตรรกะทางเศรษฐศาสตร์ เพราะที่จริงธุรกิจทั้งสองต้องแข่งกันที่ขนาดหรือสเกล แต่ในทางปฏิบัติไม่เป็นเช่นนั้น การวิเคราะห์ของเอคเซนเชอร์พบว่า กิจการบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุด มีอัตราทำกำไรพอ ๆ กับกิจการขนาดกลาง ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งก็เป็นเช่นเดียวกัน รายงานของเอคเซนเชอร์จึงแนะนำให้กิจการด้านการลงทุนทั้งหลายปรับตัวให้เข้ากับยุคและบริหารธุรกิจให้เหมาะกับขนาด  เพื่อรักษาอัตราการทำกำไรและความสำเร็จให้คงอยู่ต่อไปได้

    กิจการวาณิชธนกิจ มีกำไรแตกต่างกันมาก กิจการระดับท็อป 4 ซึ่งเป็นกิจการในสหรัฐฯ มีรายได้ต่อปีประมาณ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่านั้น และมีกำไรทางเศรษฐศาสตร์ที่ดีด้วย ส่วนกิจการอื่น ๆ ที่ให้บริการวาณิชธนกิจเต็มรูปแบบกลับไม่สามารถทำรายได้ให้คุ้มกับต้นทุนเงินทุน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังปรับโครงสร้างธุรกิจได้ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง หรือลงทุนเพิ่มไม่ได้ อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ขนาดของกิจการไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำกำไรมากนัก เพราะกิจการขนาดกลางยังสามารถทำกำไรในตลาดเฉพาะหรือตลาดนิชได้ บางแห่งทำกำไรทางเศรษฐศาสตร์ได้ถึง 10-15 เซ็นต์ต่อรายได้แต่ละดอลลาร์ที่ได้รับ

    กิจการด้านระบบพื้นฐานของตลาด รายงานนี้แสดงให้เห็นว่า รายได้จากตลาดเงินสกุลดิจิทัลในปัจจุบัน สามารถเทียบได้กับรายได้จากตลาดหลักทรัพย์ในแบบเดิมแล้ว โดยธุรกิจนายหน้าระหว่างผู้ค้า (interdealer brokerage business) ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการที่อิงกับตลาดดั้งเดิม มีฐานกำไรก่อนหักภาษีที่น้อยลงเรื่อย ๆ และส่วนใหญ่ก็ให้มูลค่าผู้ถือหุ้นต่ำลงด้วย สายธุรกิจที่ทำกำไรดีที่สุดก็คือ ตลาดหลักทรัพย์ที่ก่อตั้งอย่างเป็นทางการ เป็นกิจการที่ทำกำไรก่อนหักภาษีในระดับที่มากกว่า 50% แม้กระนั้น แนวโน้มการเติบโตยังถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง กิจการส่วนใหญ่จึงมองหาโอกาสด้านอื่นด้วย เช่น การให้บริการเกี่ยวกับสินทรัพย์ บริการเกี่ยวกับข้อมูล และการค้าหลักทรัพย์ ทั้งหลักทรัพย์แบบเดิมและที่เป็นดิจิทัล

“การปรับตัวของอุตสาหกรรมมูลค่าล้านล้านเหรียญในยุคดิจิทัล ในช่วงที่มีการดิสรัปชั่นชัดเจน ถือได้ว่าซับซ้อนมาก และต้องปรับเป้าหมายในแนวทางใหม่กันเลยทีเดียว” นายนนทวัฒน์กล่าวและเสริมว่า “แต่ก็ถือเป็นยุคที่มีโอกาสสำคัญ ๆ ให้สำหรับคนที่ลงมือทำก่อน ไม่เช่นนั้น แหล่งที่สร้างมูลค่าหรือโอกาสต่าง ๆ อาจถูกฉวยไปจนไม่เป็นกอบเป็นกำ กิจการที่ขยับตัวไวจะมีโอกาสการทำกำไรใหม่ ๆ ได้จาก “การแข่งขันเพื่ออยู่รอด” (race for relevance) ขณะที่ยังทำกำไรจากธุรกิจและลูกค้าเดิมในอุตสาหกรรมได้ด้วย”

เส้นทางสู่ความสำเร็จ

รายงานฉบับนี้ได้แนะนำกลยุทธ์เป็นทางเลือกให้ผู้บริหารกิจการในตลาดทุนได้พิจารณาหลากหลายทาง หากต้องการมุ่งสู่ความสำเร็จในยุคแห่งการดิสรัปชั่น กลยุทธ์เหล่านั้น ได้แก่:

    การนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านระบบการบริหารการลงทุน

    การปรับทิศทางระดมทุนในตลาดทุนและให้บริการด้านการบริหารเงินแก่องค์กร เพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล

    การจัดสมดุลการค้าใหม่ โดยเน้นที่โมเดลการปฏิบัติการ 

    การปรับเปลี่ยนส่วนงานด้านบริหารความเสี่ยงและกำกับดูแลกิจการ

    การนำข้อมูลที่ไม่ได้ใช้งานมาทำให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจ

    การจัดกระบวนการบริหารและจัดการทรัพยากรบุคคลในโมเดลใหม่ ให้พร้อมด้วยทักษะและโครงสร้างทีมงานแบบใหม่

    การผนวกเทคโนโลยีคลาวด์และไซเบอร์เข้ามาใช้เสริมสร้างพื้นฐานให้ยืดหยุ่นและต้านทานต่อปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News