mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ตลาดรถยนต์เมษายนเปิดไตรมาสสองยังชะลอตัว ยอดขายรวม 59,530 คัน ลดลง 6.1%

          นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนเมษายน 2566 ชะลอตัวด้วยยอดขาย 59,530 คัน ลดลง 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งมีปริมาณการขาย 20,203  คัน ลดลง 1.4% ในขณะที่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีปริมาณการขาย 39,327 คัน ลดลง 8.4% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้จำนวน 26,818  คัน ลดลงถึง 20.3%  

ประเด็นสำคัญ

          ตลาดรถยนต์เดือนเมษายน 2566 ชะลอตัวทุกเซ็กเมนท์ด้วยยอดขาย 59,530 คัน ลดลง 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่รถยนต์นั่งชะลอตัวเล็กน้อยที่ 1.4% ด้วยยอดขาย 20,203 คัน ส่วนทางด้านรถเพื่อการพาณิชย์ชะลอตัวเช่นกันที่ 8.4% ด้วยยอดขาย 39,327 คัน ประเด็นหลักที่ทำให้ตลาดรถยนต์ในเดือนนี้ชะลอตัวอยู่ที่ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ซึ่งลดลงถึง 20.3% ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอการตัดสินใจซื้อของภาคธุรกิจ และภาคประชาชนในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ประกอบกับการเติบโตของเศรษฐกิจหลังฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด ที่มียอดสั่งซื้อรถยนต์ทุกประเภทเข้ามาเป็นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา

            ตลาดรถยนต์ในเดือนพฤษภาคม มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากความผันผวนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงของการเลือกตั้ง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการชะลอการตัดสินใจซื้อ ซึ่งภาคประชาชน และภาคเอกชนต่างเฝ้ารอความชัดเจนในการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลต่อไป

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนเมษายน 2566

ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย  59,530 คัน ลดลง 6.1 %                        

อันดับที่ 1 โตโยต้า      19,565  คัน    ลดลง   9.8 %            ส่วนแบ่งตลาด   32.9%

อันดับที่ 2 อีซูซุ          13,336  คัน     ลดลง   19.6 %           ส่วนแบ่งตลาด   22.4%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า       6,409  คัน       เพิ่มขึ้น 25.5 %          ส่วนแบ่งตลาด   10.8%

ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 20,203 คัน ลดลง 1.4%                                  

อันดับที่ 1 โตโยต้า      7,284  คัน       เพิ่มขึ้น  5.5%             ส่วนแบ่งตลาด   36.1%

อันดับที่ 2 ฮอนด้า       3,783  คัน       ลดลง   4.7%             ส่วนแบ่งตลาด   18.7%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ      1,503   คัน      ลดลง   1.7 %            ส่วนแบ่งตลาด  7.4%

ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 39,327  คัน ลดลง 8.4%                                

อันดับที่ 1 อีซูซุ          13,336  คัน     ลดลง   19.6.%          ส่วนแบ่งตลาด 33.9%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      12,281 คัน      ลดลง   16.9%            ส่วนแบ่งตลาด 31.2%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        2,869   คัน      เพิ่มขึ้น   13.4%           ส่วนแบ่งตลาด  7.3%

ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

ปริมาณการขาย 26,818 คัน ลดลง 20.3%                                

อันดับที่ 1 อีซูซุ          11,880  คัน     ลดลง      23.1%         ส่วนแบ่งตลาด 44.3%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      10,249 คัน     ลดลง      18.7%         ส่วนแบ่งตลาด 38.2%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด         2,869 คัน      เพิ่มขึ้น     13.4%        ส่วนแบ่งตลาด  10.7%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 4,944 คัน

โตโยต้า 1,900 คัน - อีซูซุ 1,676 คัน – ฟอร์ด 837 คัน – มิตซูบิชิ 438 คัน – นิสสัน 93 คัน

ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 21,874 คัน ลดลง 24.8%                                

อันดับที่ 1 อีซูซุ          10,204 คัน     ลดลง   27.9%            ส่วนแบ่งตลาด 46.6%

อันดับที่ 2 โตโยต้า       8,349 คัน      ลดลง   19.8%            ส่วนแบ่งตลาด 38.2%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด         2,032 คัน      ลดลง   8.1 %             ส่วนแบ่งตลาด  9.3%      

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – เมษายน 2566

ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 276,603 คัน ลดลง 6.1%                              

อันดับที่ 1 โตโยต้า       94,686 คัน    ลดลง     4.2%           ส่วนแบ่งตลาด 34.2%

อันดับที่ 2 อีซูซุ            60,495 คัน    ลดลง     18.3%          ส่วนแบ่งตลาด 21.9%

อันดับที่ 3 ฮอนด้า        32,370 คัน    เพิ่มขึ้น   5.3%          ส่วนแบ่งตลาด 11.7%

ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย  97,769 คัน เพิ่มขึ้น 1.6%                                

อันดับที่ 1 โตโยต้า        35,364 คัน   เพิ่มขึ้น    29.8%         ส่วนแบ่งตลาด 36.2%

อันดับที่ 2 ฮอนด้า        21,569 คัน    ลดลง      9.6%           ส่วนแบ่งตลาด 22.1%

อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ         6,721 คัน    ลดลง     4.5%            ส่วนแบ่งตลาด  6.9%

ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 178,834  คัน ลดลง 9.9%                     

อันดับที่ 1 อีซูซุ           60,495 คัน    ลดลง     18.3% ส่วนแบ่งตลาด 33.8%

อันดับที่ 2 โตโยต้า       59,322 คัน    ลดลง     17.1% ส่วนแบ่งตลาด 33.2%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด          13,909 คัน   เพิ่มขึ้น    40.8%         ส่วนแบ่งตลาด  7.8%

ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

ปริมาณการขาย 128,290  คัน ลดลง 18.0%

อันดับที่ 1 อีซูซุ            55,402 คัน    ลดลง   19.2%            ส่วนแบ่งตลาด   43.2%

อันดับที่ 2 โตโยต้า       49,536 คัน    ลดลง   21.0%           ส่วนแบ่งตลาด   38.6%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด          13,909 คัน   เพิ่มขึ้น  40.8%            ส่วนแบ่งตลาด   10.8%

*ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 23,171 คัน

โตโยต้า 8,633 คัน - อีซูซุ 7,870 คัน – ฟอร์ด 4,399 คัน – มิตซูบิชิ 1,830 คัน – นิสสัน 439 คัน

ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย  105,119 คัน ลดลง 22.5%

อันดับที่ 1 อีซูซุ          47,532 คัน      ลดลง  23.8%             ส่วนแบ่งตลาด 45.2%

อันดับที่ 2 โตโยต้า      40,903 คัน      ลดลง  22.4%            ส่วนแบ่งตลาด 38.9%

อันดับที่ 3 ฟอร์ด        9,510 คัน     เพิ่มขึ้น  12.4%              ส่วนแบ่งตลาด  9.0%    

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News