mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ตลาดรถยนต์เริ่มต้นครึ่งปีหลังติดลบ 8.8% ยอดขาย 58,419 คัน ยอดขายรถยนต์นั่งสดใส เติบโตต่อเนื่องที่ 17.3%

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยจำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนกรกฏาคม 2566 ด้วยยอดขาย 58,419 คันลดลง 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ลูกค้าให้การตอบรับตลาดรถยนต์นั่งเดินหน้าต่อเนื่องด้วยยอดขาย 25,511 คันเติบโต 17.3% ในขณะที่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ชะลอตัวต่อเนื่องด้วยยอดขาย 35,908 คัน ลดลง 19.9% ในส่วนของรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ ชะลอตัวเช่นกันด้วยยอดขาย 24,982 คัน ลดลงถึง 26.6% 

>ประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์

​​ตลาดรถยนต์เดือนกรกฏาคม 2566 มีปริมาณการขายที่ 58,419 คัน ลดลง 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าตลาดรถยนต์นั่งสามารถทำยอดขาย 22,511คัน เติบโตต่อเนื่องที่ 17.3% โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดขายในเซกเมนท์รถยนต์นั่งขนาดเล็กที่16,308 คัน เติบโต 18.1% แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้ยอดขายรวมในเดือนนี้กลับมาเป็นบวก เนื่องจากตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ชะลอตัวต่อเนื่องที่ 19.9% ด้วยยอดขาย 35,908 คัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ชะลอตัวถึง 26.6% ด้วยยอดขาย 24,982 คัน จากการชะลอการสินใจซื้ออย่างต่อเนื่องของภาคธุรกิจ และภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของธุรกิจขนส่ง โดยมีปัจจัยลบที่สำคัญอย่างยิ่งคือความเข้มงวดของสถาบันการเงิน ที่มีความกังวลต่อหนี้เสียอันเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดจากสภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา

​​ตลาดรถยนต์ในเดือนสิงหาคม มีความหวังที่จะฟื้นตัวขึ้น จากความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจิตวิทยาการบริโภคในการใช้เงินเพื่อจับจ่ายใช้สอย ก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่ง   ผลดีต่อตลาดรถยนต์ด้วยเช่นกัน โดยมีปัจจัยเสริมที่สำคัญได้แก่ แคมเปญการตลาดในช่วงงาน Bangkok International Grand Motor Sale 2023 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม - 3 กันยายน ศกนี้นอกจากช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ภายในงาน ยังขยายข้อเสนอพิเศษไปยังโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ อีกด้วย และนับเป็นโอกาสดีที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยลบที่สำคัญ ได้แก่ ความผันผวนทางเศรษฐกิจซึ่งส่งผลต่อภาวะหนี้สินครัวเรือน ตลอดจนความเข้มงวดของสถาบันการเงินต่อการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

 ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนกรกฎาคม 2566

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 58,419 คัน ลดลง 8.8%

​อันดับที่ 1 โตโยต้า​20,421 คัน​เพิ่มขึ้น​0.7%​ส่วนแบ่งตลาด ​35.0%

อันดับที่ 2 อีซูซุ​ ​11,735 คัน​ลดลง​27.9%​ส่วนแบ่งตลาด ​20.1%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า​7,551 คัน​เพิ่มขึ้น ​ 4.1%​ ส่วนแบ่งตลาด ​12.9%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 22,511คัน เพิ่มขึ้น 17.3%                                 

อันดับที่ 1 โตโยต้า​8,048 คัน​เพิ่มขึ้น​57.9%​ส่วนแบ่งตลาด ​35.8%

อันดับที่ 2 ฮอนด้า​4,922 คัน​เพิ่มขึ้น​ 6.2%​ส่วนแบ่งตลาด ​21.9%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ​1,086 คัน​ลดลง ​39.3%​ส่วนแบ่งตลาด4.8%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 35,908 คัน ลดลง 19.9%                                 

​อันดับที่ 1 โตโยต้า​12,373 คัน​ลดลง​18.5% ส่วนแบ่งตลาด 34.5%

อันดับที่ 2 อีซูซุ​​11,735 คัน​ลดลง​27.9%​ส่วนแบ่งตลาด 32.7%

​อันดับที่ 3 ฟอร์ด​2,754 คัน​ลดลง​23.7%​ส่วนแบ่งตลาด7.7%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

