mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

‘พรินซิเพิล’มองตลาดหุ้นไทยปี2566มีแนวโน้มแกว่งตัว Sideway

บลจ. พรินซิเพิล ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยปีนี้เคลื่อนไหว sideway จากปัจจัยบวกและปัจจัยลบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนที่มีความสมดุลกัน  มองการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ประเภท KIKO (Knock-In Knock-Out) ที่อ้างอิงกับหุ้นไทย มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในหุ้น ในภาวะตลาด sideway จับจังหวะเปิดตัว “กองทุนเปิดพรินซิเพิล คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” (PRINCIPAL CR-AI) เตรียมเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก 7 – 15 มีนาคม 2566 จองซื้อขั้นต่ำ 500,000 บาท โดยกองทุนมีนโยบายลงทุนตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง และตราสารอื่นๆ รวมถึงเงินฝาก ตั้งแต่ร้อยละ 0 – 100 มีอายุกองทุนประมาณ 1 ปี

นายศุภกร ตุลยธัญ, CFA ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปี 2566 มีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบ Sideway ไม่ได้มี upside เยอะแต่ก็ไม่ได้มีความเสี่ยงติดลบรุนแรง เนื่องจากมองว่าปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากดดันภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนอยู่ในระดับที่สมดุลกัน โดยประเมินปัจจัยบวกหลักๆ ได้แก่ 1) GDP ของประเทศไทยที่มีแนวโน้มเติบโตในอัตรา 3.7% สูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วที่ GDP มีแนวโน้มเติบโตเพียง 1.2% (ที่มา: กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF) 2) ภาคการท่องเที่ยวที่จะฟื้นตัวต่อเนื่องโดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจีนหลังจากจีนเปิดประเทศ และ 3) การเลือกตั้งใหญ่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงกลางปีนี้ จะสนับสนุนการตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น 

อย่างไรก็ตาม คาดว่าตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยลบที่เข้ามากดดัน ได้แก่ 1) ภาคส่งออกที่มีสัดส่วนประมาณ 60% ของมูลค่า GDP มีแนวโน้มหดตัวจากความเสี่ยงการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในประเทศที่พัฒนาแล้ว 2) นอกเหนือจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยโดยเฟดฯ แล้วนั้น ธปท.มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอีก 2 ถึง 3 ครั้งในปีนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 2.00% ถึง 2.25% จาก 1.5% ในปัจจุบัน 3) อัตรากำไรต่อหุ้นของตลาดหุ้นไทยที่มีความเสี่ยงจะถูกปรับลดประมาณการ จากกลุ่มบริษัทพลังงานและบริษัทภาคอุตสาหกรรมที่แนวโน้มกำไรลดลง

ดังนั้น มองว่าการลงทุนใน “หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ประเภท KIKO (Knock-In Knock-Out)” ที่อ้างอิงกับหุ้นไทย หรือหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงระยะสั้นที่มีการจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนอ้างอิงกับราคาหุ้นหรือราคาหุ้นในตะกร้าหลักทรัพย์ มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในหุ้น ในภาวะตลาด sideway

บลจ. พรินซิเพิล เตรียมเปิดตัว “กองทุนเปิดพรินซิเพิล คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” หรือ Principal Complex Return Fund Not for Retail Investors (PRINCIPAL CR-AI) มีทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาท (Green shoe 15%) สั่งซื้อขั้นต่ำ 500,000 บาท กำหนดเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) วันที่ 7 – 15 มีนาคม 2566 โดยกองทุนฯ มีนโยบายลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝาก โดยจะพิจารณาปรับสัดส่วนลงทุนได้ตั้งแต่ร้อยละ 0 – 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ทั้งนี้ กองทุน PRINCIPAL CR-AI มีอายุกองทุนประมาณ 1 ปี (ตั้งแต่ 11 – 13 เดือน) นับจากวันที่จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม โดยบริษัทจัดการจะพิจารณาเลิกกองทุนก่อนครบกำหนดอายุโครงการได้

ในช่วงครึ่งแรกของอายุโครงการ (ประมาณ 6 เดือน) นับจากวันที่จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม กองทุนฯ มีนโยบายเน้นลงทุนแบบ “buy-and-hold” (เน้นลงทุนครั้งเดียวและถือไว้จนครบกำหนดอายุโครงการ) ในสัดส่วนเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่เป็นหุ้นกู้อนุพันธ์ประเภท KIKO (Knock-In Knock-Out) ที่มีอายุตราสารสอดคล้องกับกรอบเวลาในช่วงครึ่งแรกของอายุโครงการดังกล่าว มีผลตอบแทนอ้างอิงกับหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประมาณ 1 ถึง 2 หลักทรัพย์ โดยมีเงื่อนไขการไถ่ถอนด้วยการส่งมอบเงินสดและหรือทรัพย์สินอื่นที่เทียบเท่าเงินสด หรือส่งมอบหุ้นอ้างอิงตามเงื่อนไขที่กำหนดของแต่ละตราสาร

ในส่วนของหุ้นอ้างอิง ผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกหุ้นไทยคุณภาพ ที่อยู่ในดัชนี SET 100 มีปัจจัยพื้นฐานดีใน 6-12 เดือนข้างหน้า มุ่งเน้นหุ้นที่มี Downside จำกัด และมีโอกาสเติบโตในอนาคต อีกทั้งจัดสรรน้ำหนักการลงทุนตามสัดส่วนโดยคำนึงถึงโอกาสเกิด Knock – in และ Knock – out ของพอร์ตลงทุนและความเสี่ยงโดยรวม เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนตามเป้าหมาย ทั้งนี้กองทุนจะลงทุนอย่างน้อยจำนวน 7 ตราสารเพื่อกระจายความเสี่ยงการลงทุน โดยผู้ออกตราสารจะต้องมีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสามารถที่ลงทุนได้ (Investment Grade) เท่านั้น

ส่วนในช่วงภายหลังจากระยะเวลาประมาณ 6 เดือนแรก แบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ 1) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)  ที่กองทุนเข้าลงทุนครบกำหนดไถ่ถอนโดยเข้าเงื่อนไขด้วยการส่งมอบเป็นเงินสดทั้งหมด บลจ. พรินซิเพิลจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดแบบอัตโนมัติ เพื่อคืนเงินแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนและเลิกกองทุนก่อนครบกำหนดอายุโครงการ และ 2) กรณีที่ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่กองทุนฯ เข้าลงทุนครบกำหนดอายุและได้รับมอบเป็นหุ้นอ้างอิงจากตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงใดๆ ที่กองทุนลงทุน บริษัทจัดการจะบริหารจัดการหุ้นอ้างอิงที่ได้รับมอบดังกล่าวต่อไป โดยอาจพิจารณาขายหลักทรัพย์ดังกล่าวออกบางส่วนหรือทั้งหมด รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ ที่กองทุนเข้าลงทุนตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ อย่างไรก็ดีในกรณีที่กองทุนจำหน่ายหุ้นอ้างอิง ทรัพย์สินอื่นๆ ทั้งหมดก่อนครบกำหนดอายุโครงการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติ เพื่อคืนเงินแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนและเลิกกองทุนก่อนกำหนดอายุโครงการ

ทั้งนี้ กองทุนเปิดพรินซิเพิล คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (PRINCIPAL CR-AI) เตรียมเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) วันที่ 7 – 15 มีนาคม 2566 สั่งซื้อขั้นต่ำ 500,000 บาท ผู้สนใจติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์  ตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืน และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด โทร.  02-686-9500 หรือ www.principal.th

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News