mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ออสสิริส ชี้กลางปี 66 เดือน ก.ค. ทองคำเจอแรงกดดันต่อ หลังเฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยอีก 2 ครั้ง

ออสสิริส (Ausiris) ผู้เชี่ยวชาญด้าน Gold Investment วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำเดือนกรกฎาคม 2566 เผยยังได้รับแรงกดดันจากคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเจ้าหน้าที่เฟด (Dot Plot) คาดอัตราดอกเบี้ยจะแตะระดับ 5.6% ภายในสิ้นปีนี้ บ่งชี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อีก 2 ครั้งในครึ่งปีหลังนี้โดยจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 1 ในปลายเดือนกรกฎาคม

นายพีระพงศ์ วิริยะนุเคราะห์ นักวิจัยอาวุโส แผนก Ausiris Intelligence บริษัท ออสสิริส จำกัด กล่าวถึงสรุปสถานการณ์ราคาทองในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงทำจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ที่ระดับ 1,910 usd/oz ขณะที่ราคาทองในประเทศ ราคาทองคำแท่ง 96.5% ขายออกต่ำสุดบาทละ 31,900 บาท ราคาทองรูปพรรณขายออกต่ำสุดบาทละ 32,400 บาท อ้างอิงราคาจากสมาคมค้าทองคำ โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังเฟดส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยต่ออย่างน้อยอีก 2 ครั้งภายในครึ่งปีหลังนี้ เพื่อให้เฟดบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% นอกจากนี้ยังมีธนาคารกลางหลายแห่งก็พากันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน การลงทุนในทองคำจึงถูกลดความน่าสนใจลง เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนอยู่ในรูปของดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามเมื่อดูสถิติย้อนหลัง 5 ปี ล่าสุดทองยังเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น การลงทุนสินทรัพย์ประเภททองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและน่าลงทุนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

“สำหรับสถานการณ์ราคาทองคำในช่วงเดือนกรกฎาคม คาดการณ์ว่าน่าจะมีอีก 5 ปัจจัยผลกระทบที่ต้องจับตามองในเดือนนี้ ไม่ว่าจะเป็น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ รวมทั้งสถานการณ์ภาวะความตึงเครียดของรัฐเซีย เป็นต้น ซึ่งราคาทองคำภายในเดือนนี้ หลัก ๆ คือยังได้รับแรงกดดันจากคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเจ้าหน้าที่เฟด (Dot Plot) คาดอัตราดอกเบี้ยจะแตะระดับ 5.6% ภายในสิ้นปีนี้ บ่งชี้ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อีก 2 ครั้งในครึ่งปีหลังนี้โดยจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 1 ในปลายเดือนกรกฎาคม แม้ว่าวัฏจักรการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะใกล้สิ้นสุดแล้ว แต่พึงระวังผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยต่อเศรษฐกิจ อาจทำให้ตลาดการเงินสหรัฐฯ มีความเสี่ยงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจะเป็นสินทรัพย์ที่มีความต้องการสูงขึ้น ในช่วงการเกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและเนื่องด้วยการคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยจะลดลงแตะระดับ 4.6% ในช่วงสิ้นปี 2024 และแตะระดับ 3.4% ในช่วงสิ้นปี 2025 ออสสิริสมองว่า ดอลลาร์สหรัฐฯ จะเริ่มมีทิศทางอ่อนค่าในปีหน้าและทองคำจะส่งสัญญาณปรับตัวขึ้น” นายพีระพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามออสสิริสได้วิเคราะห์ 5 ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำเดือนกรกฎาคม ปี 2566 ดังนี้

ประเด็นที่ 1 ในช่วงวันที่ 7 กรกฎาคม ต้องติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ว่าตัวเลขแรงงานยังแข็งแกร่งหรือไม่ ซึ่งจะเป็นมาตรวัดหนึ่งที่เฟดจะใช้ในการประเมินทิศทางดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ หากตัวเลขแรงงานออกมาดี อาจเพิ่มแนวโน้มโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ (ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ)

ประเด็นที่ 2 ช่วงวันที่ 12 กรกฎาคม จับตาอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ โดยล่าสุดอัตราเงินเฟ้อยังปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ระดับ 4.0% ซึ่งอย่างไรก็ตามยังห่างจากของเป้าของเฟดอยู่ที่ 2% ทำให้มองแนวโน้มว่าเฟดยังขึ้นดอกเบี้ยต่อในครึ่งปีที่เหลืออีก 1-2 ครั้ง หรืออีก 5.25%-5.50% ต้องมาติดตามกันต่อในส่วนของตัวเลขเดือนกรกฎาคมว่า เงินเฟ้อจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด หากปรับตัวเพิ่มขึ้น อาจกดดันให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า  เฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยต่อ (ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ)

