mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

3 กูรูฟันธง ‘เศรษฐกิจไทย’ แกร่ง ชี้กำลังซื้อ - ท่องเที่ยว- ลงทุนรัฐ - เอกชน หนุน ‘จีดีพีปี 66’ โตต่อเนื่อง

3 กูรูฟันธง ‘เศรษฐกิจไทย’ แกร่ง ชี้กำลังซื้อ - ท่องเที่ยว- ลงทุนรัฐ - เอกชน หนุน ‘จีดีพีปี 66’ โตต่อเนื่อง  

วันที่ 15 ก.พ.2566 สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ได้จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “มองต่างมุมเศรษฐกิจไทย ปี 2566” โดยได้เชิญ 3 กูรู 3 มุมมอง ทั้งภาคเอกชน ตลาดเงิน และตลาดทุน ประกอบด้วย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย , นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และนายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) มาแลกเปลี่ยนมุมมองทางด้านเศรษฐกิจ ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2566 เริ่มทยอยฟื้นตัว และการส่งออกสินค้าจะขยายตัวอย่างน้อย 1-2% โดยภาคเอกชนและกระทรวงพาณิชย์ร่วมทำงานเชิงรุกเจาะตลาดการส่งออกสินค้าไทยไปสู่ภาคตะวันออกกลาง เช่น ประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่เปิดประเทศเชื่อมสัมพันธ์กับไทยทำให้การส่งออกสินค้าไทยไปซาอุฯทำได้มากขึ้น รวมถึงกระทรวงพาณิชย์จะต้องเจรจาการค้าเพิ่มประเทศเข้ากรอบเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)เพิ่มเติม คาดว่าภายใน 2 ปีประเทศไทยจะมีข้อตกลงเอฟทีเอเพิ่มเป็น 27 ประเทศ

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะมีแรงขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยว คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึง 30 ล้านคนจากปีที่ผ่านมา 11.8 ล้านคน ทำให้นอกจากการท่องเที่ยวดี จะทำให้ภาคบริการดีและการจ้างงานก็จะดีขึ้นด้วย โดยมองว่ารัฐบาลจะต้องมีงบประมาณมาช่วยโปรโมทให้ชาวจีนเข้าเที่ยวไทยที่กำลังจะเข้ามาในไตรมาส 2 นี้ ทำให้จะเกิดการจับจ่ายใช้สอยและสร้างรายได้ให้กับประเทศ เกิดการจ้างงานและการลงทุนที่จะต้องเริ่มดึงดูดต่างชาติเข้ามาลงทุนทางตรง เพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็ว

“หอการค้าฯจะร่วมกับภาครัฐจัดเดินสายเจรจากับจีนให้เข้ามาลงทุนในไทย โดยภาครัฐจะต้องมีแรงจูงใจเรื่องความสะดวกในการทำธุรกิจและการลงทุนเพิ่มเติม แม้ภาษาจีนของคนไทยจะเสียเปรียบ แต่เศรษฐกิจไทยมีมุมมองให้จีนนั้นหลงใหล จีนเริ่มลงทุนในไทยมากขึ้น จนญี่ปุ่นอิจฉา โดยหลังจากการเลือกตั้งมีรัฐบาลใหม่จะทำให้มีการใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น ไม่ช้าไปเหมือนกับในอดีต ซึ่งรัฐบาลใหม่จะต้องทำงานใกล้ชิดเอกชนมากขึ้น ให้เข้าใจถึงความต้องการ มีมาตรการที่ออกมาจริง อยากให้รัฐบาลอำนวยความสะดวกมากกว่ามากำกับ”

นายสนั่น กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือจะช่วยธุรกิจเอสเอ็มอีได้อย่างไรให้เข้าถึงเงินทุนและมาตรการภาครัฐ ซึ่งมองว่าเรื่องภาษีจะมีส่วนช่วย เพราะที่ผ่านมามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น คนละครึ่ง แต่เอสเอ็มอีไม่กล้าเข้าร่วมเพราะกลัวเรื่องของภาษี ในเรื่องนี้ได้หารือกับอธิบดีกรมสรรพากรแล้ว ถ้าตกลงกันได้ที่จะช่วยเอสเอ็มอีในเรื่องภาษี ก็จะมีส่วนช่วยการจ้างงานในภาคเอสเอ็มอี 2-3 ล้านคน

นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2566 จะยังชะลอตัว แต่ในแต่ละประเทศมีการเติบโตที่แตกต่างกันออกไป เช่น เศรษฐกิจสหรัฐฯจะเติบโต 1.4% ในปี 2566 และในปี 2567 จะเติบโต 1% ซึ่งชะลอลงจากดอกเบี้ยสหรัฐขึ้นมากขึ้นเร็วและยังไม่หยุดขึ้น อาจขึ้นจนถึงกลางปีและยังไม่ลดลงจนถึงสิ้นปีนี้ และเศรษฐกิจยุโรปได้มีปัญหามากจากสงครามรัสเซียกับยูเครน การขาดแคลนด้านพลังงานและสินค้าวัตถุดิบด้วย ขณะที่เศรษฐกิจในเอเชียดีขึ้น โดยเฉพาะของไทยที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับด้านเงินเฟ้อของแต่ละประเทศมีความแตกต่างเช่นเดียวกัน ซึ่งเงินเฟ้อของไทยในปีนี้ราคาอาหารและราคาพลังงานไม่สูงมากเท่ากับปีที่ผ่านมาที่เกือบ 100% เงินเฟ้อสูงมาจากราคาค่าไฟ ค่าน้ำมัน อาหารสด แต่เศรษฐกิจปีที่แล้วยังไม่ฟื้นตัวมาก ทำให้แรงกดดันด้านอุปสงค์ยังมีน้อย และผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนไปบางส่วนเท่านั้น ทำให้ในปีนี้ผู้ประกอบการอาจส่งผ่านต้นทุนราคาสินค้าเพิ่มมากขึ้นได้ ทำให้เงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยต่อการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่โลกผันผวน โดยต้องทำอย่างรอบคอบและชั่งน้ำหนักทั้งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และเสถียรภาพระบบการเงิน

