mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ทีเอ็มบีธนชาต จับมือพันธมิตร 4 บลจ. ชั้นนำ แนะสินทรัพย์เสี่ยงยังมีพลัง ครึ่งปีหลังยังต้องลงทุน

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จับมือพันธมิตร 4 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำ จัดสัมมนาออนไลน์ “ttb investment outlook 2022 : จับทิศทางเศรษฐกิจพิชิตการลงทุนครึ่งปีหลัง” แนะความรู้สำหรับนักลงทุน เปิดมุมมอง รวมถึงวิเคราะห์ทิศทางตลาด พร้อมเจาะเทรนด์ตลาดพิชิตพอร์ตครึ่งปีหลัง เพื่อช่วยสร้างโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุน นำไปสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นทั้งในวันนี้ และอนาคต โดยมีกูรูและผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจากทีเอ็มบีธนชาต พร้อมด้วย 4 พันธมิตรของธนาคาร ได้แก่ Amundi,  บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย), บลจ.กรุงไทย และ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) มาร่วมให้ความรู้

นายอภิวัฒน์ น้าประทานสุข  ผู้บริหารกลยุทธ์ด้านการลงทุน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนี้มีแนวโน้มดีขึ้น ตลาดหุ้นได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และควรเริ่มลงทุนกันตั้งแต่ตอนนี้” เนื่องจากมี 3 ปัจจัยหลักสนับสนุนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้แก่ 1. อัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มลดลง จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว 2. นักลงทุนในตลาดรับรู้แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางที่สำคัญ เช่น Fed ไปมากแล้ว และ 3. ภาวะเศรษฐกิจถดถอยยังยากที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในตลาด Developed Market (DM) นั้น ต้องเน้นลงทุนในประเทศที่ดอกเบี้ยปรับขึ้นไปมากแล้ว และประเทศที่ดอกเบี้ยยังไม่มีแนวโน้มจะขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการลงทุนในประเทศที่ดอกเบี้ยกำลังจะขึ้น จึงเป็นที่มาว่าต้องลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และญี่ปุ่น แต่ควรชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปเพื่อรอดูสถานการณ์ โดยในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต้องเน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ซึ่งราคาได้ปรับตัวลงมามาก และจะได้ประโยชน์จากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวปรับตัวลงตามการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในอนาคตที่ลดลงอย่างเต็มที่ ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นต้องลงทุนเช่นกัน เนื่องจากมีข้อได้เปรียบทั้งในด้านการเติบโตของเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องจากการกลับมาเปิดประเทศ และธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ไม่มีแนวโน้มที่จะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี 2022 นี้

นายภูริพัฒน์ ละเอียดธนะกิจ นักกลยุทธ์ด้านการลงทุน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี กล่าวว่า ภาพรวมตลาด Emerging Market (EM) และสินทรัพย์อื่น ๆ มีปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในช่วงครึ่งปีหลังนี้ คือ เรื่องเงินเฟ้อ โดยในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้มีโอกาสที่จะขยับตัวสูงขึ้น ก่อนจะชะลอตัวลงในไตรมาส 4 ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตได้แบบชะลอตัวลง ขณะที่อานิสงส์เชิงบวกจากการเปิดประเทศทำให้ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ส่วนกรณีธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงธนาคารกลางอื่น ๆ ที่ทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้น อาจจะส่งผลต่อเงินทุนไหลออก โดยล่าสุดกว่า 60 ประเทศที่มีการขยับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 0.50% สะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ภาพรวมเศรษฐกิจอินเดียมีการเติบโตสูงและเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่จัดการได้ แม้ธนาคารกลางอินเดียจะมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยต่อ แต่ตลาดหุ้นอินเดียก็ยังมีนโยบายการคลังที่สนับสนุนอยู่ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในอาเซียนที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจค่อนข้างแข็งแกร่ง ได้ประโยชน์จากการกลับมาเปิดเศรษฐกิจมากขึ้น และเงินเฟ้อแม้จะสูงแต่ก็ยังไม่มากเท่ากับเทียบกับภูมิภาคอื่น ส่วนตลาดหุ้นจีนก็มีมุมมองที่ดีขึ้นจากท่าทีของทางการที่ผ่อนคลายกฎระเบียบที่เคยเข้มงวดก่อนหน้านี้  และตลาดหุ้นไทยนั้นเป็นตลาดหุ้นที่ยังคงต้องดูการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีความเปราะบาง อีกทั้งมีประเด็นเรื่องหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีน้ำหนักมากในตลาดหุ้นไทยที่คาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรมีโอกาสถูกปรับขึ้นได้จำกัด จากราคาน้ำมันที่เริ่มลดลงในช่วงนี้ รวมถึงถูกกดดันจากแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

