เครือข่ายพระสงฆ์ภาคอีสานได้จัดประชุมสรุปบทเรียนการทำงานวัดปลอดบุหรี่และปัจจัยเสี่ยงในพระสงฆ์ ภายใต้โครงการวัดปลอดบุหรี่สุขภาพดีด้วยวิถีธรรม ณ ห้องประชุมเขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น โดยมีพระมหาจริทธิ์ วชิรเมธี รองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุม มีเครือข่ายพระสงฆ์เข้าร่วม 6 จังหวัดประกอบไปด้วย จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีแกนนำพระสงฆ์เข้าร่วมจำนวน 30 รูปและเครือข่ายสาธารณสุขประกอบไปด้วย ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม มูลนิธิพัฒนาเครือข่ายสุขภาพ (HealthNet) มูลนิธิโพธิยาลัย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ทำไมต้อง ”วัดปลอดบุหรี่”
วัดเป็นสถานที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางของคนในชุมชนถือได้ว่าเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนเข้ามาใช้ประโยขน์ร่วมกัน ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น ซึ่งคนที่เข้ามาวัดส่วนใหญ่ต่างก็เข้ามาเพื่อเรียนรู้หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา และนำหลักธรรมไปใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตามในพื้นที่บริเวณวัดหลายแห่งก็ไม่ได้ถือว่า เป็นพื้นที่ปลอดจากควันบุหรี่ 100 % เพราะคนที่เข้ามาวัดส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักว่า วัดเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ตามกฎหมายกำหนด ยังมีการละเมิดสูบบุหรี่ภายในวัดเห็นได้ชัดเจน แม้ว่าสถิติจะลดลงจากอดีตก็ตาม แต่ยังถือว่าพฤติกรรมดังกล่าวยังมีให้เห็นตามวัดวาอารามต่างๆ ส่วนหนึ่งยังขาดการบังคับใช้กฎหมายหรือเจ้าอาวาสที่ดูแลวัดก็ไม่กล้าเข้าไปตักเตือนผู้ที่สูบบุหรี่ เพราะเกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งและส่วนหนึ่งก็ขาดความเข้าใจกฎหมาย ระเบียบต่างๆ ที่เป็นนโยบายที่ประกาศใช้ในปัจจุบัน ในทางพระพุทธศาสนาแม้ว่าจะไม่มีการกล่าวถึงว่าการสูบบุหรี่ผิดศีล 5 แต่มีการจัดอยู่ในหมวดของสิ่งเสพติดที่ผู้เสพเข้าไปแล้วเกิดอาการมึนเมา และไม่สนใจต่อการปฏิบัติธรรมภาวนา ดังนั้นพระสงฆ์จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และควรเป็นแบบอย่างให้กับชาวบ้านในการดูแลสุขภาพตนเอง นอกจากนี้ควันบุหรี่มือสองยังมีโทษต่อผู้ที่สูดกลิ่นเข้าไป ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยตามที่เราทราบ บริเวณภายในวัดจึงควรเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ เป็นสถานที่ส่งเสริมให้คนที่เข้ามาปฏิบัติธรรม ได้รับประโยชน์ทั้งทางกายและทางใจย่างแท้จริง
พัฒนาให้วัด เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ ควรทำอย่างไร
หากพูดถึงการทำงานเพื่อให้วัดเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่นั้น ไม่เพียงแต่มองในเชิงกายภาพที่จะต้องมีการเข้มงวด ตรวจตรา มีการเฝ้าระวังเพียงอย่างเดียว แต่กระบวนการที่เครือข่ายพระสงฆ์ภาคอีสานสะท้อนว่าการทำงานแบบมีส่วนร่วมสำคัญมาก การมีส่วนร่วมระหว่างเครือข่ายองค์กรภายในและภายนอกชุมชน โดยหารือและวางแนวทาง กติกา ข้อตกลงร่วมกัน ในการที่จะทำให้วัดเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ 100 % ควรเป็นลักษณะของการขอความร่วมมือ หากใช้กฎหมายเข้มข้นเกินไปก็อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในชุมชนได้ เพราะพระสงฆ์และชาวบ้านต่างก็ยังพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การวางกฎ กติการ่วมกันจึงเป็นทางออกที่จะไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้น เพราะกฎกติกาเหล่านี้ เป็นของส่วนรวมที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม