mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ธ.ก.ส.ติดตามการดำเนินมาตรการพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อยในจังหวัดมหาสารคาม

ธ.ก.ส. ติดตามความคืบหน้ามาตรการพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อยตามนโยบายรัฐบาล ให้กับลูกค้าที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ ทุกสัญญารวมกันไม่เกิน 300,000 บาท ณ 30 ก.ย. 66 โดยมีผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมมาตรการกว่า 2 ล้านรายทั่วประเทศ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานจังหวัดมหาสารคาม พร้อมเปิดบูธให้บริการครบวงจร ทั้งการแจ้งความประสงค์และตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน “BAAC Mobile” การประเมินศักยภาพในการสร้างรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ การจัดทำเอกสารต่อท้ายสัญญา ชูศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองเผือก ชุมชนต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการฟื้นฟูอาชีพกับ ธ.ก.ส. เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการประกอบอาชีพและการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังและประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยนายเชษฐา แหล่ป้อง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานการรับเกษตรกรเข้าสู่มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับลูกค้ารายย่อยที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ ทุกสัญญารวมกันไม่เกิน 300,000 บาท ณ 30 กันยายน 2566 โดยมีลูกค้า ธ.ก.ส. ที่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการกว่า 2 ล้านราย ยอดหนี้ทั้งหมดจำนวน 283,000 ล้านบาท ซึ่ง    ธ.ก.ส. เปิดให้บริการตรวจสอบสิทธิ์และแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการผ่านแอปพลิเคชัน “BAAC Mobile” ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 มกราคม 2567 โดยติดตามขั้นตอนการปฏิบัติงาน ทั้งการตรวจสอบสิทธิ์ การตรวจสุขภาพหนี้ การทำเอกสารข้อตกลงต่อท้ายสัญญา และการฟื้นฟูศักยภาพในการประกอบอาชีพ ภายใต้หลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม       เพิ่มรายได้” พร้อมเติมสินเชื่อเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นในระหว่างการพักชำระหนี้และป้องกันการก่อหนี้นอกระบบ โดยมีคณะผู้บริหารและพนักงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่และเกษตรกรลูกค้า เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,500 คน ณ อำเภอวาปีปทุม อำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอกันทรวิชัย อำเภอเชียงยืน และอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566

นายเชษฐา แหล่ป้อง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 26 ก.ย. 2566 ให้ดำเนินมาตรการในการพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรและบุคคลที่มีสถานะเป็นหนี้ปกติและหนี้ค้างชำระ ที่มีต้นเงินคงเป็นหนี้ทุกสัญญารวมกัน     ณ 30 กันยายน 2566 ไม่เกิน 300,000 บาท โดย ธ.ก.ส. ได้เปิดระบบการแจ้งความประสงค์และตรวจสอบสิทธิ์ผ่านแอปพลิ   เคชัน BAAC Mobile ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 มกราคม 2567 ปัจจุบันมีผู้แจ้งความประสงค์แล้วกว่า 1,191,082 คน (ณ 3 พฤศจิกายน 2566) ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและลูกค้ารายย่อยที่เข้าร่วมมาตรการ เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกในการแจ้งความประสงค์และตรวจสอบสิทธิ์ในการเข้าร่วมมาตรการ โดยสำหรับพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม มีเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว จำนวนกว่า 46,857 ราย และมีผู้แจ้งความประสงค์ผ่าน แอปพลิเคชัน BAAC Mobile แล้วกว่า 21,424 ราย จำนวนหนี้ 3,260.37 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2566)

การดำเนินมาตรการในครั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเสริมแกร่งให้กับเกษตรกรในการประกอบอาชีพระหว่างการพักหนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอและสามารถชำระหนี้ได้ โดยได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองเผือก กลุ่มผู้ผลิตข้าวฮางงอก ที่มีกระบวนการผลิตข้าวที่มีคุณภาพตามมาตรฐานกรมการข้าว โดยมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้ในการผลิตและแปรรูปให้ได้มาตรฐานและทันสมัย ซึ่งถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ข้าวฮางงอกให้สามารถจำหน่ายได้ในตลาดที่หลากหลาย โดยชุมชนบ้านหนองเผือกได้เข้าร่วมโครงการฟื้นฟูศักยภาพในการประกอบอาชีพ ภายใต้หลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดย ธ.ก.ส. ได้มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างทักษะองค์ความรู้ และสนับสนุนเงินทุนผ่านสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี เพื่อให้ทางกลุ่มฯ สามารถนำไปพัฒนาและยกระดับการประกอบอาชีพไปสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News