สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เดอะ ฟินแล็บติดอาวุธให้เอสเอ็มอีไทย ก้าวสู่ยุค 4.0 บ่มเพาะปรับองค์กรสู่ดิจิทัลเต็มตัว

เดอะฟินแล็บ  เปิดตัวโครงการ Smart Business Transformation เป็นครั้งแรกในประเทศไทยเพื่อช่วยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) พัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลพร้อมเปลี่ยนแปลงองค์กรด้วยดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากธนาคารยูโอบี (ไทย) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ไทยนับเป็นประเทศแรกต่อจากสิงคโปร์ที่ เดอะ ฟินแล็บจะนำโครงการ Smart Business Transformation เข้ามาบ่มเพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ตามรอยความสำเร็จของโครงการที่สามารถบ่มเพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประเทศสิงคโปร์จาก 11 บริษัท ให้สามารถพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล โดยนำร่องการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบปัญญาประดิษฐ์และกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ เพื่อให้การทำงานเป็นแบบอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น 

ผลการสำรวจความคิดเห็นออนไลน์ ที่จัดทำโดยเดอะฟินแล็บ  พูดถึงสองกลยุทธ์หลักที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทยใช้ในการเติบโตธุรกิจ โดยระบุว่า 54% ของเอสเอ็มอีจะให้ความสำคัญในการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ ในขณะที่ 51% จะเน้นไปที่การทำการตลาดออนไลน์   ซึ่งเครื่องมือในการเพิ่มยอดขายและสร้างความผูกพันกับกลุ่มลูกค้าที่นิยมใช้ ได้แก่ การทำการตลาดบนสังคมออนไลน์ (62%) และ การทำการตลาดดิจิทัล (61%) 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยจะให้ความสำคัญกับการใช้โซลูชั่นดิจิทัลต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธภาพในการให้บริการออนไลน์ แต่ยังคงมีความกังวลในเรื่องค่าใช้จ่าย (67%) และความซับซ้อน (44%) ในการดำเนินงาน

โครงการบ่มเพาะ Smart Business Transformation ตลอดระยะเวลา 3 เดือนจะช่วยให้เอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการสามารถปรับโมเดลธุรกิจและนำโซลูชั่นดิจิทัลต่างๆ มาปรับใช้กับทุกส่วนของธุรกิจ โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือการตลาดและการขายออนไลน์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตลอดโครงการผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยจะได้รับการอบรมและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากเครือข่ายของเดอะ ฟินแล็บ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และธนาคารยูโอบี ตั้งแต่รากฐานกระบวนการทำงาน การวิเคราะห์ปัญหา การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และพัฒนาโซลูชั่น การตลาด วัฒนธรรมองค์กร และการกำหนดเป้าหมายการเติบโตในอนาคต หลังจากนั้น จะมีการจับคู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกับผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปทดลองแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟิลิกซ์ ตัน กรรมการผู้จัดการ เดอะฟินแล็บ กล่าวว่า "ภารกิจของเดอะ ฟินแล็บคือการช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั่วภูมิภาคอาเซียน สามารถระบุและแก้ไขปัญหาในการทำธุรกิจที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะปรับตัวและขยายธุรกิจของพวกเขาในยุคดิจิทัลได้ เดอะ ฟินแล็บมีความยินดีที่จะนำประสบการณ์ของเราในการเชื่อมโยงพันธมิตรและคู่ค้าด้านเทคโนโลยี ให้เข้ากับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพื่อที่จะบรรลุความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการ Smart Business Transformation ด้วยการสนับสนุนและความร่วมมือจากธนาคารยูโอบีและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จะช่วยผลักดันและขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมรวมทั้งพันธมิตรใหม่ๆ”

เจมส์ รามา ปัทมินทรวิภาส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Channels & Digitalisation ธนาคาร  ยูโอบี (ไทย) กล่าวว่า  “ด้วยประสบการณ์และการสนับสนุนที่ยูโอบี (ไทย) มีให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาโดยตลอด ทำให้เราทราบว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน และเราทราบว่า เอสเอ็มอีได้ตระหนักถึงความสำคัญอย่างมากของการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ให้ทันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เราจึงต้องการช่วยสนับสนุนให้เอสเอ็มอีสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเติบโตธุรกิจของตัวเองได้  โครงการ Smart Business Transformation จะช่วยผู้ประกอบการให้ได้รับความรู้ที่จำเป็นต่อการปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เข้าสู่ยุคดิจิทัล พร้อมทั้งเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีในภูมิภาคได้”

ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงาน (กลุ่มเศรษฐกิจดิจิทัล) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กล่าวว่า “ด้วยเป้าหมายมุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 เรากำลังขับเคลื่อนสู่อีกขั้นของการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเราเห็นการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือทางดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจอย่างแพร่หลาย เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือจากยูโอบีและเดอะ ฟินแล็บในการสนับสนุนให้เราประสบความสำเร็จสู่จุดมุ่งหมายทางเศษฐกิจยุคดิจิทัลที่เราตั้งเป้าไว้”

โครงการ Smart Business Transformation เปิดรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทยที่มีความสนใจแล้วตั้งแต่วันนี้ และจะปิดรับในเดือนมกราคม 2562 รวมถึงสตาร์ตอัพและบริษัทผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกที่ต้องการนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชั่น โดยโครงการจะเริ่มดำเนินการในเดือนเมษายน 2562

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News