เป็นสิ่งที่ชุมชนกำหนดขึ้นเอง และต้องคอยสอดส่องว่ามีใครกระทำผิดหรือไม่ จึงจะเป็นกฎที่มีความศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตามแต่ในแง่ของการทำงานลดบุหรี่กับพระสงฆ์ สามเณรภายในวัดนั้น ควรมีมาตรการอย่างเข้มงวด บังคับใช้กับพระสงฆ์ สามเณรที่อยู่ภายในวัด ไม่ให้มีการสูบบุหรี่ หรือควรมีกระบวนการในการจัดการกับพระสงฆ์ สามเณรที่สูบบุหรี่ตั้งแต่ต้นทาง นั้นก็คือ การคัดกรองพระสงฆ์ที่เข้ามาจำพรรษาในวัดว่า ท่านสูบบุหรี่หรือไม่ และวางกติกาตั้งแต่ตอนเข้ามาว่า ควรมีการลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ กรณีที่พบว่ามีการสูบบุหรี่ โดยบทบาทหลักต้องเป็นเจ้าอาวาสที่จะต้องมีกระบวนการช่วยให้พระสงฆ์เลิกบุหรี่อย่างใด อย่างหนึ่ง เช่น การให้กำลังใจ ฝึกปฏิบัติภาวนาอย่างต่อเนื่อง การสอบถามบ่อยๆ ว่า ลดลงหรือยัง แม้กระทั่งการส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยในการลดบุหรี่ หรือสายด่วนเลิกบุหรี่ เป็นต้น
รูปธรรม “วัดปลอดบุหรี่”
เครือข่ายพระสงฆ์ในภาคอีสานเป็นเครือข่ายหนึ่งที่เกาะเกี่ยวการทำงานเรื่องปัจจัยเสี่ยงต่อเนื่องมาหลายปี ภายใต้ความสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตร ไม่ได้ทำงานในเชิงโครงสร้างหรือการปกครองของคณะสงฆ์เสียทีเดียว แต่เป็นระบบเครือข่ายความสัมพันธ์ในเชิงระนาบที่รวมพระสงฆ์ที่มีใจ อยากทำงานเพื่อชุมชน โดยจะพบว่าพระสงฆ์ที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายการทำงานมีทั้งระดับรองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล และพระลูกวัด อย่างไรก็ตามการทำงานกับชุมชนและสังคมนั้น เป็นบทบาทที่ท่านตระหนักในความสำคัญเรื่องนี้ และในฐานะที่เป็นพระสงฆ์ก็มิควรนิ่งดูดาย จึงได้มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่าปัจจุบันบางวัดยังมีการสูบบุหรี่อยู่บ้างในพื้นที่ทำงาน ส่วนหนึ่งเกิดจากบุคคลภายนอกที่เข้ามาภายในวัดและไม่เข้าใจ กฎระเบียบ เพราะเคยชินกับวัดที่ตนเองเคยอยู่ หรือคนขับรถของพระสงฆ์ที่ยังไม่สามารเลิกได้
พระอาจาย์มา วิริโย วัดบูรพาราม อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพระสงฆ์แกนนำและพระคิลานุปัฏฐากเล่าให้ฟังว่า เวลาที่พระสงฆ์รวมกลุ่มในช่วงลงอุโบสถหรือพิธีกรรมต่างๆ ก็มักจะเห็นพระสงฆ์จับกลุ่มสูบบุหรี่ ด้วยที่ตัวเองเป็นแกนนำก็เกิดความตระหนักว่าจะทำอย่างไรกับพระสงฆ์กลุ่มนี้ดี เริ่มจากการเข้าไปแนะนำ แต่ก็มักจะได้รับคำตอบกลับมาว่า ลงทุนสูบมานานแล้วเลิกไปก็เสียดาย แม้ว่าจะเป็นคำพูดเชิงทีเล่นทีจริง แต่ถือว่าเป็นการปฏิเสธคำบอกกล่าว ตักเตือนของท่านด้วยความเป็นห่วงใยในสุขภาพของพระสงฆ์ แต่ไม่ย่อท้อท่านก็ปรับเปลี่ยนการเจรจาเรื่องของวินัยสงฆ์ว่า การสูบบุหรี่ เป็นสิ่งที่ไม่ควร แม้ว่าพระสงฆ์ส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยกับท่าน แต่โชคดีที่เจ้าคณะอำเภอสามชัยสนับสนุนพระอาจารย์มาในการทำงานเรื่องนี้อย่างจริงจัง และให้บรรยายในการประชุมคณะสงฆ์ทุกครั้ง ต่อมาท่านก็ขอรายชื่อพระสงฆ์ที่สูบบุหรี่ส่งไปยังสายด่วนเลิกบุหรี่ และมีการโทรศัพท์ช่วยให้เลิกบุหรี่ จนมีพระสงฆ์หลายรูปสามารถลเลิกได้ ท่านก็ทำงานช่วยเหลือพระสงฆ์ต่อเนื่อง จนขยายทำงานกับโรงเรียนระดับมัธยมซึ่งพบว่ามีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากในปัจจุบัน
