mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

FPIT ยกระดับอาคารอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตรุกปั้นอาคารโฉมใหม่ตอบโจทย์หลังโควิด

  • บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) (“FPIT”) เพิ่มเงินลงทุนปี 2565 มูลค่าหนึ่งหมื่นล้านบาท เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ ‘น่านน้ำสีม่วง’ ชูยุทธศาสตร์ “เราพร้อม” (We are ready) และ “เราต่าง” (We are different) พลิกโฉมการพัฒนาอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรมสู่ยุคใหม่ ตั้งเป้าขยายพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการจากปัจจุบัน 3 ล้านตารางเมตร เป็น 4 ล้านตารางเมตร ภายในปี 2568 เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด รักษาความเป็นผู้นำ
  • ตอกย้ำสถานะผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรม ทั้งในด้านการให้บริการโรงงานและคลังสินค้าทุกรูปแบบ หลังโควิดเร่งส่งมอบโครงการแบบ Built-to-Suit กว่า 200,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีที่ดินสะสมพร้อมพัฒนาจำนวนมาก (Land Bank) บนทำเลยุทธศาสตร์ที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
  • FPIT เพิ่มโฟกัสส่งมอบพื้นที่ให้แก่ลูกค้ากลุ่ม New Economy (ธุรกิจยุคเศรษฐกิจใหม่) ที่กำลังมีการเติบโตสูง อาทิ อีคอมเมิร์ซ เอ็กเพรสดิลิเวอร์รี่ อิเล็กโทรนิกส์ ยานยนต์อีวี และอุปกรณ์การแพทย์ เป็นต้น พร้อมเตรียมเปิดตัวเมกะโปรเจ็คเมืองอุตสาหกรรม และ โลจิสติกส์-บิสเนสปาร์คใกล้เมือง เร็วๆนี้
  • สอดรับกับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของแบรนด์เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ FPIT มุ่งมั่นในการดำเนินงานตามมาตรฐานสูงสุดภายใต้แนวคิดด้าน ESG โดยทุกโครงการจะถูกพัฒนาตามมาตรฐานอาคารเขียว พร้อมนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการให้บริการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ "FPIT" ผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมสมัยใหม่ของอาเซียน ภายใต้กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ "FPT" กางแผนธุรกิจปี 2565 และมองถึงโอกาสในอนาคตของธุรกิจอีก 5 ปีข้างหน้าหลังยุคโควิด-19  รุกปรับเกมอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรม ภายใต้กรอบกลยุทธ์ “น่านน้ำสีม่วง” (Purple Ocean Strategy) และยุทธศาสตร์ “เราพร้อม” (We are ready) และ “เราต่าง” (We are different) จัดงบลงทุนเพิ่มจำนวน หนึ่งหมื่นล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการดำเนินงานในโครงการปัจจุบัน และโครงการเมกะโปรเจ็คท์ รวมถึงการขยายฟุตพรินท์ในต่างประเทศ  โดยโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย ด้วยความมุ่งมั่นของ FPIT ในการพลิกโฉมการให้บริการอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรมสู่ยุคใหม่  การันตีด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับสากล ที่มาพร้อมกับโซลูชั่นครบวงจร ผสานจุดเด่นด้านความยั่งยืน (Sustainability) ในทุกมิติ อาทิ การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้งานในอาคาร ตลอดจนชุมชนรอบข้าง นอกจากนี้ยังประยุกต์ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการให้บริการแก่ลูกค้าภายในพื้นที่โครงการของ FPIT  ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าบริษัทชั้นนำในปัจจุบัน

นายโสภณ ราชรักษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปี 2565 นี้ บริษัทฯ จะต่อยอดความสำเร็จของกลยุทธ์น่านน้ำสีม่วง ที่ขับเคลื่อนธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และเพิ่มขีดสามารถขององค์กรเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงหลังยุคโควิด-19 สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน นำเสนอจุดแข็งที่โดดเด่นและแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นอย่างชัดเจน  ในปีนี้ บริษัทฯ มีแผนจะลงนามสัญญาพัฒนาอาคารอุตสาหกรรมใหม่ พื้นที่รวมกว่า 200,000 ตารางเมตร และยังมีลูกค้าในไปป์ไลน์ที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาอีกจำนวนมาก เนื่องจากความต้องการใช้พื้นที่อาคารโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ FPIT ยังเตรียมเปิดตัวเมกะโปรเจ็คท์อีก 2 โครงการ ได้แก่ เมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และ โลจิสติกส์-บิสเนสปาร์คขนาดเล็กใกล้เมือง ซึ่งจะกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยบริษัทฯ จะใช้ประสบการณ์และความชำนาญที่สั่งสมมายาวนานกว่า 30 ปี พร้อมกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่เป็นเลิศตามแนวคิดในการดำเนินธุรกิจของ FPIT ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่เอื้อให้ธุรกิจของลูกค้าดำเนินไปได้อย่างไร้รอยต่อ หรือ Inspiring Seamless Business Solution Experience”

ปัจจุบัน พอร์ตโฟลิโออาคารอุตสาหกรรมของ FPIT มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยมีพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการรวมทั้งสิ้น 3.1 ล้านตารางเมตร ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งยังมีโรงงานมาตรฐานและคลังสินค้าสำเร็จรูปพร้อมให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการพื้นที่แบบเร่งด่วน FPIT ยังคงเป้าหมายในการขยายพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการรวมสู่ 4 ล้านตารางเมตร ภายในปี 2568 หรือ ตั้งเป้าขยายพื้นที่ 150,000-200,000 ตารางเมตรต่อปี

นอกจากการลงทุนในประเทศไทยแล้ว FPIT ยังใช้ประสบการณ์ที่มีเพื่อลงทุนในต่างประเทศ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2558 ที่บริษัทฯได้เริ่มเข้าไปลงทุนในธุรกิจพัฒนาคลังสินค้าสำหรับเช่าในประเทศอินโดนีเซีย ปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการรวมกว่า 150,000 ตารางเมตร  และล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา FPIT ได้ขยายการลงทุนในธุรกิจอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรม ที่เมืองบินห์เยือง ประเทศเวียดนาม ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าอย่างท่วมท้น จึงเตรียมเดินหน้าเปิดโครงการเฟส 2 เพิ่มเติมอีก 70,000 ตารางเมตร จึงจะทำให้บริษัทฯ มีพื้นที่เช่าให้บริการในประเทศเวียดนามรวมทั้งสิ้นกว่า 100,000 ตารางเมตร

“FPIT มั่นใจว่าธุรกิจอาคารอุตสาหกรรมหลังยุคโควิด-19 โดยเฉพาะคลังสินค้าจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นหัวใจของธุรกิจการค้าระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค (New Center of Gravity) ทำให้บริษัทต้องเร่งปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในระยะสั้นเพื่อให้สามารถตอบรับกับความต้องการใหม่เหล่านี้ และต้องสามารถสร้างการเติบโตได้ในระยะยาว เคียงข้างกับลูกค้า พนักงาน พันธมิตร ตลอดจนชุมชนแวดล้อม และผลักดันให้บริษัทฯ เป็นหน่วยเศรษฐกิจที่สามารถขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้หลังภาวะวิกฤตโควิด (Post Covid-19) โดยเชื่อว่าทุกโครงการสำคัญของ FPIT จะเป็นต้นแบบของธุรกิจอสังหาฯเพื่ออุตสาหกรรม ที่จะส่งเสริมและผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมให้แก่ประเทศไทยต่อไป เราพร้อมเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เพื่อสร้างอนาคตของตน”  นายโสภณ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News