mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

LPN เดินหน้า Turnaround เปิดตัว 6 โครงการใหม่ครึ่งหลังปี 65

         “LPN” เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแผน Turnaround  เปิดตัว 6 โครงการใหม่ มูลค่า 6,700 ล้านบาท พร้อม Re-design และ Re-branding ภายใต้แบรนด์ “168” ที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 คงเป้าหมายยอดขายปี 2565 แตะ 13,000 ล้านบาท 

        นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวล ลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เปิดเผยถึงแผนธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ว่า ถึงแม้เศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหรืออาจถึงขั้นถดถอย (Recession)  ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากสถานการณ์วิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากการแพร่ระบาดที่ยาวนานของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) และสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ทำให้ระดับราคาน้ำมัน ราคาสินค้า และอัตราเงินเฟ้อ ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงเกินร้อยละ 5 ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ประมาณร้อยละ 0.25-0.5 เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้น แต่ LPN ยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการตามแผนที่วางไว้มูลค่ารวม 13,700 ล้านบาท และยอดขายไม่น้อยกว่า 13,000 ล้านบาท

         “เราได้มีการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยง การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและมีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรายังคงดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้” นายโอภาส กล่าว 

         ในปี 2565 บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ 10 โครงการ มูลค่ารวม 13,700 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการอาคารชุดพักอาศัย 6 โครงการ มูลค่า 10,000 ล้านบาท และ โครงการบ้านพักอาศัย 4 โครงการ มูลค่า 3,700 ล้านบาท 

         ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกปี 2565 มีการเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ มูลค่า 7,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการ เพลส 168 ปิ่นเกล้า , โครงการลุมพินี เพลส แจ้งวัฒนะ - ปากเกร็ด สเตชั่น , โครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต - คลอง 1 เฟส 3 และโครงการลุมพินี วิลล์ จรัญ – ไฟฉาย เฟสใหม่   ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด ทำให้มียอดขายรวม(Presale) 4,800 ล้านบาท ในครึ่งแรกของปี 2565 เติบโตร้อยละ 17 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 37 ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ 13,000 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดการรับรู้รายได้ของบริษัทในครึ่งแรกของปีอยู่ที่ 4,190.74 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 338.78 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 50 และ ร้อยละ 39  ตามลำดับเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 

         “ยอดขายและการรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 มีอัตราการเติบโต เป็นผลมาจากเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปี 2564 กำลังซื้อที่ชะลอตัวมาตั้งแต่ปี 2564 เริ่มกลับเข้าสู่ตลาด ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน จนส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวในช่วงปลายไตรมาส 2 และต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 3 ปี 2565 ทำให้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 เรายังคงดำเนินการตามแผนที่วางไว้

         โดยเปิดตัวโครงการใหม่ 6 โครงการ มูลค่า 6,700 ล้านบาท หลังจากที่เปิดตัวโครงการใหม่ไป 4 โครงการ มูลค่า 7,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 และคงเป้าหมายยอดขายที่ 13,000 ล้านบาท ถึงแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวหรือถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี  เนื่องจากตลาดยังคงมีกำลังซื้อ แต่ผู้ซื้ออาจจะปรับลดงบประมาณในการซื้อที่อยู่อาศัย เพราะไม่แน่ใจรายได้ในอนาคต โดยราคาที่อยู่อาศัยที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย ยังคงมีแนวโน้มเติบโตทั้งอาคารชุดและบ้านพักอาศัย เนื่องจากตอบโจทย์ความต้องการและอยู่ในงบประมาณของผู้ซื้อที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูงได้เป็นอย่างดี

         นายโอภาส กล่าวอีกว่า ถึงแม้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 จะเผชิญกับปัจจัยลบหลายปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ตาม แต่การที่กฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้และการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มจำนวน ในปี 2565 ด้านหนึ่งทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ มีต้นทุนทางการเงินที่ต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับที่ดินเปล่าและสินค้าคงเหลือที่มีอยู่แต่อีกด้านหนึ่งก็เป็นปัจจัยบวกที่ทำให้เจ้าของที่ดิน (Landlord) ยอมที่จะขายที่ดินออกมาในระดับราคาที่เหมาะสม เพื่อลดภาระการถือครองที่ดิน เป็นจังหวะที่ดีในการซื้อที่ดินของผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาโครงการในอนาคต โดย LPN มีงบในการซื้อที่ดิน 4,000 ล้านบาทในปี 2565 และได้ลงทุนซื้อที่ดินไปแล้ว 1,400 ล้านบาทในครึ่งแรกของปี และมีแผนที่จะซื้อที่ดินเพิ่มอีก 2,600 ล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ 