พระครูวิริยธรรมโสภณ ยสปาโล วัดอุตสาหะ ต.บ้านดง อ.เขื่อนอุบลรัตน์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนทำงานช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ เอชไอวี (HIV) ซึ่งได้นำประสบการณ์ทำงานมาปรับใช้ ถือว่าเป็นกลุ่มเปราะบางในชุมชน ปัจจุบันทำงานกลุ่มที่เป็นเบาหวาน ความดัน ส่วนเรื่องบุหรี่นั้นพยายามทำงานในระดับจังหวัดด้วยการประสานงานกับคณะสงฆ์ทำงานในเชิงโครงสร้างใหญ่ จัดประชุมถวายความรู้ให้กับพระสงฆ์ที่เจ้าอาวาส มีทั้งที่สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเจ้าคณะจังหวัด และรองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่นเป็นอย่างดี มีบทเรียนที่น่าสนใจก็คือ ในวัดของท่านหากมีก่อสร้างต่างๆ ท่านก็มีจะคัดกรองช่างที่ไม่สูบบุหรี่เหมาในการก่อสร้าง โดยมีสอบถามและทำข้อตกลงร่วมกันว่า จะไม่มีการสูบบุหรี่ ดื่มสุราภายในวัด หากทำไม่ได้ท่านก็ไม่จ้าง แม้ส่วนใหญ่มองว่า การทำงานด้านนี้เป็นปกติที่ต้องสูบบุหรี่แต่ท่านก็เชื่อว่า จะต้องมีช่างที่ไม่สูบบุหรี่ดื่มเหล้าในวัด ถือว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่มีสร้างเงื่อนไขให้ผู้ที่เข้ามา ทำให้วัดเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่อย่างแท้จริง นอกจากนี้ก็ยังมีการทำงานกับเด็กและเยาวชนในโรงเรียน และสามารถช่วยใหเด็กและเยาวชนส่วนหนึ่งลดการสูบบุหรี่ลงได้จริง
พระครูโกศลวิหารคุณ,ดร.วัดกลาง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เล่าให้ฟังว่า จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่และมีวัดหลายพันแห่ง การทำงานจึงค่อยๆ ทำแต่ละอำเภอ ขยายไปในแต่ละปี โดยทำงานร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ระดับอำเภอ โดยมีเครือข่าย อสม. ในการทำงานร่วมกับเครือข่ายพระคิลานุปัฏฐากในการชวนพระสงฆ์เลิกบุหรี่ บทเรียนสำคัญที่ค้นพบก็คือ เมื่อเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขเข้าไปทำงานช่วยพระสงฆ์เลิกบุหรี่ มักจะพบว่า ถูกพระสงฆ์ส่วนหนึ่งต่อว่าเจ้าหน้าที่ในการทำงาน ซึ่งท่านก็ช่วยประสานงาน โทรศัพท์ทำความเข้ากับพระสงฆ์ที่รูปดังกล่าว่า จนเข้าใจว่าเป็นนโยบายจากกรรมการมหาเถรสมาคม การสูบบุหรี่ภายในวัดเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และพระสงฆ์ควรเป็นแบบอย่างให้กับชาวบ้านในการดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงจากสิ่งเสพติดทั้งหลาย นอกจากนี้ยังพบว่า จังหวัดอุบลราชธานีมีความโดดเด่นในเรื่องของเครือข่ายเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ทำงานร่วมกับคณะสงฆ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการช่วยเลิกบุหรี่ จนมีรายชื่อสามารถช่วยให้เลิกบุหรี่ได้จำนวน 747 รูปคนในปีที่ผ่านมา โดยมีทั้งผู้ที่อธิฐานเลิกเหล้า และบุหรี่ในคราวเดียวกัน
พระครูโสภณมหิทธิธรรม วัดหนองใหญ่ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นแกนนำและเครือข่ายพระคิลานุปัฏฐาก เล่าว่า ร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดที่ทำงานเรื่องนี้มานาน โดยเฉพาะพระครูโพธิวีรคุณ เจ้าคณะอำเภอปทุมรัตน์ ประธานฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์จังหวัด ท่านได้ทำงานในลักษณะเครือข่ายร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพเขต 7 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด เครือข่ายพระคิลานุปัฏฐากจังหวัดร้อยเอ็ดและมีการเชื่อมโยงเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาระดับภาคถือว่าเป็นจังหวัดที่ทำงานกับโครงการวัดปลอดบุหรี่มาหลายปี เช่น ถนนสายวัฒนธรรมปลอดปัจจัยเสี่ยงทำงานร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ปัจจุบันมีการทำงานวัดปลอดบุหรี่ จำนวน 150 ใน 4 อำเภอประกอบไปด้วย อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอปทุมรัตต์ อำเภอจตุรพักพิมาน อำเภอเกษตรวิสัย โดยพระสงฆ์แกนนำในแต่ละวัดก็จะใช้โอกาสในวันพระ เทศนาให้กับญาติโยมได้ตระหนักในพิษภัยของบุหรี่ การเข้าไปทำกิจกรรมกับนักเรียนเพื่อลดการสูบบุหรี่ นอกจากนี้พระสงฆ์ที่เป็นแกนนำยังสามารถเป็นผู้ให้คำปรึกษากับญาติโยมหรือพระสงฆ์ที่มีความประสงค์จะเลิกบุหรี่อีกด้วย และมีคณะทำงานระดับจังหวัดติดตาม หนุนเสริมอย่างต่อเนื่องด้วยการโทรศัพท์สอบถามและให้คำแนะนำด้วยในทำงานของพระสงฆ์ในแต่ละวัดอีกด้วย
