mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ทดสอบขับ“NETA V-II” ขับดี สนุก สะดวกสบาย เทคโนโลยีสุดล้ำ เกินราคา คุ้มค่าสุดๆ

โดย...สิริวิทย์ บ่อจันทึก

ผมมีโอกาสได้ไปทดสอบขับ  เนต้า วี-ทู“NETA V-II” เพื่อพิสูจน์สมรรถนะรถยนต์ไฟฟ้า 100% จากแบรนด์เนต้า ที่ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ  ตำบล คลองตะเกรา อำเภอสนามชัยเขต ฉะเชิงเทรา หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาก และเปิดขายในไตรมาส 2 ของปีนี้ และรถพร้อมส่งมอบตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

ทั้งนี้ บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ชูกลยุทธ์ “All in Thailand, All for Thailand” เปิดตัว “NETA V-II” (เนต้า วี-ทู) รถยนต์นั่งพลังงานไฟฟ้า 100% ในสไตล์ City Car อย่างเป็นทางการในประเทศไทย มาพร้อมแนวคิด ‘Smart & Play สมาร์ตให้สุด สนุกให้เหนือใคร’ เปิดราคา NETA V-II รุ่น LITE ที่ 549,000 บาท และ NETA V-II รุ่น SMART ที่ 569,000 บาท

สำหรับ เนต้า  เริ่มต้นการผลิตภายในประเทศร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา NETA ได้เริ่มผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจากโรงงานในประเทศไทย นับเป็นโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกของ NETA นอกประเทศจีน และเป็นโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมของกรุงเทพฯ(บางชัน) และได้ผลิต NETA V-II  ในโรงงานแห่งนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้ NETA สามารถยกระดับขีดความสามารถในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และตอบสนองความต้องการของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้  เพื่อการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เนต้า ได้ตั้งเป้าหมายขยายเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายจากปัจจุบัน 50 แห่งให้ครอบคลุมมากกว่า 65 แห่งทั่วประเทศไทยภายในปี 2567 เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของลูกค้าทั้งในด้านการขายและการบริการลูกค้าที่ครอบคลุม

ก่อนลงสนามทดสอบขับ NETA V-II  เราได้ฟังรายละเอียดผลิตภัณฑ์และทิศทาง และกลยุทธ์ของเนต้าในการทำตลาดในประเทศไทย

โดย “NETA V-II” รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอเนกประสงค์ 100% สไตล์ City Car มาพร้อมแนวคิด “SMART & PLAY สมาร์ตให้สุด สนุกให้เหนือใคร” ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว ฟังก์ชันที่ครบครันยิ่งขึ้น พร้อมระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสนุกและมั่นใจยิ่งขึ้น โดยมีให้เลือก 2 รุ่น คือ NETA V-II รุ่น LITE และ รุ่น SMART

มาดูทีการออกแบบภายนอก  NETA V-II มีการเปลี่ยนกระจังหน้าใหม่เป็นแบบ Starlight Grille  เปรียบเสมือนดวงดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืน หรูหราในทุกจังหวะของการเคลื่อนไหว นอกจากจะมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้วยังตกแต่งด้วยโครเมียม รวมถึงจุดต่าง ๆ เช่น ชายล่างกันชนหน้า-หลัง และด้านข้างตัวรถ เพื่อให้ดูพรีเมียมขึ้น ไฟหน้ายังเป็นหลอด LED มีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ โดยความเร็วต้องสูงกว่า 40กม./ชม. รวมถึงไฟท้ายชุดใหม่ LED แบบคาดยาว ดีไซน์ใหม่แบบ Through-Type ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED บนสปอยเลอร์หลัง กระจกมองข้างไฟฟ้า ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และที่ปัดน้ำฝน ให้มาเหมือนกันทุกรุ่น โดดเด่นมีมิติมากขึ้น แต่ล้ออัลลอยเป็นลายเดิม ขนาด 16 นิ้ว ระบบช่วงล่างหน้า อิสระแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ขณะที่ระบบช่วงล่างหลัง เป็นเทรลลิ่ง อาร์ม ส่วนขนาดตัวถังมีความยาว 4,070 มม. กว้าง 1,690 มม. สูง 1,540 มม. ความยาวฐานล้อ 2,420 มม. เท่า Neta V แต่ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มจาก 130 เป็น 157 มม. น้ำหนักตัวรถ 1,180 กิโลกรัม

