mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เอสซีจีโชว์ผลประกอบการ9เดือนแรกปี 2560ลดลง3%เดินหน้าผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยีตอบรับยุคดิจิทัล

เอสซีจี โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2560 กำไรลดลงเล็กน้อยเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เผยกลยุทธ์เปิดรับความร่วมมือนวัตกรรมจากทั่วโลก พร้อมลงทุน                  สตาร์ทอัพผ่านกองทุนระดับเวิลด์คลาส มุ่งเดินหน้าการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเสริมแกร่งธุรกิจยุคดิจิทัล ตอบรับ Digital Transformation และ Industry 4.0 ขณะที่คาดการณ์ความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศ                          มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากความคืบหน้าโครงการภาครัฐ

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า งบการเงินรวมก่อนสอบทานของเอสซีจีในไตรมาสที่ 3 ปี 2560 มีรายได้จากการขาย 112,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากไตรมาสก่อน ผลจากยอดการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น มีกำไรสำหรับงวด 11,836 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 16 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากในไตรมาสที่ 3 ของปี 2559 มีการตั้งสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี จำนวน 1,800 ล้านบาท ประกอบกับส่วนต่างราคาของสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลง และลดลงร้อยละ 11 เทียบจากไตรมาสก่อนซึ่งเป็นช่วงที่มีรายได้เงินปันผลรับจากเงินลงทุนในส่วนงานอื่น

สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2560 เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 337,521 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น มีกำไร 42,474 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสภาพตลาดชะลอตัวและการแข่งขันโดยรวมในธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่รุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการส่งออก 91,123 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จาก        ช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับผลการดำเนินงานของเอสซีจีในอาเซียน นอกเหนือจากประเทศไทยในไตรมาสที่ 3 เอสซีจีมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียน 26,944 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2560 มีรายได้จากขายในภูมิภาคอาเซียน เท่ากับ 78,945 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24 จากยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ เอสซีจีมีสินทรัพย์รวมในอาเซียน นอกเหนือจากประเทศไทย ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 มูลค่า 142,573 ล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 25 ของสินทรัพย์รวมของบริษัท

สินทรัพย์รวมของเอสซีจี ณ วันที่  30 กันยายน 2560 มีมูลค่า 562,814 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 และ 9 เดือนของปี 2560 แยกตามรายธุรกิจดังนี้

เอสซีจี เคมิคอลส์  ในไตรมาสที่ 3 ปี 2560 มีรายได้จากการขาย 50,590 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ร้อยละ 2 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น มีกำไรสำหรับงวด 9,762 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากไตรมาสก่อน เนื่องจากมีกำไรจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือและปริมาณการขายเพิ่มขึ้น ในขณะที่ลดลงร้อยละ 18 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากส่วนต่างราคาของ HDPE-Naphtha และราคา by-products ปรับตัวลดลง ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงใน 9 เดือนแรกของปี 2560 มีรายได้จากการขาย 154,446 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาของผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้น มีกำไรสำหรับงวด 32,387                       ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการดำเนินการของบริษัทร่วมที่ดีขึ้น

เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในไตรมาสที่ 3 ปี 2560 มีรายได้จากการขาย 44,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลการดำเนินงานของโรงงานในภูมิภาคอาเซียนที่เดินหน้าการผลิตออกสู่ตลาดแล้ว มีกำไรสำหรับงวด 1,763 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ใกล้เคียงไตรมาสก่อน ใน 9 เดือนแรกของปี 2560 มีรายได้จากการขาย 131,883 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการดำเนินงานของเอสซีจีในภูมิภาคอาเซียน มีกำไรสำหรับงวด 5,999 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากสภาวะตลาดในประเทศไทยที่ยังคงชะลอตัวและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น รวมถึงค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น

เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ในไตรมาสที่ 3 ปี 2560 มีรายได้จากการขาย 20,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศเวียดนาม และเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักจากปริมาณและราคาขายที่เพิ่มขึ้น มีกำไรสำหรับงวด 772 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ลดลงร้อยละ 24 จากไตรมาสก่อน ใน 9 เดือนแรกของปี 2560 มีรายได้จากการขาย 60,016 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากธุรกิจมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานในอาเซียน มีกำไรสำหรับงวด 3,487 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า “สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2560 เอสซีจีมียอดขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products & Services - HVA) 130,690 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 39 ของยอดขายรวม โดยใช้งบประมาณการลงทุนรวมด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมกว่า 2,400 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.7 ของยอดขายรวม โดยบริษัทฯ เน้นการเปิดรับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากทั่วโลกผ่านการทำงานของ Open Innovation Center ในการร่วมคิดและพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการสู่ตลาด ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้รวดเร็วและตรงจุดยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานแล้วกว่า 6,500 คน และมีโครงการต่อยอดนวัตกรรมร่วมกันอีกกว่า 30 โครงการ ขณะเดียวกันยังคงแสวงหาความร่วมกับเครือข่ายสตาร์ทอัพทั่วโลก ผ่านการลงทุนของ AddVentures บริษัทในรูปแบบ Corporate Venture Capital หรือ CVC โดยล่าสุดได้ลงทุน Funds of Funds ผ่านกองทุน               ชั้นนำระดับเวิลด์คลาส (Venture Capital) เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของสตาร์ทอัพอีโคซิสเท็มทั่วภูมิภาค

อีกทั้ง เอสซีจียังเดินหน้ากลยุทธ์ตอบรับ Digital Transformation และ Industry 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) มาประยุกต์ใช้เพื่อเสริมประสิทธิภาพระบบปฏิบัติการของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อาทิ ระบบตรวจสอบปริมาณซีเมนต์คงเหลือในไซโลซีเมนต์ของเอสซีจี รวมทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับการขนส่งโลจิสติกส์ เพื่อตรวจสอบสินค้าในสต็อกของลูกค้าได้แบบอัตโนมัติ อีกทั้งนำเทคโนโลยี Robotics มาปรับใช้ในกระบวนการผลิตและซ่อมบำรุง เพื่อให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และเสริมความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อทดแทนการทำงานของคนในพื้นที่เสี่ยงและยังสามารถลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศได้อีกด้วย”

นอกจากนี้ เอสซีจียังให้ความสำคัญกับธุรกิจบริการเช่นกัน ล่าสุด เปิดตัว เอสซีจี เอ็กซ์เพรส ระบบการจัดส่งพัสดุด่วนที่มีคุณภาพและทันสมัย และเป็นรายเดียวในตลาดที่มีนวัตกรรมบริการส่งพัสดุด่วนแบบควบคุมอุณหภูมิ โดยปัจจุบันมียอดใช้บริการมากกว่า 600,000 กล่อง และมีเป้าหมายยอดการส่ง 1,000,000 กล่อง ในปีนี้ รวมถึงได้เปิดจุดรับบริการ 300 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดหลักๆ ทุกภาคในสิ้นปีนี้ อีกทั้ง มีแผนการขยายพื้นที่บริการเพิ่มเติมครอบคลุมทั่วประเทศในช่วงกลางปี 2561

สำหรับตลาดปูนซีเมนต์โดยรวมในประเทศไทยในไตรมาสนี้ แม้ว่าจะหดตัวราวร้อยละ 2 เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากไตรมาสก่อน คาดว่าเป็นผลจากโครงการเมกะโปรเจคท์ของภาครัฐเริ่มทยอยอนุมัติงบประมาณการลงทุน ขณะที่ภาคที่อยู่อาศัยและการก่อสร้างเชิงพาณิชย์ยังคงชะลอตัวตามปัจจัยฤดูกาล”

คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้ออกและเสนอหุ้นกู้ชุดใหม่ 2 ชุด ได้แก่ ครั้งที่ 2/2560 จำนวน 10,000 ล้านบาท อายุ 7 ปี และ ครั้งที่ 3/2560 จำนวน 25,000 ล้านบาท อายุ 4 ปี โดยเงินที่ได้รับจากการออกหุ้นกู้ส่วนหนึ่งนำไปไถ่ถอนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในวันที่ 1 ตุลาคม 2560

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News