         “168” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน

          ตามแผนในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 บริษัทมีแผนเปิดตัว 2 โครงการคอนโดมิเนียม มูลค่า 3,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการที่บริเวณราชพฤกษ์ ซอย 5 ใกล้มหาวิทยาลัยสยาม และโครงการที่อ่อนนุช ซอย 19   พร้อมเปิดตัวโครงการบ้านพักอาศัย 4 โครงการ ประกอบด้วย เวนู 168 ราชพฤกษ์ , เวนู 168  เวสต์เกต และเวนู 168 คูคต สเตชั่น และโครงการเรสซิเดนซ์ 168 ราชพฤกษ์ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีมูลค่ารวม  3,700 ล้านบาท  

         “ทุกโครงการที่เปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 เป็นโครงการที่เปิดตัวภายใต้แบรนด์ใหม่ คือ “168” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ถูกออกแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปภายใต้แนวคิด “น่าอยู่”  (Livable Home) มากขึ้น ผ่านการออกแบบที่ตอบสนองการใช้ชีวิตวันนี้ ทั้งอาคารชุดและบ้านพักอาศัย ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับเรื่องการผสานการใช้งาน (Function) และการดึงอารมณ์ ความรู้สึก (Emotion) ตามความชอบ บุคลิก ที่เรียกว่าต้องเข้าใจ Insight ของลูกค้า เพราะแต่ละกลุ่มก็มีความเฉพาะเจาะจง ทำให้งานออกแบบมีสไตล์ที่สะท้อนตัวตน และรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าได้ชัดเจน

         การออกแบบทั้งโครงสร้างและตกแต่งภายในแบบ Stylish Smart Living บ้านวิถีใหม่ ที่มีสไตล์เฉพาะตัวด้วยเทคโนโลยีการอยู่อาศัยที่ง่ายขึ้น  มีเอกลักษณ์สัมพันธ์กับพื้นที่ ไม่เพียงแค่ความสวยงามทันสมัยเท่านั้น แต่ต้องใส่ใจกับการใช้งานที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงของคนเมืองรุ่นใหม่ ที่ลงตัวในทุกมิติของการใช้ชีวิต ทั้งการใช้งานและการออกแบบที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ (Identity) เฉพาะตัวของผู้อยู่อาศัย ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มคนที่เริ่มต้นทำงาน (First Jobber) กลุ่มที่สร้างธุรกิจเอง (Entrepreneur) รวมไปถึงกลุ่ม Startups”

         “เราปรับการออกแบบทุกโครงการและทุกยูนิตภายใต้แบรนด์ ”168” ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยนำผลวิจัยทุกความต้องการของลูกค้า (Human Centric) ของ LPN มา Re-Design ทุกโครงการใหม่ของเราให้มีรูปแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปรับฟังก์ชั่นการใช้งานให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย (Customer Target) และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละโครงการ ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ 5 ปี (2565-2569) Turnaround ขององค์กร” 

         " ปี 2565 เป็นปีที่เราเดินหน้าการทำธุรกิจเต็มสูบ หลังจากที่ชะลอแผนการลงทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 เพื่อที่จะสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ และสร้างฐานเพื่อการรับรู้รายได้ตามแผนยุทธศาสตร์ที่จะสร้างยอดขายแตะระดับ 20,000 ล้านบาทในปี 2569 ด้วยการเปิดตัวและพัฒนาโครงการใหม่ให้ครอบคลุมในทุกกลุ่มเป้าหมายและในทุกทำเลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล” นายโอภาส กล่าว 

         สำหรับลูกค้าที่สนใจเยี่ยมชมโครงการ สามารถลงทะเบียนนัดหมายเยี่ยมชมโครงการพร้อมสำรองที่จอดรถได้ที่ LPN Call Center 02-689-6888 หรือ Facebook : LPN Connect หรือแอพพลิเคชั่น LINE OA ที่ @LPNConnect 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News