mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

สิงห์ เอสเตท รุกเดินหน้าทั้งตลาดบ้านและโรงแรม ผลักดันรายได้สู่จุดสูงสุดในรอบครึ่งปีโต 14%

สิงห์ เอสเตท รายงานรายได้รวมจากการขายและการบริการสำหรับครึ่งปีแรก ปี 2567 จำนวน 7,798 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อนหน้า ด้วยกำไรสุทธิ จำนวน 24 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนจำนวน 76 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วหนุนโดยการฟื้นตัวของผลประกอบการในทุกกลุ่มธุรกิจ สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ และผลิตภัณฑ์จากกลุ่ม สิงห์ เอสเตท และได้รับการตอบรับที่ดีจากการรุกตลาดใหม่ทั้งบ้าน และโรงแรมที่ประสบผลสำเร็จ

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ประกาศผลประกอบการสำหรับครึ่งปีแรกปี 2567 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 7,798 ล้านบาท โดยเป็น (1) รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 1,956 ล้านบาท ซึ่งมีการเติบโต 42% จากยอดโอนที่เติบโตโดดเด่นของโครงการ สริน ราชพฤกษ์ สาย 1 และ โครงการ ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ รวมถึง การรับรู้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ที่เติบโตขึ้นราว 5 เท่าตัว ภายหลังการพัฒนาที่ดินและระบบสาธารณูปโภคแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2566 สำหรับ (2) รายได้จากธุรกิจให้บริการจำนวน 5,820 ล้านบาท ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจาก รายได้จากธุรกิจโรงแรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า รับแรงหนุนจากดีมานด์การท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคที่มีการดำเนินการอยู่ขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับกระแสตอบรับที่ดีต่อห้องพักรูปแบบใหม่ของโรงแรมทั้งในประเทศไทย และสาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ ซึ่งช่วยผลักดันให้ ADR ทั้งพอร์ตเติบโตขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า ตามเป้าหมายการปรับปรุงสินทรัพย์ที่วางไว้ เสริมทัพด้วยรายได้จากค่าเช่าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าเติบโต 12% จากปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของอัตราการปล่อยเช่าอาคาร S-OASIS

ด้าน นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ‘S’ เปิดเผยว่า “เราพอใจกับการเติบโตของรายได้และพลิกฟื้นผลกำไรสำหรับผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกนี้ แม้ว่าจะถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาล และต้องเผชิญกับความท้าทายของเศรษฐกิจ และภาวะอุตสาหกรรมก็ตาม นี่สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพ ความแข็งแกร่ง และกระจายตัวที่ดีของพอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ รวมถึงกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เราสามารถเข้าถึงตลาดศักยภาพที่มีความแข็งแกร่งด้านกำลังซื้ออยู่เสมอ ควบคู่ไปกับการยกระดับผลิตภัณฑ์และรังสรรค์บริการที่เหนือระดับ ออกแบบมารองรับความต้องการของผู้บริโภคในระดับกลาง-บน เพื่อให้เราสามารถบรรลุกลยุทธ์การตั้งราคาที่มีประสิทธิภาพได้ ดังนั้น เรามีความมั่นใจว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงพีคของการดำเนินงานแล้ว ทุกพอร์ตโฟลิโอของเราได้ทำงานเต็มที่ จะผลักดันให้ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 เติบโตอย่างโดดเด่น”

ความสำเร็จของธุรกิจโรงแรมในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เกิดจากความสามารถในการยกระดับอัตราค่าห้องพัก สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ในการปรับปรุงโรงแรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกำไร โดยเฉพาะการนำเสนอห้องพักรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบสนองเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เป็นผลให้ห้องพักที่ได้รับการปรับปรุงของโรงแรมเอาท์ริกเกอร์ ฟิจิ บีช รีสอร์ท และโรงแรมทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ สามารถเพิ่มอัตราค่าห้องพัก (ADR) ได้ถึง 40% เช่นเดียวกับความมุ่งมั่นในการดำเนินกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก และการกำหนดราคาแบบ Dynamic Pricing รวมถึงการทำตลาดกับนักท่องเที่ยวที่หลากหลายเพื่อสร้างสมดุลของพอร์ตลูกค้าที่มีความยืดหยุ่น (Balanced market-mix) ที่เราวางแผนไว้รองรับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ส่งผลให้ในช่วงที่ผ่านมา โรงแรมหลายแห่งของบริษัทฯ ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง และซาอุดิอาระเบียมากขึ้น ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) ของโรงแรมในโครงการ CROSSROADS Maldives และโรงแรมที่บริหารจัดการเองในประเทศไทยปรับเพิ่มขึ้น 12% และ 17% ตามลำดับ

ปัจจัยดังกล่าวหนุนศักยภาพในการสร้างรายได้และ EBITDA ที่เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวของปีก่อน แม้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราวทั้งจากการปิดปรับปรุงห้องพักจำนวน 173 ห้องของโรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ที่เริ่มทำการปิดปรับปรุงตั้งแต่เดือนเมษายน และพร้อมจะเปิดต้อนรับนักเดินทางอีกครั้งในเดือน ธันวาคม 2567 รวมถึงแรงกดดันจากผลการดำเนินงานในช่วงต้นของการเปิดให้บริการโรงแรม SO/ Maldives ทั้งนี้ หากพิจารณาโดยไม่คำนวณรวมสองปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ผลการดำเนินงานของโรงแรมอื่นๆ ในพอร์ตโฟลิโอสามารถฟื้นตัวขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นแล้ว เราเห็นสัญญาณเชิงบวกต่อยอดจองห้องพักในช่วง 3 - 6 เดือนข้างหน้าที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญให้ธุรกิจโรงแรมของบริษัทฯ ผ่าน SHR สามารถบรรลุเป้าหมายผลการดำเนินงานที่วางไว้ได้ในปี 2567

