mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ธ.ทิสโก้แนะ“ขาย”กองรีทสหรัฐฯ หนีเศรษฐกิจถดถอย โยก“ซื้อ”พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

ธนาคารทิสโก้แนะ “ขาย” กองรีทที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ และโยกเงินซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ คุณภาพดี รับอัตราผลตอบแทนสูง และราคาพันธบัตรที่อาจเพิ่มขึ้น 10-20% พร้อมชี้เป้ากองทุนหุ้นน่าชอป แนะนำ “เพิ่มสัดส่วนการลงทุน” กองทุนหุ้นเทคโนโลยีรับความต้องการใช้ AI ที่กำลังมาแรง และกองทุนหุ้นไทยรับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น ราคาหุ้นน่าสนใจ  

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในเดือนมิถุนายน ธนาคารทิสโก้แนะนำให้นักลงทุน “ขาย” ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ที่มีนโยบายลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ เพราะแรงกดดันดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในตลาด ท่ามกลางส่วนต่างอัตราเงินปันผลกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Dividend Yield Gap) ที่ลดลงมาอยู่ที่ 1% จากค่าเฉลี่ยในอดีตย้อนหลัง 10 ปีอยู่ที่ราว 1.5% รวมถึงความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจถดถอยทำให้ความต้องการเช่าพื้นที่ลดลง และโยกเงินมา “ซื้อ” พันธบัตรรัฐบาลเพื่อรับโอกาสสร้างกำไรทั้งจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่อยู่ในระดับสูง พร้อมสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากการปรับขึ้นของราคาพันธบัตร (Capital gain) ที่อาจสูงถึง 10% - 20% หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยจน Fed ต้องลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็วเหมือนในอดีตที่ผ่านมา 

“ในอนาคตกองรีทที่มีนโยบายลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สหรัฐฯ อาจได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย ประกอบกับความต้องการใช้งานสำนักงานลดลง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์ COVID –19 เห็นได้จากอัตราว่างของสำนักงาน (Office vacancy rate) ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 19% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2558 ในทางกลับกันพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กลับมาน่าสนใจลงทุนอีกครั้ง เพราะมีปัจจัยบวกจากอัตราดอกเบี้ยที่เข้าใกล้จุดสูงสุด โดยปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ อยู่ที่ 5-5.25% เหนือกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงมาอยู่ที่่ 4.9% จากสูงสุดที่่ 9% ในเดือน มิ.ย. ปี 2565 สะท้อนว่านโยบายการเงินที่่่ระดับปัจจุบันน่าจะเพียงพอที่่จะควบคุมอัตราเงินเฟ้อ และสูงกว่าระดับอัตราดอกเบี้ยที่่เหมาะสมต่อเศรษฐกิจในระยะยาว (Neutral rate) ทำให้ช่วงนี้จะเป็นจังหวะที่ดีที่สุดที่น่าเข้าลงทุนพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้เครดิตเรตติ้งสูงของสหรัฐฯ ” นายณัฐกฤติกล่าว 

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นเพิ่มเติมช่วงนี้ ธนาคารทิสโก้แนะนำให้ “เพิ่มสัดส่วนการลงทุน” กองทุนหุ้นเทคโนโลยี หลังราคาหุ้นปรับลงมาในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นเมื่อปีก่อนหน้า โดยปัจจุบันหุ้นเทคโนโลยีที่อยู่ในดัชนี MSCI ACWI Index มีส่วนเกินอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรต่อหุ้น (12 m Forward P/E Premium) เฉลี่ย 5 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 19% ถือว่าต่ำกว่าเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่เคยซื้อขายสูงสุดอยู่ที่ 39%  นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังได้รับการปรับเพิ่มประมาณการขึ้นอย่างโดดเด่นกว่าหุ้นกลุ่มอื่นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เพราะเทรนด์เทคโนโลยีใหม่อย่าง AI มีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงราคาหุ้นยังมีแนวโน้มฟื้นตัวได้อีกเมื่อเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถือว่าเป็นกลุ่มหุ้นเมกะเทรนด์ที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว  

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ “เพิ่มสัดส่วนการลงทุน” กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย เพราะมองว่าดัชนีที่ปรับลดลงทำให้มีโอกาสการสร้างกำไรที่เพิ่มขึ้น อีกทั้ง ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ผลประกอบการอุตสาหกรรมกลุ่มค้าปลีก กลุ่มการแพทย์ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกลุ่มขนส่งได้รับอานิสงส์เชิงบวก ประเด็นสุดท้ายคือราคาหุ้นไทยในปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยอัตราส่วนระหว่างราคาหลักทรัพย์ต่อกำไรสุทธิคาดการณ์ต่อหุ้นใน 12 เดือนข้างหน้า (12 m Forward P/E Ratio) ลงมาอยู่ระดับ – 1 S.D. ที่ 15.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 7 ปีที่ 15.9 เท่า 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News