mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เคทีซีโตก้าวกระโดดโชว์กำไร9เดือน3,911ล้านบาท เตรียมเข้าสู่ธุรกิจนาโนและพิโกไฟแนนซ์

เคทีซีกำไรสุทธิ 9 เดือนแรก เท่ากับ 3,911 ล้านบาท เติบโต 65% จากปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ดีดตัวสูงขึ้น การขยายตัวของยอดลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ตลอดจนการรักษามาตรฐานในการอนุมัติภายใต้กรอบที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของกลุ่มเป้าหมาย และประสิทธิภาพการติดตามหนี้ที่ดี ในช่วงท้ายของปีบริษัทฯ จะเดินกลยุทธ์ทำธุรกิจเชิงรุกอย่างระมัดระวัง และเตรียมการเข้าสู่ธุรกิจนาโน-พิโกไฟแนนซ์ โดยคาดว่าสิ้นปี 2561 จะทำกำไรอยู่ในช่วงประมาณ 5,000 ล้านบาท และเป้าหมายปี 2562 กำไรเพิ่ม 10% จากปี 2561

นายระเฑียร  ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “อุตสาหกรรมสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัว ด้วยแรงขับเคลื่อนจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวตามเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัว การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น รวมถึงอุปสงค์ในประเทศที่มีแรงส่งเข้ามาต่อเนื่อง ทำให้กำลังซื้อมีการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายของภาครัฐจะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง”

“การดำเนินงานของเคทีซีในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ถือว่าเติบโตเกินคาดหมาย โดยมีกำไรสุทธิ 3,911 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 65% ในขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 3 เท่ากับ 1,396 ล้านบาท โดยบริษัทสามารถสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่องจากปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตร และยอดลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่ขยายตัว ในขณะที่สภาวะการแข่งขันของผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ทั้งการเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาพัฒนาต่อยอดบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงฉับไว และความท้าทายของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทฯ จึงต้องปรับแผนธุรกิจและจัดกระบวนการใหม่ให้รับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเพื่อให้ได้ประสิทธิผลที่ดีกว่า ดังจะเห็นได้จากฐานสมาชิกรวมถึงยอดลูกหนี้และปริมาณการ     ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วงไตรมาส 3 มีอัตราเพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนสมาชิกสินเชื่อพร้อมใช้ “เคทีซี พราว” มีมูลค่าการ    เบิกถอนเงินสดที่สูงขึ้น”  

“ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 เคทีซีมีสินทรัพย์รวมเท่ากับ 73,319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของ      ปีก่อนหน้า โดยสินทรัพย์ที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัทฯ อยู่ในรูปของลูกหนี้การค้าสุทธิคิดเป็น 92% ของสินทรัพย์รวม โดยพอร์ตลูกหนี้การค้ารวมเท่ากับ 72,870 ล้านบาท ฐานสมาชิกรวม 3.2 ล้านบัญชี (เติบโต 5.2%) แบ่งเป็นบัตรเครดิต 2,301,431 บัตร (ขยายตัว 3.6%) พอร์ตลูกหนี้บัตรเครดิตรวม 46,616 ล้านบาท (ขยายตัว 5%) สัดส่วนของลูกหนี้บัตรเครดิตเทียบกับอุตสาหกรรมปัจจุบันอยู่ที่ 12.6% อัตราเติบโตของการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีรวมเท่ากับ 8.7% ปริมาณใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมูลค่า 138,289 ล้านบาท (อุตสาหกรรมเติบโต 10.5%) ส่วนแบ่งการตลาดของการ   ใช้จ่ายผ่านบัตรเท่ากับ 11.1%  หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้รวม (NPL) ลดลงอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 1.2% จาก 1.5% NPL บัตรเครดิตอยู่ที่ 1.1% ลดลงจาก 1.2% (อุตสาหกรรม 1.9%) สินเชื่อบุคคล 929,634 บัญชี (ขยายตัว 9.5%)       

ยอดลูกหนี้ สินเชื่อบุคคลรวม 25,917 ล้านบาท (เติบโต 8%) สัดส่วนลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเทียบกับอุตสาหกรรมเท่ากับ 7.0% และ NPL ของสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ระดับเดิม 0.8% (อุตสาหกรรม 2.6%) โดยสัดส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัย-จะสูญต่อ NPL ยังคงมูลค่าสูงที่ 615% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 565%”

