mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย เผยกลยุทธ์สร้างองค์กรในฝันของพนักงานยุคนี้

ความยืดหยุ่น-บทบาทแห่งผู้นำใหม่-ความเจริญรุ่งเรือง-อนาคตที่เป็นมิตรกับครอบครัว-สุขภาพจิตที่”  5 ปัจจัยที่จะสร้างความแข็งแกร่ง ความสำเร็จ และประสิทธิภาพองค์กรให้มากขึ้น -

โลกแห่งการทำงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก การแข่งขันทางธุรกิจทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้คนไม่เพียงแค่ต้องการอยู่รอด พวกเขาต้องการที่จะเติบโต และพร้อมที่จะออกจากงานทันทีหากไม่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิต นำไปสู่ภาวะการขาดแคลนพนักงานที่มีทักษะเพิ่มขึ้น นอกจากค่าจ้างที่เป็นธรรม และความมั่นคง สิ่งเหล่านี้  เป็นปัจจัยพื้นฐานที่พนักงานคาดหวัง แต่ในยุคนี้ พนักงานมีความต้องการมากขึ้นทั้งจากชีวิตการทำงานและจากนายจ้าง เช่น ความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งทางอารมณ์และทางร่างกาย คือ ความสำคัญอันดับต้น ๆ ของพนักงาน ดังนั้น หลายองค์กรจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ ‘ต้องรับฟัง ต้องคิดใหม่’ ตลอดจนต้องสร้างสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้ตรงใจ และตอบโจทย์  กับการเปลี่ยนแปลงที่ ‘คน’ ในยุคนี้ ไม่ได้เลือกทำงานกับองค์กรมีชื่อเสียงเท่านั้น แต่องค์กรนั้น ๆ จะต้องสร้างความสุขในที่ทำงาน และมอบสมดุลในการดำเนินชีวิตด้วย

คุณลิลลี่ งามตระกูลพานิช ผู้จัดการประจำประเทศไทย แมนพาวเวอร์กรุ๊ป เปิดเผยว่า “ปัจจุบันการเติบโตในที่ทำงานของพนักงาน คือ การได้รับอำนาจในการเติบโต การดูแลสภาวะจิตใจและความเป็นอยู่ที่ดีทางร่างกาย ในขณะเดียวกันพวกเขา ก็มุ่งมั่นที่จะค้นหาความหมายและเป้าหมายในการทำงาน เพื่อกำหนดและสร้างความสำเร็จให้กับตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจในหัวข้อ ความต้องการของพนักงานในยุคนี้ ที่ ‘แมนพาวเวอร์กรุ๊ป’ ได้ร่วมมือ ‘Thrive Global’ บริษัทเทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมชั้นนำระดับโลก เพื่อศึกษาและวิจัยกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย พนักงานหน้างาน องค์กร และคอลเซ็นเตอร์กว่า 5,000 คน ตลอดจนผู้หางานใน 5 ประเทศ (ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อิตาลี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา) พบว่า  5 ปัจจัยหลักในการออกแบบงานในฝันของพนักงานในยุคนี้ ที่จะทำให้พนักงานรู้สึกถึงการเติบโตเจริญก้าวหน้า และมีสุขภาพจิตที่ดีในการทำงาน ได้แก่