“การขึ้นดอกเบี้ยต่างประเทศขึ้นเร็วขึ้นมาก แต่ไทยไม่มีความจำเป็น ที่ผ่านมาดอกเบี้ยไทยค่อนข้างต่ำ ต่ำเป็นประวัติการณ์ ตอนนี้กำลังกลับเข้าสู่ระดับปกติ เพื่อให้มี Policy Space ให้ลดดอกเบี้ยลงไปได้ ถ้าไม่ทำอะไรเลยถ้าเกิดผันผวน นโยบายการเงินจะไม่มีช่องว่างให้ทำได้ โดยยังย้ำการปรับดอกเบี้ยนโยบายกลับสู่ปกติค่อยเป็นค่อยไป ไม่ให้ตลาดผิดไปจากที่คาดไว้ ซึ่งมีหลายคนบอกว่าขึ้นดอกเบี้ยช้าจะเกิดส่วนต่างดอกเบี้ยกับประเทศอื่น ทำให้เงินไหลออก ซึ่งความจริงในไตรมาส 4 ที่ผ่านมามีเงินไหลเข้าด้วยซ้ำ ส่วนใหญ่นักลงทุนไม่ได้มองดอกเบี้ย แต่มองเศรษฐกิจ ทุนสำรอง หนี้ต่างประเทศต่ำ ดูว่าจะเกิดวิกฤติอะไรหรือไม่ เหมือนกับไฟแนนเชี่ยลไทม์ ได้บอกว่าเงินสกุลบาทมีเสถียรภาพสามารถทนทานต่อวิกฤติการเงินของโลกได้”

นอกจากนี้ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (อีเอสจี) เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งปัจจุบัน ธปท.ได้รับความร่วมมือหลายส่วนและธปท.กำลังทำ Thailand Taxonomy เพื่อจัดกลุ่มสีเขียว ให้เป็นมาตรฐาน และให้ภาคการเงินสร้างผลิตภัณฑ์และบริการสีเขียวมากขึ้น มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆต้องรองรับให้ได้ ดูกระบวนการผลิตอย่างไร เพื่อให้ผู้ที่ทำธุรกิจร่วมกัน ให้ทราบว่าประกอบธุรกิจทำอย่างไร ดูตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำ ไม่ใช่แค่ดูว่าเป็นสีเขียวเท่านั้น และภาครัฐต้องมีแรงจูงใจให้ภาคเอสเอ็มอีปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจสีเขียวมากขึ้น

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) กล่าวว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นวิกฤติที่ไม่เคยเจอ ทั้งโควิด-19 และยูเครนกับรัสเซีย หรือสภาพคล่องลดลง รวมถึงดอกเบี้ยสูง มีปัจจัยต่างๆทำให้กระทบเศรษฐกิจ ตลาดทุนทั่วโลก โดยในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้มากกว่าปีที่แล้ว และนักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นเห็นได้จากเดือนม.ค.2566 แค่เดือนเดียวมีเงินไหลเข้ามา 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตอนนี้เงินบาทแข็งค่า 34 บาทต่อดอลลาร์เมื่อเทียบกับ 38 บาทต่อดอลลาร์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ในด้านตลาดทุนอุตสาหกรรมที่จะเป็นจุดแข็งของประเทศไทยคือการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอาหาร การท่องเที่ยว การลงทุนที่ยั่งยืน และเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งแม้อุตสาหกรรมอาหารของไทยจะดูเก่า แต่ได้นำเทคโลยีเข้ามาพัฒนามากขึ้น เช่น การแปลงพืชเป็นเนื้อสัตว์ หรือ Plant based food ทำอาหารให้มีคุณค่า การใช้เทคโนโลยีให้มีมูลค่าเพิ่มได้ ซึ่งเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ

สำหรับการสนับสนุนตลาดทุนไทย ตลท.ได้ปรับปรุง 2 เรื่อง โดยในเรื่องแรกทำอย่างไรให้ภาคธุรกิจระดมทุนได้ตั้งแต่ขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็ก จากเดิมเป็นแค่ขนาดใหญ่กับขนาดกลาง โดยตลท.เริ่มมีกระดานเทรดใหม่ระดมทุนให้เอสเอ็มอีเข้าถึงง่ายมากขึ้น เช่น LiVE Exchange เป็นต้น

“ในปีนี้สิ่งที่อยากให้นักลงทุนพิจารณา คือ ความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างรัสเซียกับยูเครน ความผันผวนของราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อที่ขยับสูงขึ้น ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายเป็นความเสี่ยงที่ลดลง ดังนั้นนักลงทุนจะต้องติดตามข่าวสารต่างๆอยู่เสมอ และผลกระทบต่างๆของเศรษฐกิจแต่ละประเทศ แต่ละอุตสาหกรรม และผลกระทบที่จะมีต่อบริษัทจดทะเบียน (บจ.) แต่ละอุตสาหกรรมจะมีความแตกต่างกัน ดังนั้นนักลงทุนจะติดตามข่าวสาร เพื่อลงทุนในสินทรัพยที่เหมาะสม”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News