นอกจากนี้  ยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองความรู้ในหัวข้อ “เจาะเทรนด์ตลาดพิชิตพอร์ตครึ่งปีหลัง” โดยผู้เชี่ยวชาญจาก 4 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำ ได้แก่ Amundi, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด

Mr. Christophe Romero, Managers of TSP Funds, Amundi กล่าวว่า มุมมองการลงทุนในครึ่งปีหลังของ 2022 เป็นช่วงที่ยากลำบากสำหรับตลาดทางการเงิน เริ่มต้นจากธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ปรับเปลี่ยนท่าทีต่อแนวทางการดำเนินนโยบายทางการเงินในช่วงต้นเดือนมกราคม ส่งผลให้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเป็นครั้งแรก จากนั้นเดือนกุมภาพันธ์สงครามในยูเครนส่งผลให้แนวโน้มเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับเป้าหมายของธนาคารกลาง ส่งผลให้ตลาดเงิน ซึ่งเริ่มจากตลาดพันธบัตรมีการปรับราคาอย่างรุนแรงและเริ่มขยายมาสู่สินทรัพย์เสี่ยงในเวลาต่อมา โดยเฉพาะสินทรัพย์ประเภทที่มีการประเมินมูลค่ารุนแรง ตั้งแต่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ตลอดไปจนถึงสินทรัพย์ประเภทที่มีระดับความเสี่ยงสูงสุดปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วนับจากต้นปีถึงปัจจุบัน  นอกจากนี้ การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 ในประเทศจีน ทำให้เกิดความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจเริ่มถดถอย โดยช่วงไตรมาสแรกดัชนีตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลง 20% เป็นการปรับตัวลดลงครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 50 ปีที่ผ่านมา นับว่ายังเป็นระดับการปรับตัวลดลงที่น้อยกว่าที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตน้ำมันครั้งแรกในปี 1973 (- 45% ) ช่วงภาวะฟองสบู่ในปี 2000 - 2002 (- 49% ) และช่วงวิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่ในปี 2008 ( - 57%) สำหรับประเทศไทยถึงแม้ว่าดัชนี SET จะมีผลการดำเนินงานที่ดีมากในช่วง 4 เดือนแรก แต่ท้ายสุดก็ร่วงลงมาเกือบ 5% สำหรับตลาดพันธบัตรตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกมีการปรับตัวลดลงกว่า 7% ขณะที่ตราสารหนี้ภาคเอกชนทั่วโลกปรับตัวลดลงถึง 12.2%

Mr. Florent Dang Tran Managers of TSP Funds, Amundi กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีการปรับพอร์ตรับมือสภาพตลาดที่ผันผวนจากปัจจัยต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบตลาดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้กองทุนสามารถควบคุมความผันผวนของกองทุนได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะในภาวะตลาดผันผวนสูงในช่วงเดือนกุมพาพันธ์ที่ผ่านมา ทีทีบี สมาร์ท พอร์ต  ปรับลดความเสี่ยงโดยรวมด้วยการเพิ่มระดับการถือครองเงินสดการขายหุ้นในจีน และยุโรป พร้อมทั้ง ลดสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้เอกชนลง ได้แก่ กองทุน Schroder Global Credit Income กองทุน Jupiter Dynamic Bond และกองทุน Pimco Income เน้นวางพอร์ตการลงทุนเตรียมพร้อมรับมือแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น โดยลดน้ำหนักการลงทุนสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวสูงต่ออัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชน และยังคงสัดส่วนการลงทุนบางส่วนในหุ้นเติบโตจากการปรับเปลี่ยนนโยบายอย่างรวดเร็ว สำหรับกองทุน ttb smart port 5 go-getter ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นทั้งในและทั่วโลกเป็นหลัก ก็ได้ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงจาก 96% ในช่วงต้นปีมาอยู่ที่ระดับ 88% ในช่วงดังกล่าว และทยอยกลับเข้าลงทุนในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ปัจจุบันได้เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกองทุนมากขึ้นต่อเนื่อง โดยเน้นลงทุนในหุ้นคุณภาพที่ราคายังคงอยู่ในระดับต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ได้แก่ กองทุน Natixis Harris Global Value ใน Global Equity กองทุน iShares MSCI USA Value Factor และกองทุน Neuberger Berman US Large Cap Value ในสหรัฐฯ และเริ่มเพิ่มอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ด้วยการเพิ่มการลงทุนในกองทุน Pimco Global Bond และกองทุน Wellington Global Bonds เนื่องจากเริ่มมองว่าแรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อเริ่มชะลอลงในระยะถัดไป