  1. การสร้างความยืดหยุ่นสำหรับทุกคน (PUSHING THE FLEXIBILITY FRONTIER) ชีวิตการทำงานเปลี่ยนแปลงไป อย่างมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา พนักงานต้องการทางเลือก และมีอิสระมากขึ้น การทำงานแบบไม่ต้องเข้าออฟฟิศ (Remote work) หรือแบบไฮบริด คือผสมทั้งเข้าและไม่เข้าออฟฟิศ โดยจากผลสำรวจพบว่า 93% ของพนักงานทั้งหมดมองว่าความยืดหยุ่นมีความสำคัญต่อชีวิตการทำงานของพวกเขา 64% ต้องการเปลี่ยนไปทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ (ปริมาณงานเยอะขึ้น ชั่วโมงอัดแน่น ทำงานหนักเต็มที่ ได้ค่าจ้างเต็ม) 45% ต้องการสามารถกำหนดเวลาเข้างานและเลิกงานได้เอง 35% ต้องการเลือกสถานที่ทำงาน (ที่ทำงานหรือที่บ้าน) ตามความต้องการในแต่ละวัน 18% หรือเกือบ 1 ใน 5 ตัวอย่างสำรวจ ต้องการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์แบบปริมาณงานเท่าเดิม โดยยอมถูกลดค่าจ้าง แลกกับความสมดุลระหว่างชีวิต-งานที่ดีขึ้น
  2. การเปลี่ยนบทบาทผู้นำในยุคใหม่ (REWRITING THE RULES OF LEADERSHIP) ความคาดหวังของพนักงานเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาต้องการจากงาน จากผู้นำ แบบสำรวจนี้สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยรายงานระบุว่า พนักงานต้องการทำงานกับคนที่เข้ากันได้และไว้วางใจ (79%) มีหัวหน้าที่พร้อมคอยสนับสนุน (74%) และผู้นำที่เชื่อถือได้ (71%) หลายคนต้องการค้นหาความหมายของงานที่ตัวเองทำ (70%) ขณะที่ บางคนอยากทำงานที่มีส่วนช่วยสังคมในเชิงบวก (64%) ทั้งนี้ ผู้นำควรเป็นผู้เริ่มต้นสร้างวัฒนธรรมองค์กร และเป็นผู้เชื่อมโยงความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับพนักงาน เพื่อประสิทธิภาพการทำงานในอนาคต
  3. ความเจริญรุ่งเรือง และวิธีการก้าวสู่ความสำเร็จ (THRIVING - THE HOW TO) การระบาดของโควิด-19 ครั้งใหญ่นี้ ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตการทำงานของผู้หญิงเป็นอย่างมาก ซึ่งพบว่าผู้หญิงมีภาวะหมดไฟในการทำงานสูงกว่าผู้ชายหลายองค์กรสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ มีการเสนอโอกาสที่ดีกว่าให้กับกลุ่มผู้มีความสามารถที่กว้างขึ้นโดยไม่จำกัดเพศ และบริษัทที่มีผู้หญิงมีบทบาทเป็นผู้นำมากขึ้นก็มีผลงานดีขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความต้องการของผู้หญิงและผู้ชายก็ยังมีความแตกต่างกัน โดย 5 อันดับแรกที่ผู้หญิงและผู้ชายต้องการจากที่ทำงานมากที่สุด คือ 1. การทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่พวกเขาไว้วางใจ (ผู้หญิง 82% / ผู้ชาย 77%) 2. มีหัวหน้าที่พร้อมช่วยเหลือ (ผู้หญิง 77% / ผู้ชาย 71%)  3. การได้ทำงานที่มีคุณค่า (ผู้หญิง 73% / ผู้ชาย 69%) 4. การทำงานให้กับองค์กรที่มีค่านิยมหรือวิสัยทัศน์ตรงกับตน (ผู้หญิง 69% / ผู้ชาย 65%) และ 5. การดูแลสุขภาพจิต (ผู้หญิง 60% / ผู้ชาย 54%)
  4. การสร้างอนาคตที่เป็นมิตรกับครอบครัว (FORGING A FAMILY FRIENDLY FUTURE) ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากประสบปัญหาการงาน การเรียน และการใช้ชีวิตที่บ้าน หลายคนได้ประเมินชีวิตและลำดับความสำคัญของตนเองใหม่อีกครั้ง และต้องการการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่พนักงานที่เป็นคุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลลูกเล็ก หรือพนักงานที่มีภาระต้องดูแลญาติผู้สูงอายุ (พวกเขามักจะออกจากมากกว่าพนักงานอื่นทั่วไป)  ต้องการจากนายจ้างมากขึ้น  คือ โอกาสก้าวหน้าในอาชีพ (75%) งานที่มีความหมาย (74%) การสนับสนุนให้มีสุขภาพแข็งแรง (56%) การสนับสนุนการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น (54%) ต้องการตัวเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ และปัจจัยสำคัญในเลือกสถานที่ทำงานของกลุ่มพนักงานในกลุ่มนี้ คือ ความยืดหยุ่น และการเลือกเวลาเริ่มและเลิกงาน ซึ่งองค์กรจำเป็นต้องปรับสมดุลการทำงานสำหรับพนักงานกลุ่มนี้ โดยการสนับสนุนแก่ผู้ปกครองที่ต้องการในการจัดการเวลาที่ไม่แน่นอนด้วยความเครียดน้อยลง การสร้างทางเลือกที่สนับสนุนการจ้างงานที่ยั่งยืน หล่อเลี้ยงศักยภาพ การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด จะได้รับทราบปัญหา ให้ความช่วยเหลือ เพื่อรักษาพนักงานที่มีทักษะไว้
  5. การต่อสู้กับความเหนื่อยหน่าย และการสร้างสุขภาพจิตที่ดี (FIGHTING BURNOUT, BUILDING MENTAL FITNESS) องค์กรต้องตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงาน ควบคู่กับการส่งเสริม และสร้างสุขภาพจิตที่ดี ตลอดจนให้โอกาสในการสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจ เน้นการป้องกันและการรักษาความเครียดของพนักงาน ซึ่งปัจจุบันพนักงานมีความเครียด(38%) ความเครียดก่อนเกิดโรคระบาด (32%) และมีความเครียด ในช่วงที่ระบาดสูงสุดอยู่ที่ (42%) ทั้งนี้ พนักงาน 1 ใน 4 (25%) ต้องการความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงาน โดยเฉพาะพนักงานวัยหนุ่มสาวที่กำลังประสบกับความรู้สึกวิตกกังวลมากขึ้นถึง 42% อย่างไรก็ตาม พวกเขามีแนวโน้มที่จะเปิดใจ และหารือเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่ดีในที่ทำงาน

คุณลิลลี่ กล่าวในท้ายที่สุดว่า “การทำงานในโลกยุคปัจจุบัน และกฎเกณฑ์ทางธุรกิจเปลี่ยนไป องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิด และปรับพฤติกรรมภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยืดหยุ่น บทบาทใหม่ของผู้นำ ความเจริญรุ่งเรือง การสร้างอนาคตที่เป็นมิตรกับครอบครัว การต่อสู้กับภาวะหมดไฟ สร้างสุขภาพจิตที่ดี  เพื่อให้สามารถบริหาร จัดระเบียบ กระตุ้น จัดการสร้างและปรับสมดุลระหว่างองค์กร งาน และพนักงานได้อย่างลงตัว และสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานให้ได้ สิ่งเหล่านี้จะดึงดูด หล่อเลี้ยง และรักษาพนักงานที่มีทักษะความสามารถที่ดีที่สุดไว้ และจะสามารถพิชิตชัยชนะในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูงที่สุดได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้หากบริษัทใดกำลังมองหาพนักงานที่มีทักษะ และผู้ช่วยในการการสร้างทางเลือก พัฒนา และรักษาบุคลกรในองค์กรอย่างยั่งยืน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://go.manpowergroup.com/whatworkerswant และท่านใดกำลังมองหางานใหม่ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02 171 2399 หรือ อีเมล recruitmentthailand@manpower.co.th หรือ https://www.manpowerthailand.com/th และทุกแพลตฟอร์มของโซเชียลมีเดีย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News