ส่วนดีไซน์ภายในห้องโดยสาร Neta V-II กว้างขวาง มีโทนสีภายในต่างกัน 3 เฉด ขึ้นอยู่กับสีตัวถังภายนอก คือ สีภายในเทา-ขาว สำหรับสีตัวถัง Milk Tea สีภายในฟ้า-ขาว สำหรับสีตัวถัง Baby Blue ส่วนสีตัวถังที่เหลือจะใช้ภายในสีเทา-ดำทั้งหมด ขณะที่ดีไซน์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยคอนโซลหน้ามีจอแสดงข้อมูลขนาด 12 นิ้ว วางเป็นแนวยาวหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ควบคุมเครื่องเสียง ตรงกลางติดตั้งจออินโฟเทนเมนต์ระบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว รองรับแค่ Apple CarPlay เสียบสายเข้ากับโทรศัพท์มือถือ ลำโพง 6 จุด พร้อมที่ชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย เชื่อมต่อการใช้งานหลากหลายฟังก์ชั่น ทั้งแผนที่ ฟังเพลงและระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI  เบาะหุ้มวัสดุสังเคราะห์ เบรกมือไฟฟ้า แอร์มีระบบกรองอากาศ N95 พร้อมระบบจ่ายไฟ V2L (Vehicle to Load) เหมือนกันทั้งสองรุ่น เบาะนั่งคนขับ และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 6 ทิศทาง และกุญแจแบบสมาร์ทคีย์พร้อมระบบ Ride & Go เพียงกดปุ่ม Smart Key ที่มือจับประตูเพื่อปลดล็อกเข้าสู่ระบบ Ready ให้รถพร้อมสำหรับการขับขี่ทันทีที่เปิดประตูรถและล็อกรถทันทีที่ออกจากตัวรถ

ขณะที่ พื้นที่เก็บสัมภาระNETA V-II  มีขนาดกว้างขวาง 335 ลิตร อย่างไรก็ตาม เบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับเก็บได้ ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากถึง 588 ลิตร เรียกว่า สามารถบรรจุดกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ได้อย่างสบาย

โดย NETA V-II ทั้งสองรุ่นติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ที่เพลาหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า จ่ายไฟด้วยแบตเตอรี่ขนาดความจุ 36.1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้สมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานด้วยมอเตอร์ขนาด 95 แรงม้า แรงบิด 150 นิวตัน-เมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion Battery) ให้ระยะทางในการวิ่งสูงสุด 382 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็มตามมาตรฐาน NEDC ควบคุมได้ง่ายด้วยเกียร์ไฟฟ้าเปลี่ยนเกียร์ง่ายๆ ด้วยก้านเกียร์ที่อยู่ใต้พวงมาลัย สำหรับ NETA V-II รุ่น SMART เพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบช่วยในการขับขี่ ADAS (Advanced Driver-Assistance System) ได้แก่ ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าขณะขับขี่ ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่  ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)โดยระบบจะช่วยรักษาความเร็วตามที่ตั้งค่าไว้ พร้อมปรับความเร็วอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่างจากคันหน้า ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ ICA (Integrated Cruise Assist) ซึ่งระบบจะช่วยรักษาความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างจากคันหน้า และช่วยให้รถอยู่ในเลนขับขี่ ทั้งในสภาพการจราจรที่หนาแน่น หรือเมื่อรถมีความเร็วเกิน 60กม./ชม.ช่วยลดความเหนื่อยล้า และเพิ่มความปลอดภัยในมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วยฟังก์ชัน V2L (Vehicle to Load) จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยกำลังสูงสุดถึง 3,300 วัตต์ พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่างครบครัน

