mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

‘มิชลิน’ชูแนวคิด“We Race for Change”“เราแข่งขันเพื่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อการสัญจรที่ยั่งยืน”ผ่านการแข่งขัน MotoGP™

  • -มิชลินมุ่งเน้นการนำเสนอกีฬามอเตอร์สปอร์ตในฐานะ “ตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรมที่ยั่งยืน”
  • -มิชลินปรับเปลี่ยนการจัดการยางล้อที่ใช้ในการแข่งขัน เพื่อตอกย้ำแนวทางลดการใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่เป็นส่วนประกอบของยาง ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตยาง โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพยางทำให้แบรนด์มิชลินประสบความสำเร็จได้
  • -นำเสนอเทคโนโลยีที่ถ่ายทอดจากการแข่งขันมาสู่ยางมิชลินที่ใช้ขับขี่ในชีวิตประจำวันตามแนวคิด “From Track to Street” เพื่อให้นักขี่รถจักรยานยนต์ได้สัมผัสประสบการณ์ที่คล้ายกับการแข่งขันในสนามจริง

มิชลินและโมโตจีพี (MotoGP™) ร่วมมือกันจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์กรังด์ปรีซ์ชิงแชมป์โลกขึ้นอีกครั้งในประเทศไทย การแข่งขันเต็มไปด้วยความเร้าใจและเสร็จสิ้นไปอย่างสวยสดงดงามสำหรับสุดสัปดาห์แห่งศึกสองล้อที่เร็ว แรง และยิ่งใหญ่ที่สุด หรือ โมโตจีพี รายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2023 (OR Thailand Grand Prix 2022) ระหว่างวันที่ 27-29 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ และนับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ศักยภาพของยางรถจักรยานยนต์มิชลินในเกมกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลก

ท่ามกลางสภาพอากาศแปรปรวนระหว่างการจับเวลารอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ต พร้อมด้วยกองเชียร์ของแฟน ๆ หลายหมื่นคน ในวันแข่งรอบชิงแชมป์ สภาพอากาศแจ่มใสกว่า ทว่าการเลือกใช้ยางยังเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งของชัยชนะซึ่งจะเห็นได้จากหลายสนามที่ผ่านมา ยางล้อของมิชลินได้รับเลือกสำหรับใช้ในการแข่งขันระดับพรีเมียมคลาส เพื่อช่วยให้นักขี่และทีมแข่งทั้งหมดสามารถดึงที่สุดของศักยภาพจากรถจักรยานยนต์ของพวกเขาออกมาได้เต็มพิกัด พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีจากการแข่งขันมาสู่ยางมิชลินที่ใช้ขับขี่ในชีวิตประจำวันตามแนวคิด “From Track to Street”

 มร. ปิเอโร ทารามัสโซ่ (Piero Taramasso) ผู้จัดการฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต ผลิตภัณฑ์ 2 ล้อ ของมิชลิน กล่าวว่า “ตลอดฤดูกาลที่ผ่าน ๆ มาเรานำยางที่ใช้สำหรับการแข่งขันเป็นจำนวนกว่า 20,000 เส้น ปีนี้เราลดจำนวนลงอีก 1,500 เส้น และนำมาให้นักแข่งได้เลือกใช้มากกว่า 30 แบบสำหรับยางหลัง แต่ในฤดูกาลนี้ลดลงมาเหลือแค่ 20 แบบ ขณะที่สำหรับยางหน้าเดิมมีให้เลือก 12 แบบ ปีนี้ลดเหลือ 10 แบบที่ล้วนคัดสรรมาเพื่อความเหมาะสมที่สุด โดยฤดูกาลที่ผ่านมาเรามีประเภทของเนื้อยางให้เลือก 3 แบบ ตั้งแต่ Soft, Medium และ Hard สำหรับฤดูกาลนี้เราลดลงโดยให้นักแข่งและทีมเลือกจับคู่ใช้ได้ 2 แบบในแต่ละสนาม ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละสนาม เช่น Soft กับ Medium หรือ Medium กับ Hard ซึ่งทั้ง 12 ทีมแข่งต่างก็เลือกใช้กันอย่างพอใจในปัจจุบัน ทั้งนี้เป็นไปตามแนวทางลดการใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่เป็นส่วนประกอบของยาง รวมถึงลดภาระในการขนส่ง ซึ่งหมายถึงการลดการใช้พลังงานที่จะส่งผลต่อการเกิดคาร์บอนและมลภาวะ ทั้งนี้มิชลินตั้งเป้าผลิตยางล้อที่ยั่งยืน 100% ภายในปี 2593”

