mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ธ.ก.ส.สนับสนุนสินเชื่อปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา

ธ.ก.ส. หนุนเกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา ลดปัญหาราคาข้าวตกต่ำ พร้อมให้สินเชื่อเพื่อเพาะปลูก เก็บเกี่ยวและรวบรวมแก่เกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร อัตราดอกเบี้ยเพียง 0.01 ต่อปี เป้าหมายพื้นที่ 2 ล้านไร่ ใน 33 จังหวัดทั่วประเทศ

                นายศรายุทธ  ยิ้มยวน รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา โดยประสานกับหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และ ธ.ก.ส. ขับเคลื่อนมาตรการจูงใจให้เกษตรกรลดรอบการปลูกข้าว เพื่อลดปัญหาผลผลิตข้าวล้นตลาดและราคาตกต่ำ และหันมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูการทำนาแทน ซึ่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นที่ต้องการของตลาด โดยดำเนินการเชื่อมโยงแหล่งรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และผลผลิตการเกษตรอื่น ๆ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนตามแนวทางประชารัฐ อันเป็นการสร้างดุลยภาพของอุปสงค์และอุปทาน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน เป้าหมายพื้นที่ 2 ล้านไร่     ใน 33 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็น ภาคเหนือ 15 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ภาคกลาง 2 จังหวัด และภาคตะวันออก 1 จังหวัด ระยะเวลาดำเนินโครงการ ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 กันยายน 2562

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. จะสนับสนุนสินเชื่อ โดยแบ่งเป็น 3 โครงการ คือ  1) โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา เพื่อให้เกษตรกรใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการผลิตและจัดหาปัจจัยการผลิตผ่านบัตรเกษตรสุขใจ โดยผู้ขอสินเชื่อจะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรและมีความประสงค์ปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในวงเงินไร่ละไม่เกิน 2,000 บาท พื้นที่ไม่เกิน 15 ไร่ วงเงินกู้รวมไม่เกิน 30,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.01 ต่อปี ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน           6 เดือน นับตั้งแต่วันกู้ วงเงินกู้รวม 4,000 ล้านบาท เริ่มจ่ายเงินกู้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 – 31 มกราคม 2562   2) โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาผ่านสหกรณ์การเกษตร เพื่อให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตร ขอรับสินเชื่อตามโครงการดังกล่าวผ่านสหกรณ์การเกษตรที่ตนเองเป็นสมาชิก โดยสหกรณ์สามารถกู้ได้สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันกู้ ทั้งนี้ หากสหกรณ์ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ เกษตรกรสมาชิกสามารถ ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสหกรณ์อนุญาตให้เข้าร่วมโครงการได้ จากนั้นจึงติดต่อกับ ธ.ก.ส.ในพื้นที่ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้าและขอรับสินเชื่อตามโครงการ ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 – 31 มกราคม 2562   3) โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา ผ่านสหกรณ์

การเกษตร เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยสหกรณ์สามารถกู้ได้สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่  วันกู้ วงเงินกู้รวม 7,200 ล้านบาท ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 – 30 มิถุนายน 2562 

                นอกจากการให้สินเชื่อแก่เกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส. ยังประสานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาให้ความรู้โดยการจัดอบรมวิธีการปลูกและเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และกรณีเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติและจากศัตรูพืช เกษตรกรยังได้รับความช่วยเหลือผ่านโครงการประกันภัยพืชผล โดยรัฐบาลอุดหนุน ค่าเบี้ยประกันภัย ในอัตราไร่ละ 65 บาท ให้เกษตรกรทั้งหมด ซึ่งผู้ประสบภัยจะได้รับวงเงินคุ้มครอง 1,500 บาทต่อไร่ สำหรับภัยธรรมชาติ 8 ภัย และวงเงินคุ้มครอง 750 บาทต่อไร่ สำหรับภัยศัตรูพืชหรือโรคระบาด นอกจากนี้ รัฐบาลได้ประสานงานภาคเอกชน อาทิ สมาคมผู้รับซื้อข้าวโพด ประกันการรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคา 8 บาทต่อกิโลกรัม (เบอร์ 2 ความชื้นไม่เกิน 14.5%) เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรกรว่านอกจากจะได้รับการดูแลทั้งด้านเงินทุน การคุ้มครองความเสี่ยงจากการผลิตแล้ว ยังสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม ช่วยสร้างรายได้ที่แน่นอนอีกด้วย  นายศรายุทธ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News