mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย เสริมสร้างการเติบโต เดินหน้ารุกตลาดครั้งใหญ่

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) ธนาคารแห่งเดียวที่เชี่ยวชาญด้านการให้บริการลูกค้ารายย่อย พร้อมเป็นทางเลือกการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจัรายย่อยทั่วประเทศ ปักธงเดินหน้ายกระดับแบรนด์ และขยายฐานการเข้าถึงกลุ่มธุรกิจขนาดไมโครมากขึ้น โดยธนาคารไทยเครดิตฯ จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ของการเป็น "ธนาคารเพื่อรายย่อยที่ดีที่สุดในประเทศไทย"

 ธนาคารไทยเครดิตฯ เป็นธนาคารที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ ในการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรายย่อยระดับนาโนและไมโครไฟแนนซ์ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมุ่งให้บริการผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อปรับปรุงธุรกิจและกระแสเงินสด ไม่ใช่เพื่อการบริโภค ธนาคารมีสาขาตั้งอยู่ในตลาดสดที่ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย

 ธนาคารไทยเครดิตฯ มุ่งเจาะ 2 กลุ่มลูกค้า โดยกลุ่มแรกซึ่งเป็นลูกค้าตลาดหลักของธนาคารไทยเครดิตฯ คือ กลุ่มลูกค้าผูประกอบการรายย่อย (นาโนและไมโครไฟแนนซ์) ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายของแบบดั้งเดิม หรือตลาดสด ที่ซื้อมาขายไป ขายผลผลิตจากเกษตรกรไปสู่มือผู้บริโภคที่มาจับจ่ายในตลาด เป็นกิจการจำนวนมากที่กระจายตัวกันอยู่ นับเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้บริโภครายย่อยที่มาหาซื้อของที่ตลาดสดในแต่ละวัน

 ผู้ประกอบการเหล่านี้ค้าขายมาเป็นเวลานานและเป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนชุมชน ซึ่งแม้จะฐานะไม่ดีและได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ก็มุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ลูกค้ากลุ่มนี้มักต้องเผชิญกับความท้าทายทางการเงินมากมาย เช่น กระแสเงินสดไม่เพียงพอ การสูญเสียรายได้เมื่อเจ็บป่วย และประสบกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ทำให้เกิดความจำเป็นต้องใช้เงินในครอบครัว พวกเขามักถูกปฏิเสธจากสถาบันการเงินในระบบ หลายคนจึงเลือกใช้เงินกู้ที่มีค่าธรรมเนียมและอัตราดอกเบี้ยสูง หรือจากแหล่งเงินกู้ที่ไม่เป็นทางการ รวมถึงผู้ให้กู้ยืมนอกระบบ

 สำหรับลูกค้ากลุ่มที่สองของธนาคารไทยเครดิตฯ คือ กลุ่มลูกค้าไมโครเอสเอ็มอี ธุรกิจเหล่านี้บริหารงานโดยเจ้าของที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน เป็นร้านที่ตั้งอยู่นอกตลาดสด เช่น ร้านขายยา คลินิกขนาดเล็ก ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ซึ่งปกติมักเป็นธุรกิจครอบครัวที่ทำธุรกรรมด้วยเงินสดเท่านั้น มีประวัติเครดิตคลุมเครือ และไม่มีการจัดทำงบการเงินอย่างเป็นระบบ พวกเขาต้องการที่จะขยายธุรกิจ แต่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และประสบปัญหากระแสเงินสดเป็นครั้งคราว

 นายวิญญู ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจรายย่อยและธุรกิจไมโครเอสเอ็มอีหลายล้านแห่งเหล่านี้ เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย พวกเขาทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้มีประวัติการเงินที่แข็งแกร่งนัก นั่นคือเหตุผลหลักที่ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้หันไปพึ่งสินเชื่อในช่องทางที่ไม่เป็นทางการ เช่น เงินกู้นอกระบบ โรงรับจำนำ กู้ยืมจากเพื่อนหรือญาติพี่น้อง เพราะธนาคารในระบบไม่ให้ความสนใจและถูกละเลยจากสถาบันการเงินทั่วไป การได้สินเชื่อจากธนาคารไทยเครดิตฯ จึงช่วยให้พวกเขาสามารถจ่ายคืนเงินกู้จากเจ้าหนี้ที่ไม่เป็นทางการเหล่านั้นได้”