ประเด็นที่ 3 ในวันที่ 27 กรกฎาคม ต้องจับตาการประชุมเฟด คาดการณ์ว่า เฟด มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยต่ออีก 0.25% และอาจส่งสัญญาณการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อหากตัวเลขแรงงานยังแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังห่างเป้าหมายที่ระดับ 2% อาจทำให้ราคาทองถูกกดดันต่อ ทั้งนี้ในตรงกันข้าม หากเฟดส่งสัญญาณชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ราคาทองจะได้แรงหนุนกลับมาเป็นบวกทันที ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เริ่มส่งผลกระทบต่อบางอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย เนื่องจากต้นทุนจำนองเพิ่มขึ้น อีกทั้งภาคสถาบันการเงินอาจเสี่ยงล้มเพิ่มเติม เนื่องจากได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่คงตัวอยู่ในระดับสูง

สำหรับถ้อยแถลงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เมื่อเดือนที่ผ่านมา เฟดมองว่าเป็นเรื่องเหมาะสมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป โดยอาจปรับขึ้นอีก 2 ครั้งก่อนสิ้นปี หากเศรษฐกิจปรับตัวตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดคาดการณ์ ช่วงปลายปีอยู่ในกรอบ 5.50-5.75%

สำหรับดอกเบี้ยสหรัฐล่าสุดอยู่ที่ 5.25% ล่าสุดวันที่ 27 มิถุนายน 2023 Fed Watch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 75.6% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.50% ในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนนี้ (ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ)

ประเด็นที่ 4 ในวันที่ 28 กรกฎาคม จับตาดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) สหรัฐอเมริกา ซึ่งวัดค่าการเปลี่ยนแปลงราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (อัตราเงินเฟ้อ) ซึ่งจะเป็นมาตรวัดตัวหนึ่งที่เฟดใช้ประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยในครั้งถัดไป

ในด้านปัจจัยอื่น ๆ

  1. สถานการณ์ตึงเครียดในรัสเซียและความไม่แน่นอนของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
  2. สถานการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกจะทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนทองคำลดลง เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย
  3. ข้อมูลเศรษฐกิจจีนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ความต้องการทองคำยังไม่ฟื้นตัว
  4. ซาอุดิอาระเบียประกาศหลังการประชุมกลุ่มโอเปกพลัสว่า จะลดกำลังการผลิตลงอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนกรกฎาคม อาจทำให้ภาพรวมเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับสถิติที่น่าสนใจสำหรับราคาทองในตลาดโลก ราคา High และ Low เดือนกรกฎาคมในแต่ละปี 10 ปีย้อนหลัง

  1. ราคาทองมีความผันผวนสูง ส่วนต่างระหว่างราคาสูงสุดกับราคาต่ำสุดของเดือนมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 96.7 ดอลลาร์ต่อออนซ์
  2. ราคาทองทองคำส่วนใหญ่จะปิดบวกในกรกฎาคมเมื่อเทียบกับราคาปิดในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอยู่ที่ 60% และในประเด็นที่ 5 คือแนวโน้มราคาทองคำในมุมทางเทคนิค โดยราคาทองคำเคลื่อนไหวในรูปแบบ Sideway Down หลังปรับตัวหลุดโซนแนวรับสำคัญที่คาดการณ์ไว้ แนวโน้มราคาทองคำยังอยู่ในช่วงพักตัวในกรอบ 1,910-1,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังหลุดกรอบเทรนด์ไลน์ขาขึ้นใน TF1DAY ทำให้ภาพรวมราคาทองกลับมาเคลื่อนไหวขาลง ทั้งนี้แนวรับ 1,910 จะเป็นแนวรับสำคัญประจำเดือนกรกฎาคม หากหลุดแนวรับดังกล่าว คาดว่าจะมีแรงเทขายออกมามากและอาจปรับตัวลงไปที่แนวรับ 1,900/1,876/1,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้หากราคาทองคำสามารถกลับตัวบริเวณแนวรับดังกล่าว เราอาจเห็นราคาทองกลับมาทดสอบแนวต้านบริเวณ1,940/1,968/1,986 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง โดยขาขึ้นจะกลับมาได้เปรียบอีกครั้งต้องเบรกเหนือแนวต้าน 1,986 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News