นายบดินทร์ พุทธอินทร์  ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย)  กล่าวว่าสำหรับผู้ที่สนใจหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ  กองทุนเปิดทหารไทย US Blue Chip Equity อาจจะเป็นหนึ่งคำตอบให้กับนักลงทุนได้เช่นกัน แม้ช่วงที่ผ่านมาจะเผชิญแรงกดดันแต่หากย้อนกลับไป 5-10 ปี จะเห็นว่าประสิทธิภาพของกองทุนนี้เมื่อเทียบกับตลาดโดยรวมนั้นดีกว่าเป็นส่วนใหญ่ และหากมองกระบวนการลงทุนรวมถึงกระบวนการที่ใช้ในการถ่ายหุ้นออกจากพอร์ตเองก็ถือว่าเป็นความตั้งใจที่จะให้เป็นกองทุนที่สามารถลงทุนได้ในระยะยาว

นายณัฏฐะ มหัทธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า ตลาดอาเซียนยังคงโดดเด่นจากอานิสงส์ภาพรวมจากการเปิดประเทศ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับไม่สูงมากนัก ส่วนกองทุนใดที่น่าจะตอบโจทย์การลงทุนในอาเซียน คำตอบคือ KT-ASEAN-A เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเป็นการลงทุนใน 5 +1 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยมองว่าเป็น Heavy Overweight ที่มาตรฐานสูงและน่าจับตาในการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนอย่างมากทีเดียว

ดร. จิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์การลงทุน บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ครึ่งปีหลังมีทั้งโอกาสและความท้าทายในการลงทุนหุ้นจีน อาจจะไม่ใช่ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม หรือทั่วประเทศจีนที่น่าลงทุน สำหรับบลจ.ยูโอบี มองว่าหุ้นจีน A-share น่าสนใจที่สุดเมื่อเทียบกับการลงทุนในจีนอื่น ๆ แม้ในช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นหุ้นจีนผ่านจุดต่ำสุดและฟื้นตัวขึ้นมาแล้ว แต่ถ้ามองไประยะยาว เชื่อว่าการเติบโตจะยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องอีกและยังลงทุนทัน สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือการบริหารจัดการความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน หรืออสังหาริมทรัพย์ที่มีปัญหาเชิงโครงสร้างในตอนนี้ หรือจะเป็นนโยบาย Common prosperity ที่อาจกดดันกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่อีกในอนาคต ดังนั้นจึงต้องมีผู้จัดการการลงทุนที่เข้าใจหุ้นจีนอย่างแท้จริงคอยช่วย สำหรับกองทุน UCI บริหารโดยผิงอัน (PINGAN) ซึ่งเป็นบลจ.ในจีนเป็นผู้บริหารกองทุนหลัก เชื่อว่านอกจากจะหาโอกาสเติบโตในหุ้นจีนได้แล้ว UCI จะเป็นกองทุนที่ลงทุนได้อย่างสอดคล้องกับทิศทางของนโยบายเศรษฐกิจเป็นอย่างดีด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถรับชมสัมมนาออนไลน์ “ttb investment outlook 2022 จับทิศทางเศรษฐกิจพิชิตการลงทุนครึ่งปีหลัง”  ย้อนหลังได้ที่ https://www.ttbbank.com/outlookh2 หรือสนใจเริ่มลงทุนสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทีทีบีทุกสาขา หรือ ttb investment line โทร.1428 กด #4 ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 17:30 น. (ยกเว้นวันหยุดธนาคาร)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News