นายรอย ออกุสตินัส กุนารา กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ธนาคารพร้อมให้การสนับสนุนเจ้าของธุรกิจรายย่อยที่ดีทุกราย ที่ต้องการปรับปรุงธุรกิจหรือกระแสเงินสดของตน ซึ่งลูกค้าสามารถสมัครขอใช้สินเชื่อสำหรับลูกค้านาโนและไมโครได้ที่สาขาของธนาคารซึ่งมีมากกว่า 300 สาขาทั่วประเทศ โดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน หรือหลักประกัน กระบวนการให้สินเชื่อของธนาคารเป็นเรื่องง่ายและโปร่งใส ลูกค้าจะได้รับใบเสร็จรับเงินและการยืนยันทาง SMS สำหรับการชำระเงินกู้ทั้งหมด เพื่อให้สามารถเก็บบันทึกรายละเอียดของเงินกู้ได้ โดยผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ของธนาคาร หรือ RMs จะไปพบปะลูกค้าอยู่เสมอ ลูกค้าจึงไม่ต้องเสียเวลาไปที่สาขา

 "เราเข้าใจดีว่า ลูกค้าของเรามักจะไม่สามารถออกจากร้านค้าของพวกเขาได้ ดังนั้นผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ของธนาคารจะแวะไปเยี่ยมเยียนลูกค้าและประเมินความต้องการทางธุรกิจของพวกเขา ตลอดจนความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าก่อนที่จะให้สินเชื่อ เรามีนโยบายเคร่งครัดที่จะไม่เพิ่มภาระให้กับลูกค้า ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาทางการเงินมากขึ้น ที่ธนาคารไทยเครดิตฯ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของเรา" นายรอยกล่าว

 นายรอย กล่าวต่อไปว่า ธนาคารไทยเครดิตฯ เตรียมเดินหน้าสร้างการเติบโต โดยมุ่งเจาะกลุ่มธุรกิจรายย่อยที่มีศักยภาพซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศไทยและมีโอกาสใช้ประโยชน์จากบริการของธนาคาร ให้สามารถเข้าถึงบริการเหล่านั้น ปัจจุบันธนาคารไทยเครดิตมีสาขามากกว่า 300 แห่ง และธนาคารมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 500 แห่งในปี 2562 ซึ่งผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ของธนาคารพร้อมที่จะให้บริการแก่ลูกค้าทุกคน

 "วันนี้ธนาคารไทยเครดิตฯ ได้เปิดตัวแคมเปญสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง เพื่อให้เข้าถึงผู้ประกอบการรายย่อยและเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กได้มากขึ้น ด้วยภาพยนตร์โฆษณา "ใครไม่เห็น เราเห็น" ภายใต้แนวคิด "ทุกคนคือคนสำคัญ” พร้อมเดินหน้าโครงการเพื่อสังคมสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่เรียกว่า “โครงการพ่อค้าแม่ค้าพากเพียร รู้ขยัน รู้ออม รู้วินัย” โดยการจัดอบรมให้ความรู้ด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสินเชื่อนาโนและไมโครไฟแนนซ์ เพื่อให้พวกเขาสามารถสร้างความมั่งคั่งให้แก่กิจการ รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัวในอนาคต" นายรอย กล่าว

 ธนาคารไทยเครดิตฯ ได้รับรางวัลธนาคารเพื่อรายย่อยที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย ประจำปี 2560 และ 2561 จากนิตยสาร Global Banking & Finance Review ซึ่งเป็นนิตยสารด้านการเงินและธุรกิจชั้นนำของประเทศอังกฤษ ด้วยความโดดเด่นของธนาคารไทยเครดิตฯ ที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดด้วยกำไรสุทธิกว่า 100% ในช่วงเวลา 4 ปีระหว่างปี 2557 – 2560  

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News