ในเรื่องของความยั้งยืน มิชลินเรียนรู้จากการแข่งขันจักรยานยนต์ไฟฟ้า MotoE™ โดยเลือกใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืน (สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้) หรือวัตถุดิบจากธรรมชาติในการขึ้นรูปยางหลังได้มากถึงร้อยละ 52 ส่วนยางหน้าที่ร้อยละ 34 ซึ่งในอีกไม่ช้าเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนดังกล่าวจะได้รับถ่ายทอดมาสู่การแข่งขัน โมโตจีพี สำหรับยางโครงสร้างพร้อมสูตรเนื้อยางใหม่ที่มีการทดสอบอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องจะเริ่มใช้ในฤดูกาล 2025

“ในแต่ละสนาม เรามีทีมผู้เชียวชาญพิเศษถึง 25 คน โดย 10 คนประจำเตรียมยางให้พร้อมตามออเดอร์ของทุกทีมแข่ง และจะประจำอยู่ที่พิทบ๊อกของแต่ละทีมแข่ง 1 คน ต่อ 2 ทีม หรือ 4 คัน แต่ละสนามเราดำเนินการขนส่งยางโดยตู้ควบคุมอุณหภูมินำมาให้นักแข่งได้ใช้มากกว่า 1,200 เส้น และถูกนำมาใช้  500-600 เส้นต่อสนาม ยางทั้งหมดผลิตจากประเทศฝรั่งเศส โดยโครงสร้างและส่วนผสมหลักยังเหมือนเดิม เรามีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ที่พร้อมใช้กับยางรถจักรยายนต์อยู่หลายโซลูชั่น และยังคงเรียนรู้เพื่อค้นหาปรับสูตรให้ได้สมรรถนะที่สมดุลที่สุด” มร. ปิเอโร ทารามัสโซ่ กล่าว

มร. แฟรงกี้ คาร์เชดิ (Frankie Carchedi) หัวหน้าทีมเทคนิคของทีมเกรซินี เรซซิ่ง (Gresini Racing) ให้ความเห็นว่า “สำหรับช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต มีความท้าทายอย่างมาก โดยรูปแบบของสนามจำเป็นต้องใช้เบรกหนักมากในโค้งที่ 1 และโค้ง 12 รวมถึงโค้ง 3 สุดทางตรงที่รถแข่งอยู่บนความเร็วกว่า 330 กม./ชม. แล้วต้องเบรกเพื่อลดความเร็วให้เหลือความเร็วประมาณ 75 กม./ชม. ภายในเวลาแค่ 7 วินาที ในทุก ๆ รอบสนาม ขณะที่อากาศมีการถ่ายเทน้อยมาก อุณหภูมิยางจึงสูงกว่า 80–100 องศาเซลเซียส อุณหภูมิพื้นผิวแทรคซึ่งมีความสัมพันธ์กับการเลือกชนิดของยางเป็นอย่างมาก ตั้งแต่รอบซ้อม รอบควอลิฟายจับเวลา รวมถึง Spin Race เราเลือกใช้ยาง Medium กับยาง Hard แม้จะคุ้นเคยและรู้ซึ้งถึงประสิทธิภาพของยางมิชลิน แต่ก็ต้องวางกลยุทธ์อย่างละเอียดรอบครอบ ถ้าเลือกใช้ยาง Medium ซึ่งให้การยึดเกาะได้ดีกว่า แต่ความทนทานก็ไม่เท่ายาง Hard ในทางกลับกันยาง Hard ก็ไม่สามารถให้การยึดเกาะได้เท่ากับยาง Medium สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับความรู้สึกของนักแข่งแต่ละทีมในเวลานั้นด้วย ยางที่ดีจึงต้องให้ความสมดุลในทุกสถาวะการขับขี่”

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา มิชลินภูมิใจที่ได้แสดงสมรรถนะของยางรถแข่งไปทั่วโลก เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปและการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทำให้วงการมอเตอร์สปอร์ตได้เข้าสู่จุดเปลี่ยน ความท้าทายอันยิ่งใหญ่ที่บริษัทฯ เผชิญคือการพัฒนายางที่มีความยั่งยืนเพื่อตอบรับกับความต้องการของตลาด ซึ่งการออกแบบและการผลิตยางของมิชลินนั้นจะต้องช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตยาง ลดปริมาณการปล่อยก๊าซ CO₂ และการใช้วัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตยางใหม่ โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพยางทำให้แบรนด์มิชลินประสบความสำเร็จได้

ดังนั้น การแข่งรถจึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่พิสูจน์ที่สำคัญ และเร่งให้เกิดนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมากขึ้นกว่าเดิม การขับขี่แบบหนักหน่วงที่เกิดขึ้นในกีฬามอเตอร์สปอร์ต ทำให้มิชลินมีโอกาสสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ทดลองโดยการบันทึกเวลาไว้ เรียนรู้ คิดวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ และเร่งการพัฒนาโซลูชันที่ยั่งยืนซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทุกคน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News