“สำหรับการทำธุรกิจร้านค้ารับบัตรในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา เคทีซีมีปริมาณซื้อขายผ่านร้านค้า 62,359 ล้านบาท เติบโต 14.4% มีจำนวนร้านค้าเพิ่มขึ้นเป็น 35,311 แห่ง เพิ่มขึ้น 11.4% ซึ่งเป็นผลจากโครงการขยายร้านค้าและติดตั้งเครื่องรับบัตร ประกอบกับการขยายช่องทางรับชำระบัตรเครดิตผ่าน KTC QR Pay ที่เปิดกว้างให้กับพันธมิตรร้านค้าใหม่ๆ มากขึ้น และยังช่วยให้สมาชิกเคทีซีได้สัมผัสประสบการณ์ความสะดวกรวดเร็วของระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่ โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบการชำระแบบเดิมอย่างเดียว”

“ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เคทีซีมีอัตราเติบโตของรายได้รวมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายรวมให้มีอัตราลดลง โดยสามารถทำรายได้รวมในไตรมาส 3/2561 เพิ่มขึ้น 8% เท่ากับ 5,376 ล้านบาท จากรายได้ดอกเบี้ย (รวมรายได้ค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน) 3,226 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียม 1,182 ล้านบาท และรายได้อื่นๆ เท่ากับ 968 ล้านบาท มีสัดส่วนคิดเป็น 60% 22% และ 18% ของรายได้รวมตามลำดับ โดยรายละเอียดของรายได้อื่นๆ นั้น มีสัดส่วน 87% จากหนี้สูญได้รับคืน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 3,632 ล้านบาท ลดลง 7% โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายการบริหารงานที่เพิ่มขึ้นเพียง 1% ด้วยคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ของบริษัทที่ดี จึงไม่เพิ่มสำรองหนี้สงสัยจะสูญ     ทำให้มูลค่าหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญลดลงที่ 16% รวมทั้งค่าใช้จ่ายการเงินที่เป็นต้นทุนเงินลดลงที่ 7% เหล่านี้ล้วนเป็นผลให้ค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทลดลงค่อนข้างมาก”

“ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถรักษาสัดส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้สุทธิ (Operating Cost to Income Ratio) เท่ากับ 26.4% ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 27.2% เนื่องจากการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน รวมถึงอัตราการเพิ่มขึ้นของมูลค่ารายได้สุทธิมากกว่าจำนวนค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นบริษัทฯ มีวงเงินสินเชื่อคงเหลือ (Available Credit Line) ทั้งสิ้น 25,390 ล้านบาท เป็นวงเงินของธนาคารกรุงไทย 18,030 ล้านบาท และธนาคารพาณิชย์อื่นๆ 7,360 ล้านบาท โดยมีต้นทุนการเงิน ณ ไตรมาส 3/2561 และ 9 เดือน เท่ากับ 2.97% และ 2.98% ตามลำดับ ลดลงจากงวดเดียวกันของปี 2560 อยู่ที่ 3.28% และ 3.22% ตามลำดับ โดยมีอัตราส่วนของหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3.85 เท่า ต่ำกว่าภาระผูกพันที่กำหนดไว้ที่ 10 เท่า”

“บริษัทฯ มีการปรับแผนการตลาดเชิงรุกต่อเนื่องในหลายมิติเพื่อให้เกิดการแข่งขันได้ และไม่ประมาทที่จะเตรียมตัวให้พร้อมกับการเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และมุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยกำลังเตรียมการเข้าสู่ธุรกิจ “นาโนไฟแนนซ์” (สินเชื่อรายย่อยผู้ประกอบอาชีพ) และ “พิโกไฟแนนซ์” (สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ) ให้เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจนาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์ต่อธนาคารกรุงไทยและธนาคารแห่งประเทศไทยตามลำดับต่อไป ทั้งนี้ ในปี 2561 บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายการเติบโตด้านปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรรวมไม่ต่ำกว่า 15% พอร์ตลูกหนี้เติบโตประมาณ 10% และรักษาระดับ NPL รวมในอัตราเดิมประมาณ 1.2% โดยคาดว่าจะทำกำไรในปี 2561 ได้ในช่วงประมาณ 5,000 ล้านบาท และตั้งประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 เติบโต 10% จากปี 2561”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News