สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ไมซ์ เตรียมจัด “งานวิ่งบางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018”

บริษัท ไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ร่วมมือกับ จังหวัดชลบุรี โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และเทศบาลเมืองแสนสุข จัด “งานวิ่งบางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018” ภายใต้แนวคิด “The Passion of World-Class Marathon” ในวันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ณ ชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี เดินหน้าสู่ งานวิ่งมาตรฐานระดับโลก IAAF Gold Label ในอีก 4 ปีข้างหน้า พร้อมนำนักวิ่งไทยไปร่วมสัมผัสงานวิ่งระดับ IAAF Gold Label ณ สนามหลานโจว อินเตอร์เนชั่นแนลมาราธอน ประเทศจีน ในปี 2019 และตั้งเป้าผลักดันงานบางแสน42 ชลบุรีมาราธอน ขึ้นเป็นหนึ่งในงานวิ่งมาราธอนหลัก ที่ห้ามพลาดของเอเชีย พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ที่พัฒนาโดยคนไทย เข้ามายกระดับการจัดงานวิ่งมาราธอนของไทยให้ทัดเทียมงานวิ่งระดับโลก

นายรัฐ จิโรจน์วณิชชากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด เปิดเผยแผนการจัดงานวิ่งบางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018 ว่า หลังจากที่ ไมซ์ฯ ได้จัดงานบางแสน42 ครั้งแรกก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างดียิ่งจากนักวิ่งทั่วประเทศ โดยในปีนี้ไมซ์ได้ร่วมกับจังหวัดชลบุรี โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และเทศบาลเมืองแสนสุข พร้อมที่จะจัด “งานวิ่งบางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018” ภายใต้แนวคิด The Passion of World-Class Marathon ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน 2561 เวลา 3:30-10:30 น. ณ ชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี

นายรัฐ กล่าวว่า งานวิ่งบางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018 ในครั้งนี้เรายังคงเป้าหมายในการจัดงานวิ่งมาราธอนที่ได้มาตรฐานระดับสากล และมีจุดมุ่งหมายให้เป็นงานวิ่งที่ยิ่งใหญ่ของประเทศที่นักวิ่งไทย และต่างชาติจัดอันดับให้เป็นงานวิ่งมาราธอนที่พลาดไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่นักวิ่งจะได้พบในงานวิ่งบางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018 คือมาตรฐานการจัดงานเช่นเดียวกับงานวิ่งใหญ่ในต่างประเทศ ตามมาตรฐานที่ IAAF กำหนด อันได้แก่ การได้รับการรับรองมาตรฐานระยะวิ่งจากสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (IAAF) และสมาคมมาราธอนและการแข่งขันระยะไกลนานาชาติ (AIMS) การได้รับการรับรองการจัดการแข่งขันจากสหพันธ์กรีฑาแห่งเอเชีย (AAA) และสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (AAT)  การปิดการจราจร 100% ตลอดการแข่งขัน มีระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้มาตรฐาน พร้อมทีมแพทย์เคลื่อนที่ และรถฉุกเฉิน จากโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ นอกจากนี้ยังมีการทำประกันอุบัติเหตุ วงเงินรักษาพยาบาล 100,000 บาท ให้กับนักวิ่งทุกคน ตามมาตรฐานการจัดงานวิ่งของ IAAF Label Road Race

“เรามีองค์ความรู้เพิ่มเติมในการจัดงานตามมาตรฐานสากล จากที่เราได้รับรางวัล IAAF Bronze Label จากงานบางแสน21 ในปีนี้ ดังนั้นนักวิ่งจึงมั่นใจได้ว่างานในครั้งนี้ งานบางแสน42 เรามีการเตรียมความพร้อมตามมาตรฐานโลกจริงๆ” นายรัฐ กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ในเรื่องของระบบคัท-ออฟ หรือการตัดตัวนักวิ่ง ยังคงมีการเน้นอย่างเข้มงวด โดยให้เวลาการแข่งขันทั้งสิ้น 7 ชั่วโมง และมีจุดเช็คพอยท์ระหว่างเส้นทาง รวม 5 จุด หากนักวิ่งมาไม่ทันเวลาคัท-ออฟ จะถูกเชิญออกจากการแข่งขัน เช่นเดียวกับงานมาตรฐานสากลอื่น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัยของนักวิ่งเอง

