mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ASW โชว์ผลงาน Q1/65 กวาดกำไรสุทธิ 226 ล้านบาท ชูอัตรากำไรสุทธิ 18%ไตรมาส2เตรียมเปิด4โครงการใหม่

บมจ.แอสเซทไวส์ หรือ ASW เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/65 ทำรายได้รวมกว่า 1,270 ล้านบาท และกำไรสุทธิ  226 ล้านบาท  โชว์ความสำเร็จจากการซื้อโครงการ แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา-สุทธิสาร ดันยอดโอนกรรมสิทธิ์ตามแผน ประกาศตอกย้ำผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ที่มอบความสุขผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ตอบโจทย์ ไตรมาส 2 เตรียมเปิด 4 โครงการใหม่มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท รุกกลยุทธ์การตลาดเต็มสูบ รับธุรกิจอสังหาฯ ฟื้นตัว ส่งซิกโครงการแนวสูงกลับมาคึกคัก ยอดขายทั้งปีตามเป้าหมายที่ 10,000 ล้านบาท 

นายกรมเชษฐ์  วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) (ASW) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness”  เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 1/2565 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,270 ล้านบาท ลดลง 18% QoQ และเพิ่มขึ้น 2% YoY โดยโครงการที่ทยอยโอนกรรมสิทธิ์หลักๆ ได้แก่ โครงการ แม็กซี่ ไพร์ม รัชดา-สุทธิสาร มูลค่าโครงการ 570 ล้านบาท ,โครงการแนวราบ บ้านภูริปุรี ลาดพร้าว 41 มูลค่าโครงการ 90 ล้านบาท ,โครงการ เคฟทาวน์ ชิฟท์ มูลค่าโครงการ 2,100 ล้านบาท และโครงการ โมดิซ สุขุมวิท 50 มูลค่าโครงการ 2,300 ล้านบาท ซึ่งรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปีที่แล้ว

ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% QoQ และลดลง 29% YoY ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราการทำกำไรขั้นต้น (GP) ได้ในระดับ 36% และอัตรากำไรสุทธิ (NP) ที่ 18% ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงหากเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

สำหรับแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 2 คาดว่าความต้องการที่อยู่อาศัยจะมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้นจากปัจจัยบวกลูกค้าเริ่มคลายความกังวลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19  หลังภาครัฐยกเลิกมาตรการ Test & Go ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา รับนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ส่งผลให้กลุ่มตลาดที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดกลับมาได้รับความสนใจมากขึ้น  

ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 2 บริษัทเดินหน้าตอกย้ำผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ที่อยู่อาศัย โดยเตรียมเปิดโครงการใหม่  4 โครงการ มูลค่ารวม 4,980 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ แอทโมซ โฟลว์ มีนบุรี มูลค่าโครงการ 1,350 ล้านบาท ,โครงการ เอสต้า รังสิต-คลอง 2 มูลค่าโครงการ 680 ล้านบาท, โครงการ แอทโมซ พอร์เทรต ศรีสมาน มูลค่าโครงการ 1,150 ล้านบาท และโครงการ เคฟ โคโลนี มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการในทุกด้าน และพร้อมเดินหน้าทำการการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจับมือกับพันธมิตรสร้างมิติใหม่ให้กับผู้อยู่อาศัยโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ มั่นใจว่าด้วยการกลยุทธที่บริษัทวางไว้ จะช่วยผลักดันยอดขายทั้งปีตามที่ตั้งไว้ที่ 10,000 ล้านบาท เติบโต 13% และมีรายได้รวมในปีนี้ที่ 6,000 ล้านบาท เติบโต 19% ตามเป้าหมาย

บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีความมุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงและแนวราบบนทำเลศักยภาพ ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” ปัจจุบันได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการบ้านจัดสรรมาแล้วกว่า 41 โครงการ ภายใต้แบรนด์ในเครือที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสุขให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่ แบรนด์ เคฟ (KAVE), แบรนด์ แอทโมซ (ATMOZ), แบรนด์ โมดิซ (MODIZ), แบรนด์ เอสต้า (ESTA) และ แบรนด์ ดิ ออเนอร์ (THE HONOR) รวมมูลค่าโครงการกว่า 42,400 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและโครงการพร้อมอยู่ จำนวน 31 โครงการ และโครงการที่กำลังเปิดขายและอยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 10 โครงการ โดยปัจจุบันมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 8,207 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News