mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

SCB CIO คาดเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกแค่ครั้งเดียวในกรกฎาคมนี้

SCB CIO  ประเมินเฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ แต่ส่งสัญญาณขึ้นต่อ และไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้   คาดเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยต่ออีกแค่1ครั้งในการประชุมเดือนก.ค. แล้วไม่ขึ้นอีก เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐานน่าจะชะลอลงชัดเจนในไตรมาส 4 ส่วนการลดดอกเบี้ยน่าจะเกิดขึ้นในปี 2567 ลดลง เหลือ 4.6% และ ในปี 2568 เหลือ 3.4%   ขณะที่ ECB ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมรอบนี้และส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อจากเงินเฟ้อที่ยังยืดเยื้อ แนะเน้นลงทุนพันธบัตรรัฐบาล และควระมัดระวังมากขึ้นกับการลงทุนในหุ้น Mega tech สหรัฐฯ รวมถึงหุ้นยุโรป

ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าทีม SCB Chief Investment Office (SCB CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เมื่อวันที่ 13-14 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย Fed Fund Rate ไว้ที่ 5.00-5.25% แต่ยังส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อ และไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งการหยุดขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ตรงกับมุมมองของ SCB CIO และตลาดที่คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม การที่ผลสำรวจความเห็นของผู้แทนเฟดเกี่ยวกับประมาณการการปรับดอกเบี้ย หรือ Fed dot plots ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่ออีก 2 ครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายมุมมองของเราและตลาด โดยในรายละเอียดคณะกรรมการ FOMC 12 ท่าน จาก 18 ท่าน มองว่า จะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ (9 ท่าน มองว่าปรับขึ้นอีก 2 ครั้ง;  2 ท่านมอง 3 ครั้ง; 1 ท่านมอง 4 ครั้ง ขณะที่ มี 4 ท่านมองขึ้น 1 ครั้ง และ 2 ท่านมองคงดอกเบี้ย) ทำให้ค่ากลางของ dot plots เพิ่มขึ้นจาก 5.1% ที่ให้ไว้ในการประชุมเดือน มี.ค. เป็น 5.6% หรือเท่ากับส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.50% คือ 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25%

ทั้งนี้  SCB CIO มองว่า สาเหตุหลักที่ FOMC ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อ มาจากปัจจัยดังนี้  1) เงินเฟ้อพื้นฐานที่ชะลอลงช้า และมีแนวโน้มที่ Core PCE inflation ซึ่งเป็นเงินเฟ้อที่รวมอาหารและพลังงาน จะสูงกว่าประมาณการเดิม โดยเฟด ปรับคาดการณ์ Core PCE inflation ปีนี้ขึ้นจาก 3.6% เป็น 3.9% และ 2) ตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้ชะลอลงแต่ชะลอลงช้ากว่าที่คาดไว้ โดยเฟดปรับคาดการณ์อัตราการว่างงานปีนี้ ลดลงจากเดิม 4.5% เป็น 4.1% และปรับคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้ ขึ้นจากเดิม 0.4% เป็น 1.0% โดยในการแถลงข่าว นายเจอโรม พาวเวลล์  ประธานคณะผู้ว่าการระบบธนาคารกลางสหรัฐ ( เฟด)  กล่าวว่า ผลของการขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้การลงทุนและภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอลง แต่ผลต่อเงินเฟ้อยังไม่ชัดเจน

สำหรับ การขึ้นดอกเบี้ยระยะข้างหน้าอาจไม่ใช่การขึ้นในทุกการประชุมติดกัน แต่อาจเป็นแบบเว้นได้ เช่นในครั้งนี้ที่มีการหยุดขึ้นเพื่อรอปรับขึ้นต่อ (skip) โดยในการแถลงข่าว ประธานเฟดระบุว่า คณะกรรมการเฟด เกือบทั้งหมด มองว่า เป็นเรื่องเหมาะสมที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยต่อในช่วงที่เหลือของปี แต่ถ้าสถานการณ์เรื่องของการจ้างงาน เงินเฟ้อ และผลจากความตึงเครียดในภาคการเงิน (financial sector stress) เปลี่ยนไป เฟดก็พร้อมที่จะปรับการทำนโยบาย โดยจะพิจารณาเป็นครั้งๆ ไป และเน้นว่าเมื่อดอกเบี้ยเข้าใกล้จุดสูงสุด (terminal rate) การขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นไปอย่างช้าๆ   

