mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ตลาดรถยนต์กันยายนชะลอตัวต่อเนื่อง 16.3% ยอดขาย 62,086 คัน ปิ๊กอัพทรุดหนัก 45.0%

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนกันยายน 2566 ด้วยยอดขาย 62,086 คัน ลดลง 16.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่รถยนต์นั่งยังเติบโตต่อเนื่องด้วยยอดขาย 25,425คัน เติบโต 10.4% ส่วนรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ชะลอตัวต่อเนื่องด้วยยอดขาย 36,661 คัน ลดลง 28.3% โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ ชะลอตัวอย่างหนักด้วยยอดขาย 23,343 คัน ลดลง 43.6% 

ประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์

          ตลาดรถยนต์กันยายนชะลอตัวต่อเนื่อง 16.3% ด้วยยอดขาย 62,086 คัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งยังเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 10.4% ด้วยยอดขาย 25,425 คัน เป็นผลมาจากการเติบโตของเซกเมนต์อีโคคาร์ด้วยยยอดขาย 15,368 คัน ในขณะที่ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ชะลอตัวที่ 28.3% ด้วยยอดขาย 36,661 คัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน       หดตัวถึง 43.6% ด้วยยอดจำหน่าย 23,343 คัน จากการชะลอการตัดสินใจซื้ออย่างต่อเนื่องของภาคประชาชน และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจขนส่ง อันเป็นผลมาจากภาพรวมทางเศรษฐกิจ    ที่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว  โดยมีอุปสรรคสำคัญคือความเข้มงวดของสถาบันการเงิน ที่มีความกังวลต่อหนี้เสียอันเป็นผลต่อเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา

           ตลาดรถยนต์ตุลาคมเดินหน้าเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นส์ไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งค่ายรถยนต์ต่างทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ พร้อมด้วยแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อหวังกระตุ้นยอดขาย อย่างไรก็ตามความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตัวของตลาดรถยนต์ต่อไป 

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนกันยายน 2566

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 62,086 คัน ลดลง 16.3%

อันดับที่ 1 โตโยต้า      21,141 คัน      ลดลง 7.9 %    ส่วนแบ่งตลาด 34.1%

อันดับที่ 2 อีซูซุ          10,898 คัน      ลดลง 49.5%    ส่วนแบ่งตลาด 17.6%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า      9,113 คัน        เพิ่มขึ้น 34.2%    ส่วนแบ่งตลาด 14.7% 

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 25,425 คัน เพิ่มขึ้น 10.4%                                  

อันดับที่ 1 โตโยต้า      9,922 คัน        เพิ่มขึ้น 34.4%  ส่วนแบ่งตลาด 39.0%

อันดับที่ 2 ฮอนด้า      4,212 คัน        ลดลง 29.3%    ส่วนแบ่งตลาด 16.6%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ      1,083 คัน        ลดลง 39.6%    ส่วนแบ่งตลาด 4.3% 

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 36,661 คัน ลดลง 28.3%                                

อันดับที่ 1 โตโยต้า      11,219  คัน     ลดลง 28.0%    ส่วนแบ่งตลาด 30.6%

อันดับที่ 2 อีซูซุ           10,898 คัน      ลดลง 49.5%    ส่วนแบ่งตลาด 29.7%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        4,901 คัน       เพิ่มขึ้น 489.1% ส่วนแบ่งตลาด 13.4% 

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*) ปริมาณการขาย 23,343 คัน ลดลง 43.6%                                

อันดับที่ 1 โตโยต้า      9,547 คัน        ลดลง 27.9%    ส่วนแบ่งตลาด 40.9%

อันดับที่ 2 อีซูซุ          9,298 คัน        ลดลง 54.0%    ส่วนแบ่งตลาด 39.8%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        2,946 คัน       ลดลง 41.2%    ส่วนแบ่งตลาด 12.6%

 *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 4,229 คัน

โตโยต้า 1,607 คัน - อีซูซุ 1,343 คัน – ฟอร์ด 936  คัน – มิตซูบิชิ 255 คัน – นิสสัน 88 คัน 

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 19,114คัน ลดลง 45.0%                                

อันดับที่ 1 อีซูซุ                   7.955 คัน        ลดลง 56.9%    ส่วนแบ่งตลาด 41.6 %

อันดับที่ 2 โตโยต้า      7,940 คัน       ลดลง 23.6%    ส่วนแบ่งตลาด 41.5%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        2,010 คัน       ลดลง 44.2%    ส่วนแบ่งตลาด 10.5%      

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – กันยายน 2566 

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 586,870 คัน ลดลง 7.4%                              

อันดับที่ 1 โตโยต้า       199,292 คัน   ลดลง 4.5%     ส่วนแบ่งตลาด 34.0%

อันดับที่ 2 อีซูซุ            120,294 คัน   ลดลง 26.5%    ส่วนแบ่งตลาด 20.5%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า       69,882 คัน    เพิ่มขึ้น 14.t0% ส่วนแบ่งตลาด 11.9%

 

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 219,668 คัน เพิ่มขึ้น 9.5%                                

อันดับที่ 1 โตโยต้า        77,357 คัน   เพิ่มขึ้น  316%  ส่วนแบ่งตลาด 35.2%

อันดับที่ 2 ฮอนด้า        43,907 คัน   ลดลง   4.5%   ส่วนแบ่งตลาด 20.0%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ      12,676 คัน      ลดลง  22.5%   ส่วนแบ่งตลาด 5.8% 

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 367,202 คัน ลดลง 15.2%                    

อันดับที่ 1 โตโยต้า       121,935 คัน    ลดลง 18.6%    ส่วนแบ่งตลาด   33.2%

อันดับที่ 2 อีซูซุ            120,294 คัน   ลดลง 26.5%    ส่วนแบ่งตลาด   32.8%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด         25,975 คัน    เพิ่มขึ้น 69.8%  ส่วนแบ่งตลาด  7.1% 

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

ปริมาณการขาย 255,899 คัน ลดลง 24.7%

อันดับที่ 1 อีซูซุ           108,158 คัน     ลดลง 28.4%    ส่วนแบ่งตลาด   42.53%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      100,193 คัน     ลดลง 22.4%    ส่วนแบ่งตลาด   39.2%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด          28,773        เพิ่มขึ้น 2.1%    ส่วนแบ่งตลาด   11.2%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 47,230 คัน

โตโยต้า 17,192 คัน - อีซูซุ 16,549 คัน – ฟอร์ด 9,270คัน – มิตซูบิชิ 3,293 คัน – นิสสัน 926 คัน 

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย  208,669 คัน ลดลง 28.9%

อันดับที่ 1 อีซูซุ            91,609 คัน      ลดลง  33.1%   ส่วนแบ่งตลาด 43.9%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      83,001 คัน      ลดลง  23.9%   ส่วนแบ่งตลาด 39.8%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        19,503 คัน      ลดลง   14.0%  ส่วนแบ่งตลาด  9.3%    

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News