ในส่วนของพัฒนาการที่สำคัญของพอร์ตโฟลิโอโรงแรม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์การปรับปรุงประสิทธิภาพของพอร์ตโฟลิโอ ด้วยการลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Ascott ในการยกระดับโรงแรมศักยภาพที่ตั้งอยู่ในเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในสหราชอาณาจักร โดยมีวัตถุประสงค์ในการปรับตำแหน่งทางการตลาดของโรงแรมศักยภาพที่ตั้งอยู่ในเมืองท่องเที่ยวและเศรษฐกิจหลัก เพื่อยกระดับผลการดำเนินงาน และเพิ่มความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวนานาชาติ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพผลการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น

สำหรับธุรกิจที่พักอาศัย บันทึกรายได้โต 49% จากการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เริ่มต้นส่งผลบวกอย่างชัดเจน โดยลูกค้าให้การตอบรับโครงการของเราอย่างดีเยี่ยม อาทิเช่น โครงการคอนโดมิเนียม "ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ" ซึ่งเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และมีรายได้ที่รับรู้แล้วกว่า 800 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก หรือคิดเป็น 21% ของมูลค่าโครงการ โดย Feedback เชิงบวกของลูกค้า ที่มีต่อโครงการ รวมถึงคุณภาพงานก่อสร้างและบริการที่ได้รับ ทำให้เรามั่นใจในความสามารถของเราที่จะรักษาความไว้วางใจจากลูกค้าและผลักดันยอดโอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ของบริษัทในปี 2567 – 2568

เช่นเดียวกับการตอบรับที่มีต่อโครงการสริน ราชพฤกษ์ สาย 1 ซึ่งมีแนวโน้มเชิงบวกต่อเนื่อง และได้รับความนิยมจากลูกค้า และจากดีมานด์ที่แข็งแกร่งของลูกค้ากลุ่ม Premium Luxury ในทำเลกรุงเทพตะวันตกนี้ จะถูกส่งต่อความสำเร็จไปที่โครงการแห่งใหม่ซึ่งวางแผนจะเปิดตัวในปลายปี 2567 นี้ บนถนนพรานนกตัดใหม่ มีมูลค่าโครงการกว่า 4,200 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับแบรนด์สริน และรักษาความต่อเนื่องของรายได้ของบริษัทฯ

ในช่วงครึ่งปีหลัง ภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยมีแนวโน้มฟื้นตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ การลงทุนของภาครัฐ และการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมยอดโอนกรรมสิทธิ์ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เรามั่นใจว่าแบรนด์สิงห์ เอสเตท พร้อมที่จะรักษาสถานะ "Mastery of Luxury" และบันทึกความสำเร็จในโครงการที่ถือเป็น Masterpiece ของบริษัทฯ ในการปิดโครงการ สันติบุรี เดอะ เรสซิเดนเซส,ศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส พัฒนาการ และ คอนโดมิเนียม ดิ เอส สุขุมวิท 36 ได้ภายในปี 2567 นี้

สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงาน ซึ่งได้รับการพัฒนาสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับชีวิตการทำงานยุคใหม่และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารอยู่เสมอ ความตั้งใจดังกล่าว ทำให้เราได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO ระดับสากลครบทั้ง 4 โครงการ ได้แก่ S-OASIS,S-METRO, SUNTOWERS และ SINGHA COMPLEX เพื่อเดินหน้าผลประกอบการที่มีความมั่นคง และส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ดี

พร้อมช่วยยกระดับสุขภาพคนเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาคารสำนักงาน S-OASIS ซึ่งโดดเด่นในด้านความเป็น Sustainable office และได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED Gold Version 4 และมีการทยอยเข้าใช้พื้นที่จากผู้เช่าหลักอย่างต่อเนื่อง และเมื่อผนวกรวมกับกลยุทธ์การตลาดเฉพาะเจาะจงของเรา จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายพื้นที่ในระยะถัดไปให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ซึ่งมีจุดแข็งด้านความพร้อมของระบบทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำ พร้อมข้อได้เปรียบด้านต้นทุนสาธารณูปโภคที่ต่ำกว่าพื้นที่เศรษฐกิจอื่น จะเป็นจุดดึงดูดดีมานด์ของนักลงทุนที่สำคัญ และช่วยให้เราขยายฐานลูกค้าเป้าหมายของเราได้ในอนาคต

นางฐิติมา กล่าวปิดท้ายว่า “เราพร้อมที่จะเดินหน้าด้วยความระมัดระวังและความมุ่งมั่นเสมอ เพื่อผลักดันเป้าหมายรายได้ระดับ 18,000 ล้านบาทตามที่วางแผนไว้ โดยเราจะทุ่มเทด้วยกลยุทธ์ที่เหมาะสม วิเคราะห์ตลาดอย่างลึกซึ้ง และพร้อมปรับรูปแบบการลงทุนในครึ่งปีหลังนี้ ท่ามกลางภาวะอุตสาหกรรมที่ท้าทาย การปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราก้าวสู่การเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญการลงทุนและพัฒนาระดับนานาชาติอย่างแท้จริง ความสำเร็จของเราไม่ได้วัดจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้เรามาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้งไปต่อยอดสู่การสร้างคุณค่าที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์และบริการของ สิงห์ เอสเตท ให้แตกต่างในตลาดปัจจุบัน”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News