พระครูสิทธิธรรมวาที (ภูมินทร์ วรโท) วัดอภิสิทธิ์ อ.เมือง จ.มหาสารคาม เล่าให้ฟังว่า จังหวัดมหาสารคามเป็นการทำงานวัดปลอดบุหรี่ทางจังหวัดได้มีการจัดอบรมถวายความรู้ให้กับพระสงฆ์แต่ละวัดจำนวน 100 วัด พร้อมกับให้แต่ละอำเภอจัดทำแผนว่าจะมีการขับเคลื่อนพัฒนาให้วัดเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ได้อย่างไร และมีการปฏิบัติการตามแผนที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตามพบว่า การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ระบาดภายในวัด แต่พบว่ามีการระบาดในกลุ่มสามเณรนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ในฐานะที่ท่านเป็นผู้บริหารโรงเรียน ท่านก็จะเข้มงวดกับการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของสามเณร ซึ่งท่านเล่าให้ฟังหากท่านพบว่า สามเณรรูปใดที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ท่านก็จะให้นำบุหรี่ไฟฟ้ามามอบให้ท่าน และทุบทำลายทิ้งต่อหน้าสามเณร และบอกกล่าวตักเตือนถึงโทษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้เห็นว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นนโบบายที่ท่านเอาจริงเอาจัง หากพบอีกก็จะทุบทิ้งไปเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งสามเณรมักจะสั่งบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางออนไลน์ โดยที่ไม่สามารถตราจสอบได้ ปัจจุบันท่านเริ่มในระวังเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพราะการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้านั้น มีจำนวนสามเณรที่สูบมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันหามาตรการในการจัดการกับสามเณรสูบบุหรี่ในโรงเรียนพระปริบัติธรรมในระยะยาว
ผศ.ดร.ปิยวัฒน์ คงทรัพย์ อาจารย์ประจำ มจร. วิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์ และเป็นแกนนำสำคัญ โดยมีพระครูปริยัติภัทรคุณ เจ้าคณะอำอเภอนางรองเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนวัดปลอดบุหรี่ ได้สรุปบทเรียนการทำงานวัดปลอดบุหรี่จังหวัดบุรีรัมย์ให้ฟังว่า การขยับงานนั้นจะเริ่มขยับทีละอำเภอ โดยปีนี้ทำงานกับอำเภอนางรอง มีวัดที่เข้าร่วมจำนวน 105 วัด โดยวางเป้าหมายเพื่อให้วัดเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า วัดสร้างสุข พระสุขภาพดี บนวิถีธรรม สู่สุขภาวะชุมชน โดยพัฒนากลไกความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ สร้างแกนนำพระสงฆ์ พระคิลานุปัฏฐาก และพุทธศาสนิกชน เพื่อช่วยให้ผู้สูบสามารถเลิกบุหรี่ได้ ผ่านกิจกรรมวิธีการที่หลากหลาย ซึ่งการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ และมติกรรมการมหาเถรสมาคมให้พระสงฆ์ เจ้าอาวาสได้ตระหนักปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และได้จัดกิจกรรมอธิฐานจิต เลิก บุหรี่ โดยให้แต่ละวัดชวนผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่วัดละ 10 รูป/คน รวบรวมรายชื่อส่งไปยังสายด่วนเลิกบุหรี่เพื่อช่วยเลิกบุหรี่ต่อไป
กล่าวได้ว่า การทำงานของเครือข่ายพระสงฆ์ภาคอีสานมีหลายจังหวัดที่ขับคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม และบางจังหวัดอยู่ระหว่างค้นหารูปแบบการทำงานเพื่อตอบโจทย์พื้นที่ และมีความเหมาะสม ซึ่งมีหน่วยงานที่เป็นกลไกกลางสำคัญในการทำงานสนับสนุนทางวิชาการ และเป็นพี่เลี้ยง ประกอบไปด้วย ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม มูลนิธิพัฒนาเครือข่ายสุขภาพ (HealthNet) เป็นต้น