 จุดเด่นอีกด้านของงานในครั้งนี้คือการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้กับการแข่งขัน โดยในปีนี้เรามีระบบการจดจำใบหน้า หรือ Face ID ที่นำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อช่วยในการตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลของนักวิ่ง ว่าเป็นคนเดียวกันตามกฎของ IAAF และยังช่วยในเรื่องต่างๆ อาทิ การตัดสินนักวิ่งที่ได้รับรางวัล การค้นหารูปถ่ายของนักวิ่ง เป็นต้น ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของวงการวิ่ง และเป็นงานแรกของประเทศไทยที่นำระบบนี้มาใช้  ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ พัฒนาโดยโปรแกรมเมอร์ชาวไทย จากทีมไทยรัน

สำหรับเสื้อวิ่งของงานนี้ เราได้ร่วมมือกับแบรนด์กีฬาระดับโลก 2 แบรนด์ดัง ในการผลิตเสื้อให้กับงาน โดยเสื้อวิ่งของงานใช้แบรนด์ PUMA และนักวิ่งทุกคนที่เข้าเส้นชัยก่อนเวลาคัทออฟ จะได้รับเสื้อฟินิชเชอร์ แบรนด์ CEP อีก 1 ตัว สำหรับเหรียญฟินิชเชอร์ ผลิตด้วยโลหะเกรดพรีเมี่ยม จากโรงงานผลิตเหรียญรางวัลระดับโลก ออกแบบด้วยแนวคิด ค่ำคืนแห่งดวงดาว ซึ่งสามารถเรืองแสงได้ในที่มืด และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เป็นเอกลักษณ์ของไมซ์ที่นักวิ่งรอคอยคือ รางวัลพิเศษ คิงคองออฟบางแสน สำหรับ Top100 ทั้งชายและหญิง ให้นักวิ่งฝีเท้าแรงทุกท่านได้ร่วมลุ้นกัน  

ในปีนี้นอกจากเราจะเน้นในเรื่องของมาตรฐานการจัดงานแล้ว เรายังคงริเริ่มการเชื่อมต่องานวิ่งไทยสู่งานวิ่งระดับโลกผ่านความสัมพันธ์ระหว่าง Race  โดยโครงการแรกเราได้จับมือกับงานวิ่ง หลานโจว อินเตอร์เนชั่นแนลมาราธอน ณ เมืองหลานโจว ประเทศจีน ในโครงการแลกเปลี่ยนนักวิ่ง โดยจะให้สิทธิ์เฉพาะนักวิ่ง บางแสน42 ที่จะได้ไปร่วมประสบการณ์วิ่งในงานระดับ IAAF Gold Label กันที่สนามหลานโจว อินเตอร์เนชั่นแนลมาราธอน นายรัฐ กล่าว

            นายแพทย์ภัทรภณ อติเมธิน (หมอแป๊บ) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ฟื้นฟู แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่ง และอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง ในฐานะ Medical Director ของงาน บางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018 กล่าวว่า “ในปีนี้ ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลนักวิ่ง ตามมาตรฐาน การแพทย์ฉุกเฉินที่ทาง IAAF กำหนดไว้ โดยได้มีการรับอาสาสมัครทางการแพทย์ จากทั่วประเทศ ที่ให้ความสนใจเข้ามาดูแลนักวิ่งงานนี้กันอย่างล้นหลาม

ความยาก และท้าทายของการดูแลนักวิ่งในงานนี้คือ ทุกคนมาวิ่งในระยะ 42.195 กิโลเมตร ซึ่งอาจจะพบกับปัญหาการบาดเจ็บต่างๆ รวมถึงเหตุฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตุ ซึ่งทีมแพทย์ต้องเตรียมพร้อม ดูแลนักวิ่งตลอดเส้นทางวิ่ง ตั้งแต่เริ่มสตาร์ทจนถึงเส้นชัย นอกจากนี้เรายังได้เตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉิน เช่น เครื่อง AED และอุปกรณ์ที่จะช่วยเหลือด้านการบาดเจ็บ ไว้รองรับเหตุต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ก็เป็นไปตามแผนงาน มีความพร้อมที่จะดูแลนักวิ่งปีนี้อย่างเต็มที่” นายแพทย์ภัทรภณ กล่าว