ปริมาณการขาย 24,982 คัน ลดลง 26.6%                                 

​อันดับที่ 1 อีซูซุ​​10,228 คัน​ลดลง​31.0%​ส่วนแบ่งตลาด 40.9%

อันดับที่ 2 โตโยต้า​ 10,088 คัน​ลดลง​20.3%​ส่วนแบ่งตลาด 40.4%

​อันดับที่ 3 ฟอร์ด​ 2,754 คัน​ลดลง​23.7%​ส่วนแบ่งตลาด11.0%

​​*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 4,673 คัน 

โตโยต้า 1,776 คัน - อีซูซุ 1,677 คัน – ฟอร์ด 934 คัน – มิตซูบิชิ 213 คัน – นิสสัน 73 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 20,309 คัน ลดลง 31.9%                                  

​อันดับที่ 1 อีซูซุ​ ​8,551คัน​ลดลง​35.5%​ส่วนแบ่งตลาด 42.1%

อันดับที่ 2 โตโยต้า​ 8,312 คัน​ลดลง  26.7%​ส่วนแบ่งตลาด 40.9%

​อันดับที่ 3 ฟอร์ด​ 1,820 คัน​ลดลง​37.4%​ส่วนแบ่งตลาด 9.0%       

 สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – กรกฏาคม 2566

1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย464,550 คัน ลดลง 5.5%                            

อันดับที่ 1 โตโยต้า​ 157,280 คัน​ลดลง​  3.1%​ส่วนแบ่งตลาด 33.9%

อันดับที่ 2 อีซูซุ​ ​ 98,016 คัน​ลดลง     22.3% ส่วนแบ่งตลาด 21.1%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า​ 53,685 คัน​เพิ่มขึ้น​ 13.2%​ ส่วนแบ่งตลาด11.6%

2. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 170,598คัน เพิ่มขึ้น 10.0%                                 

อันดับที่ 1 โตโยต้า​ 59,089 คัน​เพิ่มขึ้น​34.3%​ส่วนแบ่งตลาด 34.6%

อันดับที่ 2 ฮอนด้า​ 35,347 คัน​เพิ่มขึ้น​3.3%​ส่วนแบ่งตลาด 20.7%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ​ 10,664 คัน​ลดลง  17.8%​ส่วนแบ่งตลาด 6.3%

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 293,952 คัน ลดลง 12.6%                     

​อันดับที่ 1 โตโยต้า ​ 98,191คัน​ลดลง​17.0%​ส่วนแบ่งตลาด​33.4%

อันดับที่ 2 อีซูซุ​​ 98,016 คัน​ลดลง​22.3%​ส่วนแบ่งตลาด ​33.3%

​อันดับที่ 3 ฟอร์ด​ 22,871 คัน​เพิ่มขึ้น​23.6%​ส่วนแบ่งตลาด7.8%

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

ปริมาณการขาย 207,934 คัน ลดลง20.6%

อันดับที่ 1 อีซูซุ​​ 88,861 คัน​ลดลง​23.6%​ส่วนแบ่งตลาด​42.7%

อันดับที่ 2 โตโยต้า​ 80,632 คัน​ลดลง​20.9% ​ส่วนแบ่งตลาด​38.8%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด​ 22,871 คัน​เพิ่มขึ้น​23.6%​ส่วนแบ่งตลาด​11.0%

​​*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 37,940 คัน 

​โตโยต้า 13,538 คัน - อีซูซุ 13,630 คัน – ฟอร์ด 7,204 คัน – มิตซูบิชิ 2,806 คัน – นิสสัน 762 คัน

5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 169,994 คัน ลดลง 25.5% 

​อันดับที่ 1 อีซูซุ​​75,231คัน​ลดลง  28.8%​ส่วนแบ่งตลาด 44.3%

อันดับที่ 2 โตโยต้า​67,094 คัน​ลดลง 23.0%​ส่วนแบ่งตลาด 39.5%

​อันดับที่ 3 ฟอร์ด​ 15,667 คัน​เพิ่มขึ้น​0.7%​ส่วนแบ่งตลาด 9.2% 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News