หลังจากทราบรายละเอียดการออกแบบทั้งภายในและภายนอก ระบบความปลอดภัย รวมทั้งขุมกำลัง และ ก็ได้เวลาลงสู่สนามศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ  ซึ่งถือว่า ได้มาตรฐาน โดยเริ่มทดสอบระบบ ADAS Level 2 เริ่มต้นด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ ICA (Integrated Cruise Assist) ซึ่งระบบจะช่วยรักษาความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างจากคันหน้า เมื่อรถมีความเร็วเกิน 60กม./ชม. กดที่ก้านเกียร์ในตำแห่ง D แช่ไว้ หลังจากระบบสัญญาณแล้วจะไปโชว์รูปรถสีเขียวที่หน้ามีจอแสดงข้อมูลขนาด 12 นิ้ว และรายละเอียดตัวเลขบนจออินโฟเทนเมนต์ระบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ตรงกลางเหนือคอนโซล และมีปุ่มกดเลือกระยะห่างจากคันหน้า อยู่บนก้านพวงมาลัย โดยสามารถเลือกเพิ่มลดได้อย่างระเอียด ซึ่งความรู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายมาก เหมาะมากกับการขับในเมืองที่รถติด และทางตรงยาวๆ ในต่างจังหวัด ลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ จากนั้นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)โดยระบบจะช่วยรักษาความเร็วตามที่ตั้งค่าไว้ พร้อมปรับความเร็วอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่างจากคันหน้า ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist) และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ โดยรถจะหยุดทันทีที่เจอสิ่งกีดขวางด้านหน้า แต่เมื่อเท้าแตะเบรก ระบบจะคืนสู่ภาพปกติทันที หลังจากนั้น ขับสู่สถานีหลบหลีกไพลอน ลูกยางกลมๆ ในความเร็วประมาณ 60กม./ชม. เพื่อพิสูจน์ความแม่นยำของพวงมาลัย การทรงตัว ความหนึบของช่วงล่าง ในขณะเปลี่ยนเลน และเข้าสู่ทางตรง ซึ่งสามารถแตะคันเริ่งทำความเร็วได้อย่างเต็มที่ จากนั้น มาที่สถานีจำลองขับข้ามสิ่งขรูขระ เพื่อพิสูจน์ ถึงความนิ่มนวล ช่วงล่าง และการเก็บเสียง การเข้าโค้งด้วยความเร็ว

จากความรู้สึกในการับทดสอบผ่านสถานีต่างๆ ทดลองใช้ระบบความปลอดภัยต่างๆ ยอมรับว่า ให้ความมั่นใจมาก ADAS Level 2 ของ  NETA V-II ทำให้การขับขี่สนุก มั่นใจ ให้ความรู้สึกคุ้มค่า เรียกว่า ล้ำจริง เมื่อเทียบกับขนาดตัวรถ และราคาแค่ 5 แสนกลางๆ ต้องบอกว่า เทคโนโลยี ล้ำเกินราคา

โดย NETA V-II มีสีมาตรฐานให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว White Storm สีเทา Midnight Gray สีชานม Milk Tea สีฟ้า Baby Blue และมีสีพิเศษ 2 สี ได้แก่ สีชมพู Sakura Pink และสีเขียว Moonlight Green โดยมีราคาจำหน่ายสำหรับ NETA V-II รุ่น LITE ที่ 549,000 บาท และ NETA V-II รุ่น SMART ที่ 569,000 บาท

สำหรับใครที่มองหา และอยากใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ อยากใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% เป็นคันแรก NETA V-II น่าจะตอบโจทย์ ได้ดี ใช้ในเมืองก็เวิร์ค ขับเที่ยวต่างจังหวัดก็ประหยัด แถมราคาจับต้องได้แบบสุดๆ กับราคาจำหน่าย NETA V-II รุ่น LITE ที่ 549,000 บาท และ NETA V-II รุ่น SMART ที่ 569,000 บาท

โดย NETA V-II มีสีมาตรฐานให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว White Storm สีเทา Midnight Gray สีชานม Milk Tea สีฟ้า Baby Blue และมีสีพิเศษ 2 สี ได้แก่ สีชมพู Sakura Pink และสีเขียว Moonlight Green

จากกลยุทธ์ ในการรุกตลาดหัวเมืองรอง โดยเพิ่มเครือข่ายจาก 50 แห่ง เป็น 65 แห่งในปี 2567 และความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า และกฏเกณฑ์ของโลกสีเขียว และทิศทางการลดคาร์บอนเป็นศูนย์ ทั่วโลก น่าจะผลักดันให้รถยนต์ไฟฟ้า ของ เนต้า เข้าถึงเป้าหมายสิ้นปี 2567 ในการส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ถึงมือคนไทย 30,000 คัน ได้ไม่ยาก

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News