นายธรรมศักดิ์ รัตนธัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า “จังหวัดชลบุรี มีความยินดีให้การสนับสนุนการจัดงานวิ่ง บางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของจังหวัดในการเป็น เมืองกีฬา หรือ Sport City โดย บางแสน เป็นทำเลที่เหมาะสม ไม่ไกลจากกรุงเทพ และสนามบิน อีกทั้งยังเป็นประตูสู่ภาคตะวันออกไปยังสถานที่ท่องเที่ยวและจังหวัดต่างๆ บางแสนมีศักยภาพและความพร้อมในการรองรับนักวิ่งจำนวนมาก รวมทั้งมีเสน่ห์ที่จะสร้างความประทับใจให้กับนักวิ่ง เหมาะที่จะจัดงานที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ คุณภาพระดับสากล ซึ่งทางจังหวัด ได้ให้การสนับสนุนการจัดงานวิ่ง บางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018 นี้อย่างเต็มที่” นายธรรมศักดิ์ กล่าว

นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า “งานบางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018 ได้รับการตอบรับจากกลุ่มนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา นับเป็นการสร้างชื่อเสียงและก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีแก่ประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองเป้าหมายหลักของประเทศ ในการทำให้การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ เข้ามาสู่พื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยจังหวัดชลบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย มีความหลากหลาย และมีความพร้อมในการต้อนรับคนจำนวนมาก ทั้งโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร การเดินทางที่สะดวก คาดว่างานจัดวิ่งนี้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้เรายังริเริ่มโครงการ “Chonburi We Cheer” โดยเราจะเปิดรับสมัครกองเชียร์อาสา เพื่อให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน กลุ่ม ชมรม บุคคลทั่วไปและชาวบ้านในชุมชนได้มีส่วนร่วมกับงานวิ่งบางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018 ในครั้งนี้ เพื่อเป็นต้นแบบของการจัดงานอื่นๆ ต่อไป” นายวิทยา กล่าว

 นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม (นายกตุ้ย) นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข กล่าวว่า “ในปีนี้ชาวบางแสน ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับนักวิ่งอีกครั้ง จากการจัดงานในปีที่ผ่านมาส่งผลในแง่บวกให้กับชาวบางแสน ทั้งในด้านเศรษฐกิจภายในชุมชนและละแวกใกล้เคียง รวมทั้ง ชาวบางแสนมีความตื่นตัว และรู้สึกมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพต้อนรับนักวิ่งทุกท่าน ดังที่นักวิ่งเห็นได้จากชาวบ้านออกมาร่วมใจทำความสะอาดถนนที่ใช้เป็นเส้นทางวิ่งล่วงหน้าก่อนวันวิ่ง และออกมาเชียร์นักวิ่งอย่างสนุกสนานที่หน้าบ้านของตนตลอดระยะเส้นทางการวิ่ง

โดยเส้นทางของงานวิ่งบางแสน42 ชลบุรีมาราธอน 2018  ยังคงเน้นจุดแลนมาร์คสำคัญๆของชลบุรี โดยจะวิ่งไปยังสะพานชลมารควิถี 84 พรรษา ซึ่งเป็นสะพานยาวเลียบทะเลมีทิวทัศน์สวยงามมาก นอกจากนี้นักวิ่งจะได้สัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติกับเส้นทางวิ่งเลียบหาด ได้ชมมุมที่สวยที่สุดของทะเลบางแสน ผ่านเขาสามมุก และยังได้พบกับศิลปะวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวบางแสน ที่ศาลเจ้านาจาไท่จื้อ และตลาดอ่างศิลา และเมื่อนักวิ่งเข้าเส้นชัย เราเตรียมอาหารขึ้นชื่อของบางแสนไว้รอต้อนรับนักวิ่งทุกคน

ในด้านความปลอดภัยของนักวิ่งในฐานะเจ้าบ้าน ได้ประสานงานเรื่องการปิดการจราจรในช่วงการแข่งขันกับทางตำรวจ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับนักวิ่งตลอดระยะทางการวิ่งอย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ภาครัฐและเอกชนในท้องถิ่น ทีมอาสาสมัครต่างๆ ต่างร่วมมือ ร่วมใจกัน เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ที่จะทำให้งานนี้ประสบความสำเร็จในฐานะงานวิ่งมาราธอนระดับโลกให้ได้” นายณรงค์ชัย กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News