โดย...สิริวิทย์ บ่อจันทึก
แม้ยังไม่ได้เปิดตัวเป็นทางการ แต่ผมมีโอกาสได้ขับทอดสอบ NETA X (เนต้า เอ็กซ์) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สไตล์ Crossover SUV ที่มาพร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ (Advanced Intelligence) ที่ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ตำบล คลองตะเกรา อำเภอสนามชัยเขต ฉะเชิงเทรา
โดย บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด มีแผนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่ตลาดประเทศไทยในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2567 โดยในช่วงแรกจะเป็นการนำเข้ารถยนต์ทั้งคัน (ซีบียู) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม คาดว่า เนต้า จะขึ้นไลน์ผลิต NETA X ในโรงงาน “พระนครฟรีโซน” ของบริษัท บางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี จำกัด ต่อจาก NETA V-II โดยโรงงานแห่งนี้ ถือเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% แห่งแรกของ NETA ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน
สำหรับ NETA X ได้เห็นครั้งแรกต้องบอกบอกว่าสวยสะดุดตาเกินคาด ขนาดพอเหมาะ ซึ่งคาดว่ามีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Lite เป็นรุ่นเริ่มต้น ซึ่งคาดว่าจะมีระยะทางการวิ่งอยู่ 410 กิโลเมตร และรุ่น SMART ที่วิ่งไกล 480 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน (NEDC) มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ความจุ 62.0 kWh ขับเคลื่อนล้อหน้า ด้วยมอเตอร์เดี่ยวให้กำลังอยู่ที่ 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ส่วนรายละเอียด และออปชั่น คาดว่าจะมีการเปิดเผยในวันเปิดตัว ส่วนขนาดตัวรถ Neta X ยาว 4,619 มม. กว้าง 1,860 มม. และสูง 1,628 มม. ความยาวฐานล้อ 2,770 มม.
การออกแบบภายนอก จะมากับดีไซน์ตามแบบรถยนต์ไฟฟ้า โดยกระจังหน้าเป็นแบบปิดทึบ พร้อมไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟ LED Daytime Running Light ที่ออกแบบให้มีความสวยขึ้นกว่าเดิม พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, Follow Me Home ส่งให้รถดูมีความสปอร์ตขึ้นอีกระดับ
ขณะที่ดีไซน์ภายใน Neta X กว้างขวาง สวยสดโดยเฉพาะโทนสีส้ม ทั้งคอนโซล เบาะ พวงมาลัยสีส้มขอบดำ มาพร้อมกับจอกลางขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว และหน้าจอเรือนไมล์ขนาดใหญ่ 8.9 นิ้ว มาพร้อมชิป Qualcomm Snapdragon 8155 ส่วนคันเกียร์เปลี่ยนไปใช้ที่คอพวงมาลัย เหมือน เนต้า วี-ทู
ส่วนระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยี NETA X จัดมาครบมีความล้ำยิ่งขึ้น เป็นระบบช่วยขับ ADAS Level 2 Intelligence Driving Assist ทั้ง ถุงลมนิรภัยรอบคัน กล้องรอบคัน, สัญญาณกะระยะรอบคัน ระบบเบรกมือไฟฟ้า ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง ฯลฯ ขณะที่ ระบบอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็มีมาให้ทั้ง ระบบ V2L (Vehicle to Load) ที่จะจ่ายไฟฟ้าออกสู่ภายนอก ระบบ One-Pedal หรือคันเร่งเดียวที่สามารถปรับระดับได้ โหมดการขับขี่ Standard/Sport, ระบบสั่งการด้วยเสียง อัปเดทรถออนไลน์ผ่านระบบ OTA ระบบช่วยเหลือการขับขี่ระดับ L2.5 ฯลฯ
หลังจากทราบรายละเอียดการออกแบบ ขุมกำลัง และระบบความปลอดภัย ได้เวลาออกสู่สนามทดสอบ ทันทีที่เข้ามานั่งในห้องโดยสาร ต้องบอกว่า สวยสะดุดกว่าที่คิดด้วยแต่งด้วยโทนสีส้ม กว้างขวาง นั่งสบาย โดยขับในสถานีที่สมรรถนะการขับขี่โดยรวม ทั้งการหลบหลีกสลาลอม และยางกลม เปลี่ยนเลนกระทันหัน เข้าโค้งด้วยความเร็ว เพื่อพิสูจน์การควบคุมรถ ความแม่นยำของพวงมาลัย การเก็บเสียง ซึ่งถือว่าทำได้ดีมาก เกิดความมั่นใจในการขับขี่ รถควบคุมง่าย ขณะที่ช่วงล่างนุ่มนวล ยังยึดเกาะถนนได้ดี ด้วยระบบกันสะเทือนด้านหน้าเป็นแบบ แมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบมัลติลิงค์
แม้ระบบความปลอดภัยก็จัดมาครบตามมาตรฐานรถยุคใหม่ แต่การทดสอบครั้งนี้ได้ทดลองเฉพาะ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ตัวช่วยเสริมความปลอดภัยในการขับขี่สไตล์รถเอสยูวี โดยได้ขับขึ้นสถานีลาดชัยที่มีการปล่อยน้ำกลางเนิน ก่อนขับไปต่อ จากนั้น ขับลงเนิน แล้วหยุด ก่อนถอยกลับขึ้นไป เพื่อพิสูจน์การออกตัวบนทางลาดชัน ระบบกันลื่อน ซึ่งถือว่าทำได้ดี ไม่มีการลื่นไถล แต่อย่างใด
จากการทดสอบสมรรถนะทั้งการขับทางตรง สถานีต่างๆ รวมทั้ง รูปลักษณ์ภายใน และภายนอก ต้องบอกว่า NETA X เป็นอีกหนึ่งรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ ที่น่าสนใจ
ส่วนใครสนใจรถไฟฟ้ารุ่นนี้ก็ต้องอดใจรอยลโฉม ลุ้นราคาอย่างเป็นทางการ ช่วงกลางเดือนกรกฏาคม นี้ ว่าจะออกมาเซอร์ไพส์ ขนาดไหน
+++++++++++++++++++++++++++++++++++