ขณะที่เฟดไม่มีสัญญาณการลดดอกเบี้ยในปีนี้ โดยการลดดอกเบี้ยเป็นเรื่องของปี 2567-2568 เพราะไม่ว่าจะพิจารณาจาก dot plots ล่าสุดที่ไม่มีคณะกรรมการท่านไหนเลยที่ให้ประมาณการเรื่องการลดดอกเบี้ยในปีนี้ รวมถึงในการแถลงข่าวของประธานเฟด มีการพูดว่า ไม่น่าจะมีการลดดอกเบี้ยในปีนี้ ทั้งนี้ ค่ากลางของ dot plots ส่งสัญญาณว่าการลดดอกเบี้ยน่าจะเกิดในปี 2567 โดยลดลง 1 percentage points  เป็น 4.6% และในปี 2568 ลดลงอีก 1.2 percentage points ลงเป็น 3.4% 

ดร.กำพล กล่าวว่า จากการประชุมเฟด ครั้งนี้ เราได้ปรับมุมมองว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้เฟด จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง โดยจะปรับขึ้น 0.25% ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในการประชุมวันที่ 25-26 ก.ค. นี้ ส่วนการประชุมหลังจากนั้น เราประเมินว่ามีโอกาส 30% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม  เนื่องจาก สัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยช้าลงของเฟด น่าจะทำให้เฟด เว้นการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม เดือน ก.ย. (วันที่ 19-20 ก.ย.) และเมื่อเข้าสู่การประชุมครั้งถัดไปในเดือน พ.ย. (31 ต.ค.-  1 พ.ย.) ช่วงเวลานั้น อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐฯ น่าจะชะลอลงอย่างชัดเจน ทั้งในแง่เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทียบกับเดือนก่อนหน้า จนทำให้เฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ยได้ ดังที่เคยระบุว่าเฟด ไม่จำเป็นที่จะต้องเห็นเงินเฟ้อแตะ 2% ถึงจะหยุดขึ้นดอกเบี้ย

ส่วน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยในการแถลงข่าว ประธาน ECB ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อในเดือน ก.ค. ยกเว้นว่ามุมมองที่มีต่อแนวโน้มในระยะข้างหน้าเปลี่ยนไปอย่างมีนัย ขณะที่ ECB คาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปของยูโรโซนเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5.4% ในปี 2566 อยู่ที่ 3% ในปี 2567 ก่อนจะลดลงเหลือ 2.2% ในปี 2568 ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน คาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5.1% ในปี 2566  อยู่ที่ 3% ในปี 2567 และ 2.3% ในปี 2568 ซึ่งตัวเลขคาดการณ์นี้ยังอยู่เหนือระดับเงินเฟ้อเป้าหมายของ ECB ที่ 2% ส่วนอัตราการว่างงานในปัจจุบันอยู่ที่ 6.5% เป็นระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ ซึ่ง ECB คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงสู่ 6.3% ในปี 2568  ทั้งนี้ เราคาดว่า ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือน ก.ค. และเริ่มมีโอกาสสูงขึ้นที่ ECB อาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยต่ออีกในการประชุมเดือน ก.ย.

ดร. กำพล  กล่าวต่อไปว่า   SCB CIO ยังคงแนะนำให้ เน้นลงทุนพันธบัตรรัฐบาล เนื่องจากประเมินว่า แม้เฟดจะปรับประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ดีขึ้น แต่การส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อและไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ จะทำให้ตลาดพันธบัตรมองว่ามีโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอลงหรือเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ในปี 2567 เฟดต้องปรับลดดอกเบี้ยตั้งแต่ในช่วงครึ่งแรกของปี โดยการเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว จะเป็นการป้องกันความเสี่ยง (Hedge) จากเศรษฐกิจถดถอยได้ ซึ่งผู้ลงทุนอาจจะอาศัยจังหวะที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย และทำให้พันธบัตรเร่งตัวในระยะสั้น เป็นจุดทยอยสะสม  นอกจากนี้ เรามีมุมมองว่า ควรระมัดระวังมากขึ้นกับการลงทุนในหุ้น Mega tech สหรัฐฯ รวมถึงยุโรป โดยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าของหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป โดยเฉพาะในกลุ่ม Mega Tech ได้ปรับขึ้นมาสู่ระดับที่ค่อนข้างตึงตัว แม้ในระยะสั้นอาจได้อานิสงส์ของภาพเศรษฐกิจในปีนี้ที่ชะลอลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว มีแนวโน้มไม่ลดลงเร็วหลังเฟดส่งสัญญาณไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยกระทบกับมูลค่า (valuation) ในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News