mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

สรรพสามิต ผนึกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เซ็น MOU ผสานข้อมูลและการทำงานปราบปรามการกระทำผิดร่วมกัน

กรมสรรพสามิตลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกระดับการทำงานด้วยการบูรณาการความร่วมมือ ในการใช้ข้อมูล การทำ Data Analytic การสืบสวนสอบสวน รวมถึงการป้องกัน วางแผนติดตาม และปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายภาษีสรรพสามิตออนไลน์  ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี สร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่สุจริต และยังเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคที่อาจเกิดอันตรายจากการบริโภคสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัลในยุคปัจจุบัน ทำให้รูปแบบการกระทำผิดมีความซับซ้อนและติดตามยากขึ้น เนื่องจากผู้กระทำผิดบนเครือข่ายออนไลน์ส่วนใหญ่ปกปิดตัวตนโดยการใช้ตัวตนสมมติ มีการใช้บัญชีธนาคารบุคคลอื่น หรือบัญชีม้า ทั้งยังมีการกระจายที่เก็บสินค้าผิดกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกติดตามไปยังเจ้าของสินค้าที่แท้จริง ส่งผลให้การกระทำผิดผ่านเครือข่ายออนไลน์ขยายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว และยากแก่การควบคุม กรมสรรพสามิตตระหนักและให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว รวมถึงความไม่ปลอดภัยจากการบริโภคสินค้า ที่ไม่ได้มาตรฐาน และความไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียภาษีโดยสุจริต  กอปรกับในช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งในเรื่องของการใช้ข้อมูล การทำ Data Analytic การสืบสวนสอบสวน รวมถึงการป้องกัน วางแผนการติดตามและปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายภาษีสรรพสามิตออนไลน์ ซึ่งจากความบูรณาการทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานและเห็นผลในเชิงประจักษ์ โดยในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงสิงหาคม 2566 นั้น ด้วยการบูรณาการทำงานร่วมกัน ทำให้สามารถปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายภาษีสรรพสามิตออนไลน์ เป็นจำนวนถึง  6 คดีใหญ่ จึงเป็นที่มาของการร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง กรมสรรพสามิตและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งในเรื่องของข้อมูล การทำ Data Analytic การสืบสวนสอบสวน รวมถึง การป้องกัน วางแผนการติดตามและปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายภาษีสรรพสามิตออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน สร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่สุจริต และเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค

“กรมสรรพสามิตให้ความสำคัญกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และการนำข้อมูลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อช่วยวิเคราะห์ ประมวลผล และคาดการณ์โอกาสที่จะเกิดจากการกระทำความผิดได้มากขึ้น การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มศักยภาพของการสืบสวนปราบปราม จะนำไปสู่การสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เสียภาษีโดยสุจริต คุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค สร้างความมั่นคงให้กับระบบเศรษฐกิจการคลังของประเทศ ตามยุทธศาสตร์ของกรมฯ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาษีสรรพสามิต มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สร้างมาตรฐานสากล เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน” อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าว

“ขอขอบคุณกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการร่วมกันแก้ไขปัญหาการลักลอบซื้อขายสินค้าหนีภาษี และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีกับกรมสรรพสามิตมาโดยตลอด             จนเกิดการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในวันนี้” อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวทิ้งท้าย

พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมที่มีความร้ายแรงและสลับซับซ้อน มีหน้าที่สำคัญในการรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล เพื่อใช้ในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้เตรียมความพร้อมเพื่อปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัลไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ Big Data เพื่อยกระดับศักยภาพ ด้านการสืบสวน สอบสวน เพิ่มความสามารถในการอำนวยความยุติธรรมและให้บริการประชาชน

“กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้มีการร่วมมือกับหลากหลายหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ และเอกชน ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการบูรณาการร่วมกับกรมสรรพสามิตที่เล็งเห็นถึงความสำคัญและมีเจตจำนงร่วมกันในการใช้เทคโนโลยีเพื่อใช้ในการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหาอาชญากรรม หวังว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะนำมาซึ่งความสงบสุขของประเทศชาติ และยกระดับการให้บริการประชาชนของทั้งสองหน่วยงานต่อไป” พลตำรวจโท จิรภพ กล่าว

ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ ทางกรมสรรพสามิต กับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จะเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเสียภาษี ข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดและการดำเนินคดี ข้อมูลเกี่ยวกับการขอและการออกใบอนุญาต หรือข้อมูลอื่นใดที่มีการจัดทำและครอบครองโดยกรมสรรพสามิต ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำความผิด ผู้ต้องสงสัย เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และเพื่อประโยชน์ในการสืบสวน สอบสวน รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด หรือการก่ออาชญากรรม โดยจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับออกไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตด้วยวิธีการที่ตกลงกันจากเจ้าของข้อมูลเท่านั้น

 ผลจากการบูรณาการระหว่างสองหน่วยงาน เมื่อเร็ว ๆ นี้ เจ้าหน้าที่สรรพสามิตสามารถตรวจยึดของกลางบุหรี่ที่ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ และบางส่วนเป็นบุหรี่ปลอมใช้ยี่ห้อต่างประเทศ โดยได้มี            การโฆษณาจำหน่ายบุหรี่หนีภาษีผ่านช่องทางออนไลน์คิดเป็นจำนวน 30,000 มวน มูลค่าความเสียหายต่อรัฐหลักล้านบาท ซึ่งสินค้าเหล่านี้หากเล็ดลอดไปได้จะสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของความชอบธรรมต่อผู้ประกอบการที่เสียภาษีโดยสุจริต รวมถึงการดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชนผู้บริโภค ร่วมกันดูแลผลประโยชน์ของประเทศ และปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรืออีเมล excise_hotline@excise.go.th โดยกรมสรรพสามิตจะปกปิดข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News